ปี พ.ศ. 2551 มีโอกาสได้สอนเด็กม. ปลายพอเด็กจะจบจะต้องมีปัญหาว่าจะเรียนต่อที่ไหนอย่างไร ถึงจะมีครูแนะแนวเข้าสอนในแต่ละชั่วโมงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบปัญหาอยู่ จึงคิดหาวิธีแก้ไข ปัญหาที่สำคัญ คือขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและครูแนะแนวมีจำนวนไม่เพียงพอ นักเรียนต้องการให้ครูแนะแนวมีไม่เพียงพอต่อการให้บริการแนะแนวแก่นักเรียนได้ทั่วถึงจากการสำรวจพบว่าเด็กใกล้ชิดเพื่อนมากกว่าและสื่อสารกันได้ดีกว่าคนอื่น
จึงเกิดความคิด “ จะพัฒนานักเรียนให้เป็นนักเรียนให้เป็นนักแนะแนวรุ่นเยาว์ที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่เพื่อนนักเรียนได้หรือไม่” และจะทำอย่างไรจึงได้ริเริ่มโครงการให้คำปรึกษาใกล้ตัวซึ่งเป็นโครงการที่จัดฝึกอบรมและเสริมประสบการณ์ความรู้แก่นักเรียนที่ได้รับเรื่องมาเพื่อให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูในการให้คำปรึกษาแก่เพื่อนและนำข้อมูลสารสนเทศต่างๆเผยแพร่แก่เพื่อนโดยทั่วถึง ซึ่งเรียกว่า นักเรียนกลุ่มนี้ว่าผู้ให้คำปรึกษาใกล้ตัว ( นักแนะแนวรุ่นเยาว์ )
โดยการจัดกิจกรรมฝึกอบรม ให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ พัฒนาบุคลิกภาพ ให้เหมาะสมที่จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาได้แล้วออกปฏิบัติงานโดยสร้างเครือข่ายให้คำปรึกษาแก่เพื่อนนักเรียนตามบทบาทและภารกิจทีกำหนดให้ โดยมีครูแนะแนวที่ปรึกษาช่วยนิเทศติดตามการปฏิบัติงาน พบว่านักเรียนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาใกล้ตัวสามารถ ให้คำปรึกษาช่วยเหลือเพื่อนได้มาก ทั้งครู ผู้ปกครองและนักเรียนโดยส่วนใหญ่แสดง ความชื่นชม ศรัทธาและต้องการให้ทำโครงการนี้ต่อไปอีก
ในบางครั้งก็เชิญนักเรียนรุ่นพี่จากสถาบันต่างๆมาช่วยแนะนำจากประสบการณ์ ของเขาเองให้กับรุ่นน้อง ตอบคำถามที่สงสัย
เมื่อโครงการสำเร็จแล้ว ส่วนใหญ่ก็สามารถเลือกสถาบันที่ตนอยากเข้าไปศึกษาได้จากข้อมูลต่างๆที่เขาได้รับจากภายในและภายนอกโรงเรียนประกอบการตัดสินใจ
ความสำเร็จตรงทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจถึงแม้สิ่งที่นักเรียนได้เลือกบางครั้งอาจไม่ประสบความสมหวังแต่เขาจะเข้าใจว่าตนเองควรเลือกในสิ่งเหมาะกับตนเองที่สุด
โดย นางอรพิน จารุเฉลิมรัตน์