ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อกันว่า งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน จึงพากันมุ่งสร้างฐานของชีวิตให้กลายเป็นคนร่ำรวยกันก่อน จากนั้นจึงค่อยหาความพอใจใส่ชีวิต
ในความเป็นจริงของชีวิตทุกคนได้รับของขวัญจากธรรมชาติที่เหมือนกันคือ ร่างกายและเวลา โดยมีความสุขเป็นเป้าหมาย จริงอยู่ว่า เราเลือกออกแบบร่างกายไม่ได้ แต่เราสามารถกำหนดแผนที่ชีวิตว่าอยากเดินทางไปเส้นทางใดได้ด้วยใจของเราเอง โลกก็ใจดีและเต็มใจที่จะแจกความสุขนั้นด้วยความยุติธรรมให้เสมอ โดยไม่มีการแบ่งชนชั้น วรรณะ แต่ความสุขมันมักจะสนิทสนมกับเราได้ยาก และชอบจากไปแบบง่ายๆ ตราบใดที่คนๆนั้นไม่รู้คุณค่าของมัน
ความสุขมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีมาตรชี้วัดอยู่ที่ความพอใจของแต่ละคน บางคนมีความสุขจากการได้อยู่ตามลำพัง บางคนมีความสุขจากทุกข์ที่บางครั้งปลอมตัวมาให้ตกเป็นทาสของมัน เพราะเจ้าของชีวิตต้องการให้คนอื่นร่วมรับรู้ในสุขนั้น เช่น ทาสของยี่ห้อสินค้า ทางของเกียรติยศชื่อเสียง ทาสของมือถือ ฯลฯ มันมีความคิดที่คอยเป็นเสมือนจิตที่คอยควบคุมชีวิตเราให้ดำเนินไปรอบทิศทาง บางครั้ง บางครา เราอาจตกหลุมพรางทางความคิด ทำให้จิตรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง ร่างกายก็พลอยอ่อนแอตามไปด้วยได้
เมื่อพิจารณาต้นตอของปัญหา ส่วนใหญ่ล้วนมาจากความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ปรารถนาสิ่งที่ได้ให้เท่ากับใจ เมื่อไม่ได้ดังหวัง ชีวิตนี้คือพังสลาย เมื่อเดินทางมาครึ่งชีวิต บ่อยครั้งสามารถยิ้มเยาะกับอุปสรรคที่ผ่านมาได้โดยไม่ฝืนใจตนเอง ทำให้เข้าใจการเกิดทุกข์ว่า เพราะใจเราไปยุ่งเกี่ยวกับตัวปัญหาเอง ซึ่งมันก็เป็นเพียงสิ่งสมมุติขึ้นและเป็นจินตนาการที่ติดตามเราไปทุกหนทุกแห่ง ชีวิตที่ดีจึงไม่ใช่ชีวิตที่ได้ตามใจปรารถนา แต่เป็นการใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นและกลมกลืนมากกว่า
การใช้ชีวิตก็เหมือนกับการเดินทาง และนับวันเราจะเหลือพื้นที่น้อยเต็มที เพื่อให้การใช้พื้นที่ความสุขอย่างคุ้มค่าทุกจังหวะของการก้าวย่างตามรายทางของชีวิต จงคิดเสมอว่า มีชีวิตอยู่กับความหวัง แต่อย่าคาดหวัง และเมื่อหมดหวัง การปล่อยวางก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นทุกสถานการณ์ หรืออาจใช้แนวทางของนิ้วกลม นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดีเขียนไว้ใน หนังสือชื่อ ณ ว่า
หากแบ่งประตูในชีวิตออกเป็นประเภทใหญ่ๆเราอาจแบ่งได้ 3 ประเภท
1. ประตูที่เราอยากเดินเข้าไป
2. ประตูที่เราไม่อยากเดินเข้าไป
3. ประตูเราไม่แน่ใจจะเดินเข้าไปดีหรือไม่
ในชีวิตคนเรามักเสียเวลากับประตูประเภทที่สองมากเกินไปจนไม่เหลือเวลาไปเดินเล่นและใช้ชีวิตในประตูอีกสองแบบที่เหลือ บางคนเข้าไปแล้วกลับออกมาไม่ได้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในนั้นตลอดกาล
หลักการเดินผ่านประตูมีดังนี้
1. หากเดินเข้าไปแล้วไม่ชอบ อย่าอยู่นาน รีบหันหน้าเดินกลับออกมา โดยมาประตูอีกหลายบานรอเราอยู่
2. หากเป็นประตูที่อยากเดินเข้าไปอยู่ตรงหน้าให้รีบหากุญแจมาไขเข้าไปซะ
3. ประตูที่ไม่แน่ใจยิ่งน่าลองเดินลุยเข้าไปมากกว่าประตูที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ชอบ
4. ทุกประตูมีค่าผ่านประตู
พื้นที่ของชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขจึงไม่ใช่พื้นที่ที่จะต้องบรรจุสิ่งที่คาดหวังตลอดเวลา แต่เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับเรียนรู้ สามารถแปรค่าความผิดหวังด้วยปัญญาของตัวเราเอง เหมือนดังคำพูดของผู้รู้ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า ไม่มีใครจะมีความสุขได้ หากเขาผู้นั้นไม่เห็นด้วยกับความสุขนั้น และเราจึงไม่ต้องไปลองใช้สูตรสำเร็จชีวิตของใครในชีวิตของเรา
ในเมื่อเรามีกระดาน ที่พร้อมให้เราได้วาดหรือขีดเขียนอะไรก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว ขอเพียงแต่ให้เรารู้จักเลือกใช้ดินสอ หมั่นเหลาให้มันแหลมคม และเขียนเรื่องในทางสร้างสรรค์ วันใดที่อาจเผลอพลาดพลั้งเขียนผิด คิดว่ายังไงยางลบมันต้องเต็มใจและให้อภัยที่จะช่วยกำจัดคำผิดเหล่านั้นให้เราอยู่แล้ว
ภาพ: internet
ข้อความ นิ้วกลม. ณ. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : มติชน, 2553.


สวัสดีค่ะคุณครู
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนี้ค่ะ
ประตูบานที่1และ3หากมีความลังเลใจเราก้จะไม่ได้เข้าไปสัมผัสความสุขเสียที ก้าวไปข้างหน้า รู้ค่าความสุขของเรา สัมผัสด้วยใจเราเอง
เอาความสุขของเด็กๆมาฝากค่ะ
สบายดี
มีความสุขที่ได้มาเคาะประตูบ้าน
นี่แหละ
ข้อคิดแนวชีวิตมาเลยนะคุณครู
ใจ..กำหนดให้เรารู้สึกสุข รู้สึกทุกข์
สวัสดีค่ะ ชอบบทความนี้จังค่ะ ช่วยเตือนให้คิดว่าจริงๆแล้วชีวิตเรามีทางเลือกเสมอ..
When one door closes, another opens; but we often look so long and so regretfully upon the closed door that we do not see the one which has opened for us.” - Alexander Graham Bell
สวัสดีเจ๊า
แวะมาอ่านก่อนหนึ่งรอบ แล้วจะเข้ามาเอิ้นแหมเน้อ
สุขสันต์วันสุขเจ้า...
สวัสดีค่ะคุณครูpong
สวัสดีค่ะ
สบายดี
สวัสดีค่ะ
สวัสดีเจ๊า
สวัสดีค่ะ
สวัสดีเจ๊า....
แวะ มาแหมรอบเพื่อมาอ่านแบบละเอียด พร้อมกั๋บเลือกประตู๋ ( เยี่ยะเหมือนเลือกรางวัลเลยเนาะ ) ประตู๋ตี้จะเตียวไปควรจะเป๋นประตู๋ตี้เฮากึ๊ดว่าดีที่สุดสำหรับชีวิตเฮา
ถ้าบ่าแน่ใจ๋ก่ต้องเลือกบานแรกไว้ก่อน ถ้าเบื่อๆอยากๆก่ต้องบานตี้สาม สำหรับบานตี้สองนั่นสงสัยต้องเว้นก่อนเน้อ
อ่านและผ่อข่าว"สึนามิ"แล้ว ฮาบ่าออกเน้อวันนี่
เอาฮูปประตูตี้สดใสมาหื้อผ่อก่แล้วกั๋น
สวัสดีเจ๊า
สวัสดีค่ะ
สวัสดีเจ๊า
ช่วงนี้เว้นระยะความฮาไปก่อนเนาะ เพื่อไว้อาลัยหื้อกั๋บเปื้อนบ้านเฮา
จะไดๆมันก่อยู่ในระยะทำใจ๋ ถ้าจะฮาพ่องก่ไปฮาตี้ FB จะได้เป๋นส่วนตั๋วบ่าโจ่งแจ้ง
เหมือนบ้านนี่ เพราะตี้นี่เปิ้นนักวิชาก๋านนักเน้อ..ขอบอก
ยินดีจ้าดนักกั๋บความห่วงใยตี๋มอบหื้อ วันเวลาตี้ผ่านไปมันจะก่อยๆเยี่ยะหื้อใจ๋เฮา
กึ๊ดได้เองเนาะ
แล้วป่ะกั๋นตี้เก่าตี้เดิม....
สวัสดีเจ๊า
แวะมาแสวงหาพื้นที่ที่มีความสุขครับ
สบายดี
กำลังสอบละอ่อน คาดว่าจะเสร็จวันนี้ เฮาสอนหลายสาระเน้อจึงต้องใช้เวลาวัดและประเมินผลกันเมินๆๆ ๕๕๕๕
จะได้ทดลองใช้โปรแกรมคิดคะแนนแล้วเจ๊า
ประตูใจ ทางบ้าน
มีความสุขล้ำ
กิ๊ดเติงหาตั้งวัน
ซำบายดี
ไปแอ่วสวนสมเด็จย่า จังหวัดสกลนครเจ๊า
สวัสดีค่ะ
สบายดี