สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง 'Education reduces blood pressure' [ BBC ] = "การศึกษาลดความดันโลหิต(เลือด)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ  
.
เป็นที่ทราบกันดีว่า ความดันเลือดสูง (high blood pressure; blood = เลือด; pressure = ความดัน; หรือ hypertension; hyper- = สูง เกิน; tension = ความเครียด ความดัน) เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ สโตรค (stroke = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองตีบ-แตกตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต) และโรคไตเสื่อม-ไตวาย
.
การศึกษาใหม่ (ตีพิมพ์ใน BMC Public Health) ทำโดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3,890 คน ติดตามไปนาน 30 ปี, โดยใช้ข้อมูลส่วนหนึ่งจากโปรแกรมศึกษาคนรุ่นลูกในเมืองฟรามิงแฮม (Framingham Offspring Study)
.
การศึกษานี้นิยามว่า คนที่มีการศึกษาต่ำ คือ เรียนไม่เกิน 12 ปี; การศึกษาปานกลาง = 13-16 ปี; การศึกษาสูง = 17 ปีขึ้นไป และเน้นที่ค่าเฉลี่ยความดันเลือดตัวบน (average systolic blood pressure / sBP)
.
ผลการศึกษาพบว่า คนที่มีโอกาสเรียนสูงๆ มีความดันเลือดสูงน้อยกว่าคนที่ไม่มีโอกาส โดยผลกระทบนี้พบในผู้หญิง (3.26 mmHg; หน่วยมิลลิเมตรปรอท) มากกว่าผู้ชาย (2.26 mmHg)
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ คนที่มีการศึกษามักจะต้องทำงานที่มีความเครียด หรือความกดดัน เช่น เสี่ยงภัย (เช่น ก่อสร้าง เก็บขยะ ฯลฯ), ทำงานกลางแดด ฯลฯ มากกว่าคนที่มีการศึกษาสูง เช่น คนทำงานออฟฟิซ (สำนักงาน) ฯลฯ
.
ศ.อีริค ลุคส์ หัวหน้าคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยบราวน์กล่าวว่า ผู้หญิงที่มีการศึกษาต่ำเสี่ยงโรคซึมเศร้ามากขึ้น แถมยังอยู่ในวงจร "โง่(หมายถึงขาดโอกาสทางการศึกษา)-(ยาก)จน-เจ็บ(ป่วย)" แบบที่ท่าน ศ.ประเวศ วะสีสรุปไว้ คือ
.
คนกลุ่มนี้มีประวัติพ่อแม่คนเดียว (single parents = พ่อแม่หย่าร้างกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทอดทิ้ง), อยู่ในเขตยากจน และอยู่ใต้เส้นยากจน (below the poverty line = มีรายได้ต่ำกว่าที่จะซื้อหาปัจจัย 4 ได้เพียงพอในราคาตลาดท้องถิ่น)
.
กลไกอื่นที่เป็นไปได้ คือ คนที่มีการศึกษามักจะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ได้ดีกว่า โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือแบบแผนในการใช้ชีวิต (lifestyle) ทำให้ผลการรักษาดีกว่าคนที่ด้อยโอกาส
การศึกษานี้บอกเป็นนัยว่า การให้โอกาสทางการศึกษาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากในระยะยาว ทั้งต่อรายได้ (ทำให้อยู่เหนือเส้นยากจน), ต่อโรคภัยไข้เจ็บ (ทำให้ความดันเลือดลดลง), และคุณภาพชีวิต (ทำให้ซึมเศร้าน้อยลง)
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

 > [ Twitter ]                             

  • Thank > BBC. 
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 28 กุมภาพันธ์ 2554.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.