“หนุ่มสาว เปรียบดั่ง ดวงตะวัน ยามเช้าแปดเก้านาฬิกา...” “คลื่นลูกหลังย่อมใหญ่และแรงกว่าคลื่นลูกก่อนๆ” คนหนุ่มสาวจึงยังคงเป็นความหวังให้แก่สังคมทุกยุคสมัยไม่เสื่อมคลาย...

ปฎิวัติอียิปต์ ไม่เพียงเป็นความสำเร็จของประชาชนในการยุติอำนาจกดขี่มาช้านาน

หากยังเป็นบทพิสูจน์ว่า เทคโนโลยี เป็นอำนาจที่ทรงพลัง ต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมมาทุกยุคสมัย

วันนี้เมื่อสื่อสังคมในรูปของกูเกิ้ล เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์  ยูทิวป์ ได้ถูกมวลชนแห่งอียิปต์นำมาใช้สื่อสารปลุกพลังจิตสำนึก ช่วยวางแผน กำกับติดตาม และปรับแผนจนสามารถขับเคลื่อนพลังมหาประชาชนเรือนล้านออกมาโค่นล้มอำนาจมืดยุคฮอสนี่ มูบารัคในที่สุด(โปรดติดตามรายละเอียดได้จากhttp://www.bangkokpost.com/tech/computer/221856/google-very-very-proud-of-cyber-revolutionary)

เมื่อครั้งอดีต กว่า1400ปีมาแล้ว ขนมไหว้พระจันทร์ก็คือ สื่อสังคมที่ชาวจีนฮั่นใช้สื่อสารทำนองเดียวกันและนำไปสู่การยุติอำนาจปกครองของราชวงศ์หยวน(จีนมองโกล)แล้วจัดตั้งราชวงศ์หมิง  ขนมไหว้พระจันทร์จึงเป็นเทคโนโลยีทางสังคมในยุคจีนโบราณ

สำหรับผู้กดขี่ ขนมไหว้พระจันทร์ และสื่อสังคมสมัยใหม่ล้วนทำหน้าที่เหมือนกันคือ เป็นส่วนสำคัญของที่มาแห่งฝันร้ายเกินคาด

สำหรับผู้สร้างสรรค์ สื่อสังคมคือโอกาสแห่งการพัฒนา เป็นส่วนผสมสำคัญของการปลดปล่อยพลังแห่งจินตนาการ ก่อเกิดธุรกิจใหม่ วิถีการผลิตใหม่ บริการสังคมแปลกใหม่ อย่างเช่น ...

ซาฟารีคอม ธุรกิจธนาคารคนจนแหวกแนว ริเริ่มโดยคุณ”มายน่า” หนุ่มวัยฉกรรจ์แห่งเคนย่า  เขาพัฒนาและขยายเครือข่ายบริการรับส่งเงินผ่านข้อความโทรมือถือไปยังปลายทาง โดยที่ผู้ส่งหรือผู้รับอาจไม่มีโทรมือถือก็ได้  อาจเรียกเก็บเงินปลายทางก็ได้  ทำให้ความนิยมใช้บริการโดยคนจนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเคียงคู่กับอัตราเพิ่มของตัวแทนบริการธุรกรรมคนจนโดยซาฟารีคอม ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 19,000ราย บริการลูกค้า 12ล้านราย(ประชากรเคนย่าทั้งประเทศมีจำนวน 39 ล้านคน)

สำหรับคนจน นี่คือฝันที่เป็นจริง พวกเขาคือฐานการตลาดธุรกรรมที่ธุรกิจธนาคารตามแบบฉบับมองข้ามเสมอมา

พลังของโทรมือถือต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่จนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนี้ อาจสัมผัสได้ผ่านรายงานของสามสถาบัน(ธนาคารโลก โรงเรียนธุรกิจแห่งลอนดอน และบริษัทดีลอยท์)ที่ระบุว่า ทุก10%ที่คนถือครองโทรมือถือเพิ่มขึ้น จีดีพีเพิ่มตาม 0.6-1.2%

เทคโนโลยีการสื่อสาร/สารสนเทศ คงจะไม่มีความหมายหากสมาชิกสังคมไม่ประสงค์จะทำงานร่วมกัน อยู่ร่วมกัน ทำนองเดียวกันผู้กดขี่ก็จะมองข้ามมันไปหากพวกเขาไม่ตระหนักถึงพลังการรวมตัวของสังคม

จาเวด คาริม ผู้ก่อตั้งยูทิวป์ตอนอายุ 27 พูดว่า “ความคิดดีเป็นของถูก แต่การทำให้ความคิดดีมีผลในทางปฎิบัติต้องใช้ความพยายามมากกว่าหลายเท่า ซึ่งในหลายกรณี เราต้องปล่อยให้ผู้ใช้เป็นคนบอก ว่าพวกเขาจะใช้ผลงานของเราอย่างไร”

( http://www.worldhistorysite.com/YouTube.html)

เช่นเดียวกับ คาริม ผมมีข้อสังเกตว่า ผู้ก่อตั้งสื่อสังคมสมัยใหม่ดังกล่าวก็ดี ผู้นำการปฎิวัติอียิปต์ก็ใช่ ผู้ให้กำเนิดธุรกิจแหวกแนวก็อีกเช่นกัน ล้วนเป็นคนวัยหนุ่มสาว ทำให้ผมนึกถึงคำพูดสองประโยค ว่า

 “หนุ่มสาว เปรียบดั่ง ดวงตะวัน ยามเช้าแปดเก้านาฬิกา...”

 “คลื่นลูกหลังย่อมใหญ่และแรงกว่าคลื่นลูกก่อนๆ”   

คนหนุ่มสาวจึงยังคงเป็นความหวังให้แก่สังคมทุกยุคสมัยไม่เสื่อมคลาย...ใช่บ่