ต่อจากคราวที่แล้วค่ะ

      สิบเอ็ดนาฬิกาเศษๆ เรากับน้องซิ่งก็ไปถึงที่พักซึ่งเป็นบ้านของน้องเก่ง  ทางเข้าหน้าบ้านประดับด้วยดอกชวนชม ตัวบ้านเป็นบ้านสองชั้น  ด้านข้างบ้านเป็นอาคารหลังเล็กเมื่อเดินเข้าไปสำรวจเราถึงรู้ว่าเป็นคลินิกแพทย์แผนไทยของน้องเก่งนั่นเอง ซึ่งมีตั้งแต่โต๊ะตรวจโรค ยาสมุนไพรเดี่ยว ยาสมุนไพรตำรับ ห้องสำหรับทำหัตถบำบัด ตู้อบ เห็นแล้วเราอึ้งนิดๆ ตัวยาหลายตัวที่ทำงานเราไม่มีด้วยซ้ำ 

 

           พอวางกระเป๋าก็ถูกน้องๆยกมือไหว้กันเรียงราย มีทั้งคุ้นหน้าและไม่คุ้นหน้า ที่รู้จักแล้วมีน้องเดี่ยว นักการแพทย์แผนไทยที่ทำงานอยู่ร้อยเอ็ด  อาจารย์แพร เป็นอาจารย์แพทย์แผนไทยที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มาใหม่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคามสี่คน คือน้องกิ๊ก น้องแก้มยุ้ย น้องบอย น้องชัย  น้องๆจากมหิดลสองคนคือน้องจิ๊บและน้องเพชร ที่ทำเราแปลกใจมากคือน้องแก้ว น้องแก้วเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เคยเจอน้องเวลามีประชุมไม่คิดว่าจะได้เจอน้องที่นี่ด้วย

 

         อีกคนที่พึ่งมาครั้งแรกคือน้องเตย แพทย์แผนไทยประยุกต์รุ่นหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่ รพ.สต.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ น้องเตยมองหน้าเราแล้วบอกว่าเป็นคุ้นๆหน้า พอคุยกันไปมาถึงได้รู้ว่าเคยเจอน้องเตยตอนเราไปฝึกทำยาที่โรงพยาบาลศิริราช โลกกลมจริงๆที่ได้มาเจอน้องที่นี่

 

      คุยกันไปซักพัก น้องสาม (แพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ทำงานอยู่ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี) ก็เข้ามาทักทายด้วยท่าทางร่าเริง สอบถามกันไปมาเกี่ยวกับการเดินทางและการทำงาน  โดยส่วนตัวเราปลื้มน้องสามมาตั้งแต่ค่ายครั้งที่แล้วมาก เพราะเวลาสามพูดถึงงานของตัวเองแล้วเราเห็นรัศมีแห่งความสุขเปล่งประกายออกมาจากนัยน์ตาน้อง  สามเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ถือได้ว่าเปิดตัววิชาชีพได้งดงามมาก 

 

          น้องสามารถที่จะจ่ายยาคนไข้ด้วยยาต้มตามคัมภีร์เวชกรรมแผนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ค่อนข้างลำบากในหลายพื้นที่ สามเล่าว่าชุมชนดำเนินสะดวกเป็นชุมชนที่ผู้คนยังชอบการรักษาแบบโบราณอยู่มาก มีร้านยาจีนอยู่หลายที่ เวลาคนไข้มาที่รพ.สต.แม้มิใช่เป็นโรคกล้ามเนื้อที่ต้องพบแพทย์แผนไทยโดยตรง แต่คนไข้ก็ยังยืนกรานที่จะรักษากับหมอสามอยู่ดี เห็นแล้วเราชื่นชมกับการทำงานของน้องมากที่สามารถนำวิชาเวชกรรมแผนไทยมาใช้ได้เต็มที่ เพราะส่วนใหญ่แล้วแพทย์แผนไทยประยุกต์อย่างเราจะมีแค่คนมองว่านวดได้อย่าเดียวเท่านั้น

 

            คุยกันเพลินๆ น้องบุ๋ม แพทย์แผนไทยประยุกต์ รพ.สต.บ้านลาด จ.เพชรบุรีเดินมาสบทบกับกลุ่มของพวกเรา น้องบุ๋มเป็นคนก่อตั้งกลุ่มกาบเชิงคลับในเฟสบุ๊ค เอาไว้ให้เราคุยงานแพทย์แผนไทยกันได้สะดวก เรารู้จักน้องบุ๋มตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อตอนฝึกงานก็เจอกัน น้องบุ๋มเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่รักในวิชาชีพนี้มากมาย เราสัมผัสได้ถึงพลังที่มีมากมายในตัวน้องในการพัฒนาวิชาชีพนี้ที่มันมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม  น้องบุ๋มเองก็สามารถที่จะทำงานได้อย่างน้องสาม

            ทว่าเป็นที่น่าเสียดายที่เจอกันครั้งนี้ น้องก็บอกกับเราว่าลาออกแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่างานมาถึงทางตัน ผู้ที่มีอำนาจมากกว่าไม่เอาด้วยกับงานแพทย์แผนไทย น้องบุ๋มเห็นทางว่าหากไปต่อไปไม่ได้คงจะไร้ประโยชน์ จึงลาออกเสีย แล้วตั้งใจจะเรียนต่อ

 

            เรารู้สึกใจหายด้วยเสียดายแทน รพ.สต.บ้านลาด  ที่จะต้องขาดแพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพไป หาใช่แค่น้องบุ๋มเท่านั้นที่ลาออก เพราะน้องโอ แพทย์แผนไทยประยุกต์ที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแพทย์แผนไทยที่เก่งมากคนหนึ่งเช่นกันก็ลาออกเช่นกันด้วยเหตุผลเดียวกับน้องบุ๋ม  ฟังแล้วเรารู้สึกหดหู่ในใจ วิชาชีพของเรานี้ต้องถางกันอีกนานโข กว่าจะประสบความสำเร็จและเป็นที่ต้องการ

 

            นั่งคุยกันไปมารถกระบะอีกคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามาภายในบ้านน้องเก่ง เมื่ออกไปดูเราก็เจอกับอาจารย์เอ็ม แพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลกาบเชิง อาจารย์ดวงใจที่ทำงานอยู่ที่ยโสธร พี่ตุ๋ย นักศึกษาปริญญาโทคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            เรารู้จักอาจารย์เอ็มและพี่ตุ๋ยตั้งแต่ค่ายครั้งที่แล้ว ทั้งสองท่านเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่อุดมการณ์แรงกล้ามาก เชี่ยวชาญการรักษาคนไข้ทั้งการใช้ยาสมุนไพร และหัตถเวชกรรมไทย ลูกศิษย์ที่ผ่านการฝึกงานจากโรงพยาบาลกาบเชิงล้วนแล้วแต่ถูกปลูกฝังให้รักในวิชาชีพนี้กันทุกคน

           น่าเสียดายที่เราไม่ได้ผ่านการฝึกจากโรงพยาบาลกาบเชิง เพราะแม้จะพึ่งรู้จักและได้พูดคุยกับอาจารย์เอ็มไม่กี่ครั้ง เราก็สัมผัสได้ถึงพลังในตัวของอาจารย์ได้มากมาย  การเจออาจารย์และพี่ตุ๋ยครั้งนี้เราถึงดีใจมาก วาดฝันถึงข้อคิดดีๆในการทำงานที่อาจารย์จะเมตตาสอนสั่ง