“รู้จักตนเอง” ประเด็นนี้โผล่เข้ามาในการประชุม ๓ ครั้งใน ๒
วัน ทำให้ผมได้ตระหนักว่า
นี่คือสิ่งสำคัญที่ขาดหายไปในการศึกษาไทย
ที่จะเป็นสาเหตุของความเสื่อมทรามของสังคมไทยอย่างน่าวิตก
การศึกษาไทยไม่ได้ทำให้เด็กไทยรู้จักตนเอง
ไม่รู้ว่าตนชอบอะไร ถนัดอะไร ต่อไปในอนาคตอยากมีชีวิตอย่างไร
ทำให้การเลือกเส้นทางการศึกษา ไม่มีเป้าหมายของตนเอง
มีแต่ตามกระแสสังคม หรือตามที่พ่อแม่อยากให้เป็น
เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศไทย
มีสภาพโกลาหล อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ในการประชุมระดมความคิด ที่ สกอ. เช้าวันที่ ๓ ก.พ. ๕๔ เรื่อง
การปฏิรูประบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
นอกจากเห็นพ้องกันเรื่องให้มีสำนักงานกลางทำหน้าที่จัดการข้อมูล
และประสานงานความต้องการหรือการเลือกซึ่งกันและกันระหว่างนักเรียนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัย
กับมหาวิทยาลัย (ไม่ใช่หน่วยจัดสอบแข่งขัน) แล้ว
ต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ให้นักเรียนค่อยๆ รู้จักตัวเอง
จนเมื่อเรียนชั้น ม. ปลาย ก็รู้เส้นทางชีวิตที่ตนต้องการ
เพราะรู้จักตัวเอง
ระบบการศึกษาที่ไม่ช่วยให้เด็กรู้จักตนเอง เป็นระบบที่ล้มเหลว
และก่อปัญหามากมายตามมา ต่อสังคม ในระยะยาว
เช้าวันที่ ๔ ก.พ. ๕๔
มีการประชุมเรื่องการก่อตั้งโรงเรียนสาธิตนานาชาติ
ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และพูดกันว่า
เป้าหมายสำคัญของการเรียนรู้ คือให้เด็กรู้จักตนเอง
ไม่ใช่แค่เก่งวิชา แต่ต้องรู้จักตนเอง เป็นตัวของตัวเอง
มีการพูดกันว่า
ต้องคุยกับพ่อแม่เด็กที่จะเข้าเรียนให้เข้าใจชัดเจนเสียก่อนว่า
มาเรียนที่โรงเรียนนี้แล้ว ลูกจะรู้จักตนเอง
ซึ่งอาจจะมีผลให้ไม่เลือกเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาที่พ่อแม่อยากให้เรียน
โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา กำหนดเปิดปีการศึกษา
๒๕๕๖ ครับ กำลังจะก่อสร้างอาคาร และเตรียมรับอาจารย์
บ่ายวันที่ ๔ นั่นเองทีมงานจากกระทรวงศึกษาธิการ
นำโดยท่านอดีตรองปลัดกระทรวง ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล
มาคุยที่มูลนิธิสยามกัมมาจล
เรื่องความร่วมมือพัฒนาเยาวชนในโรงเรียนโดยใช้ ICT
เป็นเครื่องมือ
เราคุยกันว่า เป้าหมายหนึ่งคือช่วยให้นักเรียนรู้จักตัวเอง
ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมจิตอาสา
คนที่ไม่รู้จักตนเอง จะเป็นคนไม่รู้จักโต และไม่รับผิดชอบ
หากจะให้เด็กนักเรียนรู้จักตัวเอง ครูต้องเป็นคนที่รู้จักตัวเอง
วิจารณ์ พานิช
๕ ก.พ. ๕๔
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
การรู้จักตนเองก็คือการค้นหา “ความถนัดหรือจริตธรรมชาติของ mind” เมื่อรู้จักตนเองดี ก็จะรู้วิธีหรือค้นหาวิธี เพื่อจะพัฒนาตนเอง จากศักยภาพที่มี จาก "สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่" การตระหนักรู้ (awareness)ในสิ่งเหล่านี้ จะช่วยสร้างสังคมแห่ง "สัมมาทิฐิ" จะช่วยหล่อหลอมมนุษย์ไปสู่การดำรงชีวิตอย่างมี "คุณค่า...และมีความหมาย..."
ด้วยความเคารพครับผม
นิสิต
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าระบบการศึกษาของเราไม่มีการทำให้รู้ว่าตนเองชอบอะไร และระบบการแนะแนวในโรงเรียนล้มเหลว แม้แต่ในมหาวิทยาลัยเองเมื่อเด็กเข้ามาแล้ว โอกาสที่จะเปลี่ยนสาขาวิชาที่ตนเองไม่ชอบก็มักจะไม่ได้ จำต้องไปสอบเข้าใหม่
รู้จักตนเองก็จะรักตนเอง
รักอาชีพ
สังคมจะได้อะไรดีๆมากเลยครับ
อาจารย์คุณหมอ ดิฉันมีความตั้งใจที่จะแบ่งปันความเข้าใจให้กับลูกๆอย่างมากและมากที่สุด จึงเลือกพิมพ์ " เด็กรู้จักตนเอง " เพราะเข้าใจว่าจะเรียนรู้ได้ดีอย่างต่อเนื่อง ต้องเริ่มที่ตัวเองเป็นสิ่งแรก แล้วค่อยเรียนรู้ไปหาสิงที่อยู่รอบๆ ค่อยๆไปไกล และมีความโชคดีมากที่เปิดมาพบข้อเขียน ของคุณหมอ พรุ่งนี้จะไปคุยกับเด็กๆให้เริ่มเรียนวันนี้จากตัวของเด็กเองแล้วครูจะเก็บข้อมูลประมาณ สามเดือน
ผมเคยเขียนบันทึกสั้นๆ เรื่องนี้ไว้ที่ http://portal.in.th/learntogether/pages/14276/