ในการประชุมสภา มช. ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๔ ผมไม่ได้ไปร่วมประชุม  แต่ได้รับรายงานการประชุมในภายหลัง  มีวาระประธานแจ้งเพื่อทราบที่น่าจะนำมาเผยแพร่คือ เรื่องบทบาทของสภามหาวิทยาลัย  ซึ่งผมขอคัดมาจากรายงานการประชุมดังต่อไปนี้ 
 
 

คณะกรรมการสภาสถาบัน

• คณะกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา เชื่อมั่นและยึดมั่นใน :
         (๑) จิตใจอาสาสมัคร (volunteerism)
         (๒) จิตใจสาธารณกุศล (philanthropy)
• เพราะฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการสภาสถาบัน จึงถือเป็น “สุดยอด” (crown jewel) ของการรับใช้สังคม (public service)
• สิ่งที่กรรมการสภาฯ ได้รับ คือ ความเชื่อมั่นจากสาธารณะ (respect)
• สิ่งที่กรรมการสภาฯ พึงปฏิบัติให้ได้ คือ
         - ความรับผิดชอบ (responsibility)
         - พันธะพิเศษ (special obligations)
         - ความคาดหวัง (high expectations) จากหลาย ๆ ฝ่าย

 

ความรับผิดชอบของสภาสถาบัน ๑๒ ประการ

 
๑. กำหนดพันธกิจและเป้าประสงค์ (setting mission and purposes)  สภาฯ ต้องเข้าใจเป้าประสงค์ของสถาบันอย่างชัดเจน และช่วยกันกำหนดทิศทาง   เพื่อให้สถาบันเดินทางไปสู่เป้าประสงค์ (*Richard T. Ingram, “Effective Trusteeship” ๑๙๙๕)


๒. สรรหาอธิการบดี (appointing the president)  เป็นความรับผิดชอบสำคัญที่สุดที่สภาสถาบันจะต้องสรรหาบุคคลที่มีทั้งคุณสมบัติ (qualities) และประสบการณ์ (experiences) ที่จำเป็นเพื่อมารับหน้าที่สำคัญนี้


๓. สนับสนุนงานของอธิการบดี (supporting the president)
          • ใส่ใจและช่วยเหลืองานของสถาบัน
          • ช่วยระดมทรัพยากรช่วยสถาบัน
          • ให้กำลังใจและชมเชยในผลสำเร็จ
          • มาประชุมสมํ่าเสมอ


๔. ติดตาม - กำกับการปฏิบัติงานของอธิการบดี (monitoring the president’s    
performance)
         • การประเมินผลการปฏิบัติงาน
         • การตรวจสอบภายในด้านการเงิน
       เพื่อช่วยให้อธิการบดีปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น (to help strengthen his or her
       performance)


  ๕. ประเมินการปฏิบัติงานของสภาสถาบัน (assessing board performance)
        • ประเมินผลการปฏิบัติตามมติของสภา
        • ประเมินผลประจำปีโดยองค์กรอิสระ
        • จัดประชุมปฏิบัติการ (workshop) หรือประชุมทบทวน (retreat) ทุก ๓ - ๔ ปี
          โดยสมาชิกสภา


 ๖. ยืนหยัดให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ (insisting on strategic planning)
       • ให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายปฏิบัติกำหนด
       • แผนการบริหารและแผนปฏิบัติ
       • ประเมินผลงาน - ผลกระทบ
       • ปรับปรุงการบริหารและการปฏิบัติ
          - หลักสูตร - การเรียน การสอน
          - การวิจัยและพันธกิจต่าง ๆ


๗. ทบทวนหลักสูตรและโครงการบริการสังคม (reviewing educational and publicservice programs) เพื่อนำไปสู่
       • การควบคุมค่าใช้จ่าย (cost containment)
       • การจัดสรรทรัพยากรใหม่ (reallocating limited resources to capitalize on
          institutional strength)
       • การลดแรงกดดันที่ต้องขึ้นค่าเล่าเรียน (reducing the rate of tuition increase)
       • การปรับโครงสร้าง (restructuring the institution)


๘. ประกันความพอเพียงของทรัพยากร (ensuring adequate resources)
       • “งบประมาณไม่เคยพอ” ก็จริง แต่สภาฯ ก็ต้องร่วมรับผิดชอบ เพื่อให้มีทรัพยากร
         ที่เพียงพอกับการบริหาร และการปฏิบัติงาน
       • กรรมการสภาฯ ต้องช่วยหาเงิน หาทรัพยากรอื่น หาความร่วมมือ หาพันธมิตร
         ฯลฯ


๙. ประกันการบริหารจัดการที่ดี (ensuring good management)
    เครื่องชี้ :-
      • มี “ธรรมาภิบาล”
      • งบดุลไม่ติดลบ
      • คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มีคุณภาพ เสียสละเพื่อสถาบัน
      • ได้ “บัณฑิตที่พึงประสงค์” ฯลฯ


๑๐. ยึดมั่นในความมีอิสระของสถาบัน (preserving institutional independence)
      • สภาฯ ปฏิบัติในกรอบจริยธรรม
      • ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติงานได้ผลดี
      • สถาบันได้รับการรับรองมาตรฐาน
      • หากเป็นเช่นนี้แล้ว สภาสถาบันต้องประกัน “ความเป็นอิสระทางวิชาการ –
        academic freedom” และ “ความเป็นอิสระในการบริหารสถาบัน – institutional   
        autonomy”


๑๑. เชื่อมโยงสถาบันไปสู่ชุมชน และเชื่อมโยงชุมชนสู่สถาบัน (relating campus to
      community and community to campus)
       • สภาฯ เป็น “กันชน - buffer”
       • สภาฯ เป็น “สะพาน - bridge”
       • สภาฯ ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างชุมชนและสถาบัน (one foot firmly planted in
         “the real world” and the other in “the academic world”)


๑๒. บางครั้งทำหน้าที่เป็นศาลอุทธรณ์  (serving occasionally as a court of appeal)
       • ความขัดแย้ง ความขัดข้องหมองใจทั้งหลายของนักศึกษา เจ้าหน้าที่ คณาจารย์
          ต้องยุติสิ้นสุดที่ระดับบริหารและระดับปฏิบัติ
       • สภาฯ มีหน้าที่ดูแลว่า “ระบบและกระบวนการยุติธรรมในสถาบันเป็นไปตาม
         กฎระเบียบ และความเป็นธรรม”

 

หน้าที่ของกรรมการสภาฯ แต่ละท่าน
   ๑. ออกความเห็นด้วยความบริสุทธ์ิใจ และตั้งใจฟังเหตุผลของบุคคลอื่น


   ๒. เมื่อมีมติแล้ว ต้องสนับสนุนมตินั้นอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับมตินั้น


   ๓. ช่วยเผยแพร่ผลงานและเกียรติคุณของสถาบัน

 

          ย้ำว่าคัดลอกมาจากรายงานการประชุมสภา มช. ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๐ ก.พ. ๕๔