ความหมายของคำว่า   “เวสสันดร”

      ต่อมาพระนางผุสดีก็ประสูติพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง   ทรงพระนามว่า   "พระเวสสันดร"   ในพระไตรปิฎกพระพุทธเจ้าทรงตรัส เวสสันตรชาดกในท่ามกลางพระประยูรญาติ   ในพระชาติที่พระองค์ถือกำเนิดเป็นพระเวสสันดรโพธิสัตว์นั้นว่า..

 

     พระนางผุสดีเทพอัปสรจุติจากดาวดึงส์เทวโลกนั้น   มาบังเกิดในสกุลกษัตริย์   ได้ทรงสมรสกับพระเจ้าสญชัย   ในพระนครเชตุดร พระนางผุสดีทรงครรภ์ถ้วนทสมาส   เมื่อทรงทำประทักษิณพระนคร ประสูติที่กลางถนนของพวกพ่อค้า   ชื่อของเรามิได้เนื่องแต่พระมารดา   และมิได้เกิดแต่พระบิดา   เราเกิดที่ถนนแห่งพ่อค้า   เพราะฉะนั้นเราจึงชื่อว่า  "พระเวสสันดร"   (เวสฺส+อนฺตระ)   ซึ่งเหตุการณ์ตอนพระเวสสันดรประสูตินี้  อาจารย์บานเย็น   ลิ้มสวัสดิ์   ท่านได้พรรณนาเอาไว้ ดังนี้...

 

                                     พระเวสสันดรประสูติ

 

     จะย้อนเค้ากล่าวถึงซึ่งโกสีย์            แต่เทพีจากฟ้าลาสวรรค์

ถือกำเนิดเกิดกายเฉิดฉายครัน           ในเขตขัณฑ์แคว้นมัทรัฐรมย์

พระพรที่มีหวังสั่งประสิทธิ์                  ก็สัมฤทธิ์ทุกทางอย่างเหมาะสม

ยังแต่ลูกผูกใจมิได้ชม                          นางระทมป่วนปั่นหวั่นกมล

จึงตรวจดูหมู่เทพเสพสวรรค์                ที่มุ่งมั่นก่อสร้างทางกุศล

และชีวีมีนิตย์จะปิดชนม์                        จุติตนคลาดคลาดาวดึงส์

เห็นหน่อเนื้อเชื้อพระอรหันต์                 จะเลื่อนชั้นสูงไปมุ่งให้ถึง

สู่สวรรค์ชั้นดุสิตคิดคะนึง                       โกสีย์จึงไปขอไม่รอรา

ให้ลงไปในมนุษย์ยุดกุศล                      เพื่อช่วยคนให้พบสบสุขา

เกิดในครรภ์ผุสดียอดชีวา                    ได้เวลาสร้างพระบารมี

พระชอบชอมพร้อมใจมิได้ขัด               มหาสัตว์จากชั้นสวรรค์ศรี

มาเข้าครรภ์กัญญามิชาที                      ผุสดีแสนเปรมเอมอุรา

เทพหกหมื่นชื่นจิตเป็นมิตรมั่น           จากสวรรค์ห้อมกายทั้งซ้ายขวา

มาเข้าครรภ์เมียอำมาตย์มิคลาดคลา            ร่วมเวลากับพระองค์พระทรงชัย

ครบสิบเดือนเหมือนจิตคิดประสงค์      แม่โฉมยงผุสดีฉวีใส

มีมนัสมาดมุ่งชมกรุงไกร                      ภูวนัยจึงแจ้งให้แต่งเมือง

นคเรศเชตุดรสลอนสลับ                      แลวะวับธงทิวสีเขียวเหลือง

มณฑาทิพย์กลีบกลิ่นประทินเรือง       จัดเป็นเครื่องบูชาพะงางาม

พระแม่เจ้าเข้าสีวิกามาส                      งามวิลาสเลิศล้นให้คนหาม

สุวรรณวาบทาบทับวะวับวาม           ประชาตามแห่แหนเนืองแน่นนอง

ดุริยางค์ครางก้องเสียงห้องสังข์        พิณระฆังบัณเฑาะว์เสนาะสนอง

หง่างเห่งงหงั่งดังสนั่นโดยครรลอง       กางฉัตรทองป้องกันตะวันรอน

นางชมเมืองเรืองรองด้วยผ่องใส          ตามทางไปคนชุมรุมสลอน

แกว่งไกวธงลงก้มประนมกร                  ชาวนครชมพระบารมี

ซร้องสรรเสริญเกริ่นไกรอวยชัยแซ่      โห่ร้องแห่กึกก้องท้องวิถี

ฟังระคนปนเปเสียงเภรี                         เป็นภาพที่ตราตรึงเข้าถึงทรวง

มาถึงตรอกออกออด้วยพ่อค้า                ที่ทำมาหากินถิ่นทางหลวง

ก็รัญจวนป่วนปั่นครรภ์พุ่มพวง              สุดาดวงจะคลอดยอดบุตรา

บริษัทจัดแจงแต่งที่ถวาย                      แม่โฉมฉายก็คลอดยอดยี่หวา

พระรูปร่างช่างงามอร่ามตา                 สมัญญาตามเหตุ “เวสสันดร”

เพราะตกฟากจากครรภ์นั้นที่ตรอก      ทางเข้าออกพาณิโชสโมสร

สุริยันดั้นรถบทจร                                  เวลาก่อนเที่ยงแท้มิแปรไป.