บรรยากาศการทำงานที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งร่วมด้วยนั้น
ค่อนข้างเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ใครๆ เดินเข้ามาก็จะบอกว่าอบอุ่นดีจัง ...
ที่นี่คือบ้าน...อีกหลังที่เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เป็นพี่ เป็นน้อง ถ้อยทีถ้อยอาศัย ดูแลกันเองแบบเกื้อกูล ไม่มีการแก่งแย่ง ไม่การไขว้คว้าถึงลาภยศสรรเสริญ เราจึงไม่เดือดร้อนกับการที่ต้องคอยวิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง เงิน ทอง และอำนาจ
การคอยวิ่งตาม...สิ่งที่ว่านี่คือ ความสำเร็จอันมาจากเม็ดเงินหรือชื่อเสียงนั่นน่ะทำให้เรารู้สึกคล้ายสุนัขวิ่งไล่ล่าเนื้อก็ไม่ปาน ข้าพเจ้าค่อนข้างโชคดีที่ได้เพื่อนร่วมงานที่ดีที่มีความเข้าใจ...
ข้าพเจ้าเชื่อว่า...ใครๆ ก็อยากเดินเข้ามาในห้องทำงานของเรา
พี่หน่อยน้อย...เป็นพี่ใหญ่ที่ใจเย็นอย่างไรก็ได้ น้องๆ ว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน พี่หน่อยทำงานเป็นคู่หูคู่ทุกข์สุขกันได้เป็นอย่างดีกับน้องหนิง...
ส่วนน้องหนุ่ย เป็นคนขยันทำงาน...ที่มีความสร้างสรรค์อยากทำอยากพัฒนางานต่างๆ มากมาย ...ซึ่งไม่ต่างกับน้องหนิงที่เป็นคู่แฝดทำงานแบบหนักเอาเบาสู้ไม่เคยเกี่ยง
ส่วนพี่ตู่...ทำหน้าที่คอยเกื้อหนุนน้องๆ เกือบทุกอย่าง ภาระอันหนักหน่วงที่ต้องบริหารจัดการคลินิกจิตเวชดูจะไม่ต่างไปจากงานจิตเวชชุมชนของน้องหนุ่ย หรืองานยาเสพติดของน้องหนิง...ทุกคนต่างทุ่มเทในการทำงาน แต่ไม่ใช่การทำงานแบบหวังเอาลาภ...
ทุกคนทำงานเพื่อทำงาน
น้อมรับทั้งคำติและคำชม...
วันนี้ข้าพเจ้าได้ขยับโต๊ะทำงานเพียงนิดเดียวก็สามารถทำให้บรรยากาศของห้องทำงานดูอบอุ่นและคล้ายบ้านมากยิ่งขึ้น เรานั่งหันหน้าเข้าหากันและมีมุมส่วนตัวที่ตั้งโต๊ะอาหารซึ่งเดิมทีจะตั้งกลางห้องแต่ก็ได้แยกส่วนออกไปให้ดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีมุมนั่งรีแลกซ์สบายๆ...เอนนั่งนอนได้ตามอิริยบท
เป็นความโชคดีที่พวกเราจบกันมาทางด้านจิตวิทยา (Psychology of Counseling) ที่ทำให้เราค่อนข้างนอบน้อมและอ่อนโยนเข้าใจโลกและผู้คนพอสมควร
บรรยากาศในห้องทำงานอบอวลไปด้วยพลังแห่งพุทธะ...
นี่คือ...ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่วิ่งหนีจากที่ทำงาน เพราะที่นี่คือ บ้านของเรา


มุมโปรดของข้าพเจ้า...

ดีใจที่ว่า...
ในชีวิตการทำงานไม่คิดที่จะโยกย้ายไปอยู่ที่อื่น
เพราะที่นี่...คือ บ้าน
และที่นี่มีงานให้ทำมากมาย และทำได้อย่างมีสุข อันเป็นสุขแบบเบาเบา...
บ้าน..........คำนี้กินใจนัก