"สภาพปัญหาของระบบราชการไทย"...

 

 

          สภาพปัญหาจากความล้าสมัยของโครงสร้างราชการที่ใช้กันมานาน...แม้มีการปรับแต่งเป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่เคยมีการปรับรื้อทั้งระบบ...อีกทั้งการขยายตัวของภาระหน้าที่ของหน่วยงาน  ด้วยข้ออ้างที่รับใช้ประชาชน...แต่ดูเหมือนเป็นการขยายฐานอำนาจไปเรื่อย ๆ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา  ทำให้เกิดมีหน่วยงานกระจัดกระจาย มีภารกิจซ้ำซ้อนและสับสน  ยากต่อการประสานงานหลายหน่วยงานพยายามสร้างกรอบล้อมรอบเพื่อปกป้องหน่วยงานของตนเอง...สร้างกฎระเบียบและเงื่อนไขให้ติดขัดและไม่คล่องตัวในทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการ...ระบบการบริหารและตัดสินใจเป็นแบบรวมศูนย์  อำนาจกระจุกตัวอยู่ในส่วนกลางและผู้บริหารระดับสูง...ทำให้การสั่งการล่าช้า  ผิดพลาดและไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์...ยากที่จะเป็นผู้นำหรือผู้ให้การสนับสนุนแก่ภาคธุรกิจเอกชนในการแข่งขันบนเวทีสากลนี้ได้...

 

           

 

              เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป...ระบบราชการในปัจจุบันยังเอื้อให้ข้าราชการบางคนทำงานไม่เต็มที่เท่าที่ควร...   สร้างเครือข่ายและพรรคพวก  ขาดระบบการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ  พัฒนาก่อตัวระบบอุปถัมภ์  เพื่อทดแทนการที่มีรายได้ต่ำ ทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นและการฉ้อราษฎร์บังหลวง...บางคนยังยึดติดกับทัศนคติดั้งเดิม  ในความเป็นเจ้าขุนมูลนาย...สร้างอิทธิพลจากการใช้อำนาจรัฐ...ช่วงเวลาที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายมักมีปัญหาไม่สิ้นสุด  ทำให้ขาดความตั้งใจและขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงซับซ้อนและขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ...

 

 

              ปัญหาเรื้อรังเหล่านี้ที่กล่าวมาข้างต้น...ล้วนเป็นปัญหาพื้นฐานที่สร้างความอ่อนแอให้กับระบบราชการและเต็มไปด้วยปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ...สร้างความชินชาให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในเรื่องความล่าช้า บกพร่อง ผิดพลาด ไม่สนใจกับความฟุ่มเฟือย สิ้นเปลือง ไม่ประหยัด ไม่คุ้มค่าและไม่ใยดีกับความพึงพอใจของผู้มารับบริการหรือไม่...ทั้งหมดนี้ได้ฝังรากลึกไปทั่วทุกส่วนของภาครัฐจนเกินที่จะเยียวยา ขาดพลังและจิตวิญญาณในการขับเคลื่อนเพื่อที่นำพาประเทศออกจากวิกฤติและแก้ไขปัญหาของประเทศได้...ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของประเทศ การพัฒนาศักยภาพ คุณภาพและคุณธรรมของระบบราชการ...จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิรูปโครงสร้างและระบบของภาคราชการอย่างขนานใหญ่และอย่างจริงจัง...

 

 

 

 

 

ที่มา  : หนังสือ KPI รายบุคคล : สุดยอดบริหารผลลัพธ์ขององค์กร.

กรุงเทพฯ : สินทวีกิจ พริ้นติ้ง, 2553.