อยากเล่าต่อเรื่องความภูมิใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ครอบครัวเราไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร
แต่ก็มีความฝันเหมือนกับคนทั่วไป คืออยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ลูกฝันไว้
ใช่เรากำลังพูดถึงการทำความฝันให้เป็นจริง อ่านจากหลายที่ ได้ยินมาก็หลายครั้งนะ ว่า ความฝันนั้นต่างจากความจริงแค่การลงมือทำเท่านั้น
เริ่มแรกจากครอบครัวเล็ก มีความฝันต้องการไปให้ไกลให้สูงที่สุดนะ
การวางแผนก็เริ่มกันมาตั้งแต่แรก นับถึงปัจจุบันก็น่าจะกว่าสิบปีไปแล้ว
เราเตรียมตัวลูกเพื่อให้เขาได้เดินทางไกลไปพร้อมกับเพื่อนๆ ได้ด้วยการเตรียมพร้อมในเรื่องราวของความรู้ซึ่งต้องตั้งมั่นอยู่บนการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก หากไม่ไหวจริงๆ จึงจะใช้ตัวช่วย
เรื่องของเงินทอง เรื่องนี้ก็ต้องเตรียมตัวด้วย เพราะเราทราบดีว่าเงินเท่าไรก็ไม่พอ หากลูกใช้ไม่เป็นและไม่เห็นคุณค่า เรื่องนี้ก็ปูด้วยการใช้หลักการบริหารเงินแบบง่ายๆ เริ่มสอนเขาตั้งแต่อยู่ ป.3 เริ่มจากการค่อยๆ แบ่งเงินเก็บเป็นส่วนๆ ทำทีละน้อยมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะฝึกให้เขาทำจนเป็นนิสัย เพราะทราบดีว่าสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะ
การบริหารจัดการการเงินที่ว่านี้จะต้องมีเสน่ห์พอที่เขาจะชอบ จะมีรอยยิ้มได้ด้วย ซึ่งเจ้าระบบการเก็บที่ว่านี้ก็คือการที่เราไม่ได้ให้เค้าเก็บเงินไว้ในออมสินแบบเงินตายนะ
เงินที่เก็บออมนี้ ตัวเขาจะสามารถหยิบและนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ ในความต้องการที่เป็นความฝันของเขา อาทิ การซื้อตุ๊กตา การซื้อหนังการ์ตูน การซื้อกระเป๋าบาบี้ อะไรเหล่านี้
เมื่อเขาสามารถที่จะทำได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ด้วยเงื่อนไขก็คือเขาจะสูญเงินในกระเป๋าที่เขาออมไป
ส่วนนี้ก็เป็นการตัดสินใจของเขาเอง ทำให้สามารถสร้างความรู้สึกเสียดายให้กับเขาเพื่อแลกกับสิ่งที่เขาต้องการ จากตรงนี้ก็ทำให้พ่อแม่ได้สอนเรื่องของ คุณค่าของเงินให้กับเขาได้
และเรายังได้ประโยชน์จากเรื่องราวดังกล่าวอีกมากเลย เมื่อเขาได้ทำเรื่องการเก็บออมแบบนี้มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว เงินในกระเป๋าที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 กระเป๋า สามารถช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายไปได้มากเลย เมื่อเขาต้องไปเรียนต่อ ม.1 ในต่างจังหวัด
นี่ก็เป็นความภูมิใจที่อยากแบ่งปันครับ

เป็นแนวทางที่ดีครับ ขอนำไปประยุกต์ใช้บ้างนะครับ