ต้องการฟังเพลง "หลวงตามหาบัว" คลิกที่ส่วนเสริมได้นะครับ

             ภาพข้างบน คือ ส่วนหนึ่งของข้าวในงานประทายข้าว ที่วัดป่าบ้านตาด เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2554 (กล้องผมบอกวันสุดท้ายที่เขาชำรุด พอผมแก้ไขเขาได้..ผมกลับลืมตั้งเวลา...ขออภัยครับ)

            วันนั้นพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลไปร่วมงานมาก คณะของผมไปถึงวัดเวลาหกโมง ลานจอดรถหน้าวัด ยังเหลือที่ว่างกว่าครึ่ง (แต่เมื่อผมกลับมาตอน 10 โมง ที่จอดรถแทบจะไม่ว่างแล้ว)


           

               บริเวณถนนหน้าวัด ด้านซ้ายมือมีอาหารและน้ำดื่มหลากหลายชนิด ซึ่งลูกศิษย์ของหลวงตาพระมหาบัว ทั้งบรรพชิตและฆราวาสนำมาบริการฟรี.....


             บริเวณทางขึ้นศาลาที่ตั้งพระสรีระสังขารของหลวงตา ภาพที่เห็นเพียงส่วนหนึ่งของแถวที่ยาวประมาณ 300 เมตร (ภาพนี้ผมถ่ายเองนะครับ...กรุณาอย่าเข้าใจว่า มีผมอยู่ในภาพ)

             บริเวณที่ตั้งพระสรีระสังขาร ในวันที่ 12 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตั้งตู้เซฟไว้ด้านหน้า และเงินถูกหย่อนลงไปในเซฟ เต็มอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่คงเหนื่อยมาก ผมโชคดีอยู่บ้างที่ได้ถ่ายรูป หลังจากกราบพระสรีระสังขารแล้ว

 

 

              วันนี้ขณะที่ผมบันทึก ผมดูโทรทัศน์สถานีวัดป่าบ้านตาดไปด้วย ได้เห็นการจัดการที่ดี จัดคนขึ้นไปกราบทีละชุด คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย ลุงป้า น้าอา พี่ๆ น้องๆ ลูกหลาน ได้กราบและเก็บความปิติที่หายากยิ่งในชึวิตโดยถ้วนทุกคน


 

             กุฏิหลวงตาอยู่ไม่ไกลจากศาลาใหญ่ ทางเข้าสะอาดมาก เราถอดรองเท้าไว้ที่ปากทาง


 

 

          ภายในห้องปลอดเชื้อที่นิพพาน นาฬิกาบอกเวลา 03.53 น. เป็นห้องกระจกจึงสามารถถ่ายภาพได้ชัดเจนดี

 

            ผมเดินฝ่าฝูงชนออกมาที่ประตูวัด ขณะนั้นเวลา 08.30 น. โรงทานแน่นขนัด ผมเดินผ่านข้าวแกง ก๊วยเตี๋ยว ข้าวขาหมู กาแฟ ไอศครีม และ ฯลฯ ไม่ใช่ไม่หิว เป็นเพียงแถวที่ยาวมากในแต่ละเต้นท์


 

             จนมาถึงท้ายเต้นท์ เห็นส้มตำเจ้านี้ คนบางตา กำลงตำเสร็จใหม่ๆ ตักใส่ถ้วยโฟม ผมคิดว่า คนน้อยคงจะงั้นๆ แต่เอาเถอะ ดีกว่าไม่ได้กิน จึงหยิบมาหนึ่งถ้วยพร้อมกับซ่อม แล้วถอยออกมา

           ที่ไหนได้ อร่อยมากครับ จึงหันกลับมาถ่ายรูป แล้วก็เห็นผู้คนเข้ามารุมหยิบถ้วยจนคนสวยตักส้มตำไม่ทัน 

           ก่อนออกจากโรงทาน ผมได้รับประทานอาหารจนอิ่มอีกหลายอย่าง แน่ละเป็นกับข้าวแบบอีสานแท้ๆ (ก็อยากกินมานานแล้ว...)

 

"จิตกาธาน" กำลังก่อสร้าง

 

        ในระหว่างเดินทางกลับผมนึกถึงหนังสือ "หยดน้ำบนใบบัว" ที่ผมได้รับจากวัดป่าบ้านตาด ตั้งแต่ครั้งที่ผมไปครั้งแรก ประมาณ พ.ศ. 2534 ผมเก็บไว้ที่ไหนหนอ

        พลันเกิดความสงสัยว่า เหตุไฉนหนังสือจึงชื่อว่า "หยดน้ำบนใบบัว" ผมต้องหาคำตอบให้ได้

 


วาริ โปกฺขรปตฺเตว
อารคฺเคริว สาสโป
โย น ลิปฺปติ กาเมสุ
ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณนฺติ

ผู้ใด...ไม่ติดอยู่ในกามทั้งหลาย

เหมือนน้ำไม่ติดอยู่ในใบบัว

และเหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาด 

ไม่ตั้งอยู่ได้บนปลายเหล็กแหลม

ผู้นั้น...เรา ตถาคตเรียกว่าเป็นพราหมณ์ ดังนี้


“ภิกษุทั้งหลาย พระขีณาสพทั้งหลายนั้น

ไม่ยินดีในกามสุข ไม่เสพกาม
เปรียบเสมือนหยาดน้ำตกลงบนใบบัวแล้ว

ไม่ติดอยู่ ย่อมกลิ้งตกไป

และอุปมาเหมือนกับเมล็ดพันธุ์ผักกาด

เมล็ดข้าว ที่บุคคลนำไปวางไว้บนปลายเหล็กแหลม

ย่อมไม่ติดตั้งอยู่บนปลายเหล็กแหลม

ย่อมกลิ้งตกไป ฉันใด
กามทั้งสอง กล่าวคือ
กิเลสกาม ๑ วัตถุกาม ๑


ก็ย่อมไม่ติดอยู่ในจิตใจของพระขีณาสพทั้งหลาย ฉันนั้น


บุคคลเช่นที่กล่าวมานี้ เราตถาคตเรียกว่า เป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐ”

 

ขอขอบคุณ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=455114

และขออภัยที่ส่วนเสริม (เพลงประกอบบล็อก) อาจขัดกับเรื่อง