วันจันทร์ที่ ๑๗ เดือนมีนาคม ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

 ขณะนี้ในใจอยากจะวิ่งไปกอดครูแล้วร้องไห้ สารภาพกับครูว่า “เหนื่อย” ความอดทนกับการทำงาน ณ ทุกวันนี้ ถึงที่สุด งานมากขึ้น มีกำลังใจ ฮึด ขึ้นมาเมื่อมองที่ความตั้งใจและเจตนาแห่งตน แต่เมื่อใดที่โดนสิ่งที่มากระทบ ใจก็แอบกระเทือนบ้างค่ะครู ได้แต่ อดทน ๆ อดทนและอดทน บางคราใจก็อยากจะหนีไป แต่ก็มีเสียงว่า

“ถ้าหนี มันก็ไม่เสร็จ ใช้หนี้กรรมเขาไม่เสร็จ แต่ถ้าอดทน เรียนรู้ เสร็จแล้วก็เสร็จเลยนะ”

คำ ๆ นี้ทำให้พยายามดำรงอยู่ ก่อนหน้านี้สามวันสองคืน ไปเรียนรู้อยู่ที่ค่ายทหารกับบริบทที่ยอมรับกับตนเองว่า

“เต็มไปด้วยความรู้สึกที่มืดดำ”

พอกลับมาจึงรู้สึกเบาลง เหมือนครั้งที่ไปทำโรงทานร่วมกับครูเป็นการไปฝึกซ้อมโจทย์ แล้วมาเจอของจริง ณ ที่นี่

พอผ่านไปก็รู้สึกได้เรียนรู้กับตนเองว่า

“มนุษย์ไม่ว่าอาชีพใด ไม่ว่าใคร ก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ด้วยกัน”

ก็คงมีเหตุปัจจัยถึงส่งผลให้มาเจอกัน

พอมาวันนี้ งานแล็บก็ยังรออยู่ แถมท้ายมาด้วยการ “สอนน้องฝึกงาน”

เรียนรู้การเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เมื่อต้องสอนน้อง ก็ให้โอกาสเขามาช่วยงาน น้องได้เรียนรู้ พี่ได้งาน เริ่มต้นแรก ๆ อาจจะฝืด ๆ บ้าง แต่พอหลัง ๆ ก็ ผ่อนคลาย

ครูค่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่า

“โจทย์ที่ธรรมชาติส่งมายากขึ้นเรื่อย ๆ”

แต่ก็ส่งตัวช่วยมาเสมอ ๆ อย่างตอนไปค่าย ก็ได้น้องนีและน้องรัชนี มาช่วย รวมถึงวันสุดท้ายพี่อ้อก็มาช่วยอีกคน หากปราศจากผู้คนเหล่านี้ ที่มาเมตตาติ๋ว ณ ขณะนั้น คงผ่านสิ่งเหล่านั้นมาได้ยากลำบากกว่าที่เป็น ระลึกขอบพระคุณทุกสรรพชีวิตที่กรุณา

ณ วันนี้ก็เช่นกัน งานมากมายมาพร้อม ๆ กัน ทั้ง การวิเคราะห์ค่าการละลายของยา ท่านผู้ใหญ่ในกรมจะมาพรุ่งนี้ และเตรียมการงานเครือข่ายขอให้ช่วยงาน ณ วันจันทร์หน้าที่ต้องเสร็จภายในศุกร์นี้

ใจระลึกถึงตอนที่ครูสอนว่ายน้ำ

“ณ ขณะได้โจทย์และทำโจทย์เหมือนหน้าติ๋วยังดำน้ำอยู่ พอทำเสร็จเป็นเรื่อง ๆ ก็ได้ขึ้นมาหายใจหนึ่งเฮือก แล้วโจทย์ใหม่ก็เข้ามาแบบได้หายใจเพียงเฮือกเดียว พอทำเสร็จใจวาง ก็ได้โจทย์ใหม่มาเรื่อย ๆ ครูค่ะมันเป็นเช่นนี้เหรอค่ะ”

เมื่อก่อน ติ๋วเคยได้เห็นแต่ครูที่มีเรื่องเข้ามาเรื่อย ๆ แบบเรื่องต่อเรื่อง คนต่อคน เมื่อก่อน ณ ขณะตอนที่นั่งข้าง ๆ ครูใจนี้ปรารถนาช่วยครูอย่างถึงที่สุด แม้เพียงนั่งเป็นเพื่อนข้าง ๆครูก็ยินดี หรือหากมากขึ้นได้ขับรถให้ครูนั่งก็ยังดี

การได้เรียนรู้จากครู ณ วันนั้น ทำให้วันนี้น้อมรับสรรพสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามากขึ้น

แบบไม่ร้องไห้ขี้แยไปหาครู ทั้ง ๆที่ใจระลึกถึงเสมอ

ติ๋วจะพยายามเข้มแข็งค่ะครู

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ตายเป็นตาย จะอดทนให้ถึงที่สุด

จะไม่หนีมันอีกแล้ว

จะสู้มันด้วย สติ ด้วยปัญญาที่มี

พร้อมเผชิญทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว

 

ขอน้อมกราบครูด้วยใจเคารพ

 

แม้หนทางนี้มันจะยาก แต่เชื่ออย่างลงใจว่า

“วิถีที่ครูบ่มเพาะให้ คือ หนทางก้าวไปที่ถูกตรง”

 

เพียงพยายามดำรงอยู่ด้วยศีล แม้ยังบางครายังเบียดเบียนตนอยู่ แต่ก็พยายามทำอย่างรู้ตัวค่ะครู การเบียดเบียนผู้อื่น จะหลีกเลี่ยง ไม่ลักทรัพย์ แม้เพียงการใช้เวลางานไปทำอย่างอื่น บางทีก็เหมือนพอจะเกเร แต่ก็จะมีเสียงเตือนเข้ามาให้กลับไปทำงานแบบกระทันหัน น่าแปลกดีค่ะครู ก็น้อมใจเข้าไปทำงาน เรื่องแย่งสามี แย่งแฟนไม่รู้สึก แต่ความรู้สึกของกามบีบคั้นยังปรากฏค่ะครู ศีลข้อ ๔ พยายามอย่างที่สุดที่จะฝึกปฏิบัติตามคำพูดของตนที่ลั่นวาจาไว้ หากยังทำไม่ได้ก็พยายามแจ้งให้ทราบหรือขอเลื่อนไปก่อน ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้าค่ะ แต่ยังมีเผลอขาดสติอยู่ค่ะ

โดยเนื้อศีลแห่งตน ณ ปัจจุบันยังมีด่างพร้อยบ้างค่ะแต่ก็พยายามทำให้บริสุทธิ์บริบูรณ์มากขึ้นค่ะครู

 รักและระลึกถึงครูค่ะ..........เจ้าติ๋ว