การถ่ายภาพดอกไม้

             ภาพดอกไม้จะแสดงให้เห็นถึงลักษณะรูปทรง รูปร่าง และสีสันที่สวยงาม สามารถเน้นให้เห็นลวดลายของกลีบดอก ตลอดจนแนวเส้นของกิ่งก้านช่วยให้ภาพมีความงดงาม โดยเฉพาะการถ่ายภาพดอกไม้ในระยะใกล้ จะให้สีตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ป่าหรือดอกไม้ที่ปลูกไว้ตามบ้านเรือน การถ่ายภาพดอกไม้จึงนิยมกันมากไม่แพ้ภาพทิวทัศน์น่าสนใจและน่าทดลองถ่ายดู  
           
การถ่ายภาพดอกไม้แบบกลุ่มใหญ่
        เป็นการถ่ายภาพดอกไม้ในระยะไกลๆ ในมุมกว้างๆ ให้เห็นดอกไม้ทั้งแปลง และเห็นส่วนประกอบอื่นๆ ในภาพด้วย การถ่ายภาพแบบนี้ช่างภาพต้องรู้จักการจัดองค์ประกอบของภาพให้สิ่งประกอบใน ฉากเสริมความสำคัญของดอกไม้ โดยไม่แย่งความเด่นของดอกไม้ไป

        สิ่งสำคัญในการจัดองค์ประกอบ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเส้น สี และช่องว่าง ที่เป็นส่วนประกอบในภาพ สายตาของเราสามารถเลือกรับเฉพาะกลุ่มดอกไม้ แต่การบันทึกภาพของกล้องจะบันทึกภาพทั้งหมดในอาณาเขตที่กล้องสามารถบันทึก ได้ จึงควรเน้นกลุ่มของดอกไม้ให้เด่นออกมาจากส่วนประกอบด้านหน้า และด้านหลัง พยายามจัดภาพให้เห็นดอกไม้เต็มทั้งกรอบภาพ อาจใช้เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสูง
        การ ถ่าย ภาพควรเน้นกลุ่มของดอกไม้ที่ต้องการให้เป็นจุดเด่นหลัก ส่วนประกอบด้านหลังจะเบรอไป พยายามตัดส่วนประกอบของภาพที่ไม่สำคัญออกไป เช่น ท้องฟ้าหรือต้นไม้ ที่ปรากฏในฉาก สีสันของดอกไม้ช่วยทำให้เห็นทิวทัศน์ที่มีความลึก ดอกไม้สีเหลืองและสีแดงที่อยู่บริเวณวิวด้านหน้า ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกเห็นใกล้เข้ามา
        ส่วนสีเขียว สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกเห็นทิวทัศน์ไกลออกไป
        ดัง นั้นในการจัดมุมถ่ายภาพดอกไม้จึงควรประกอบภาพให้ดอกไม้ที่มีสีสว่างอยู่ด้าน หน้า และสีทึบๆ อยู่ห่างออกไป ภาพจึงจะดูมีความลึก
        การถ่ายแปลงดอกไม้เป็นแถว ควรจัดให้แถวดอกไม้อยู่ในแนวทะแยง มุมกล้องอยู่ในตำแหน่งที่แสงสว่างไปยังดอกไม้ทางด้านข้าง

การถ่ายภาพดอกไม้เป็นดอกเดี่ยว หรือเป็นช่อ
        ลักษณะของดอกไม้แต่ละดอกจะมีความเด่นมากยิ่งขึ้น สามารถเห็นรายละเอียดที่ชัดเจน โดยอาจถ่ายโดยใช้ Telephoto Lens ดึง ภาพเข้ามาใกล้ๆ ข้อดีของ Telephoto Lens คือ มีความชัดตื้นมาก ดังนั้นถ้าโฟกัสที่ตัวดอกไม้แม้วิวด้านหลังจะพร่ามัว ภาพดอกไม้จึงดูโดดเด่นขึ้น Telephoto lens ที่เหมาะสมในการถ่ายภาพดอกไม้ประมาณ 135 มม. ความเร็วชัตเตอร์ควรใช้ 1/250 หรือ 1/500 วินาที ถ้าใช้ 1/60, 1/125 วินาที ภาพจะไม่ชัดเท่าที่ควร เพราะขณะลั่นไกชัตเตอร์กล้องอาจสั่นได้ หรือลมอาจพัดดอกไม้ให้ไหวไปมา 
         ควรจัดให้แสงส่องเข้ามาทางด้านหลังของดอกไม้หรือส่องเข้าทางด้านข้าง โดยเฉพาะที่มีขน แสงที่ส่องมาข้างหลังหรือเฉียงหลังจะขับให้เห็นขนของก้านดอกและกลีบดอก ชัดเจน
         ถ้าต้องการถ่ายภาพดอกไม้ที่มีระยะใกล้มากๆ ควรเลือกใช้ Macro lens ขนาด 55 มม. จัดแสงให้ส่องเข้าข้างหลังดอกไม้เช่นเดียวกัน และควรใช้กระดาษขาวหรือ แผ่นสะท้อนแสงรองรับแสงให้แสงตกบริเวณเกสรดอกไม้หรือส่วนสำคัญอื่นๆ ของดอกไม้

 เคล็ดลับในการถ่ายภาพดอกไม้ใกล้ๆ
            1. ควรหาทางหลีกเลี่ยงฉากหลังที่รกรุงรัง โดยเปลี่ยนมุมกล้องเสียใหม่
            2. ควรให้ดอกไม้ทาบอยู่บนฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าหรือที่ก็เป็นสีเขียวของใบไม้ พื้นหญ้า ซึ่งมีสีทึบตัดกันกับสีของดอกไม้
            3. ควรหลีกเลี่ยงสีของพื้นดินซึ่ง จะทำให้ภาพดอกไม้ขาดความสดชื่น ไม่ชวนดู ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนฉากหลังได้ควรใช้กระดาษหรือผ้ากำมะหยี่สีดำ หรือสีอื่นๆ เช่นสีฟ้า เขียว น้ำเงิน ซึ่งมีสีตัดกับฉากหลังมารองด้านหลังให้ห่างจากดอกไม้เล็กน้อย
            4. ระวังอย่าให้มีเงาปรากฏอยู่บนฉากหลัง
            5. กลีบดอกสีแดงเข้มและสีส้มตัดกับฉากหลังสีเขียวได้ดี ดอกไม้สีน้ำเงินตัดกับฉากหลังสีเหลือง ดอกไม้ที่มีสีอ่อนๆ จะดูน่าสนใจเมื่อตัดกับฉากหลังที่มีสีทึบๆ
            6.ใช้สีสเปรย์พ่นลงบนกระดาษสีเป็นหย่อมๆ เพื่อเลียนแบบสีฉากหลังตามธรรมชาติฉากหลังแบบต่างๆ และจะต้องถ่ายภาพให้มีลักษณะเบลอ จึงจะดูเป็นธรรมชาติ โดยการโฟกัสภาพใกล้ๆ ดอกไม้ จะช่วยให้เกิดผลดังกล่าวได้
            7. การถ่ายภาพดอกไม้เน้นดอกใดดอกหนึ่ง บางครั้งช่างภาพไม่ได้มองดอกไม้ดอกอื่นๆ ที่อยู่ระดับเดียวกัน จึงทำให้ดอกที่ต้องการจมหายไปกับสีของดอกไม้อื่นๆ ที่มีความเด่นเท่าๆ กัน วิธีแก้ไขคือ ควบคุมความชัดให้อยู่เฉพาะดอกไม้ดอกเดียวหรือใช้ผ้าบางๆ และกระดาษมาลดแสงดอกไม้ในส่วนที่ไม่ต้องการให้มืดลง ดอกไม้ที่ต้องการก็จะดูเด่นมากขึ้นมาก
             8. การตกแต่งใบ ดอก และกิ่งก้านของดอกและใบ ควรทำให้เรียบร้อยก่อนถ่ายโดยเฉพาะใบที่เหี่ยว เป็นรู มีตำหนิ เมื่อถ่ายขยายใหญ่ขึ้น จะดูน่าเกลียดมาก ควรใช้ใบมีดคัทเตอร์ตัดสิ่งที่รกรุงรังเสียหายออกไป เหลือไว้เฉพาะส่วนประกอบที่สวยงามเท่านั้น
             9. ถ้าดอกไม้อยู่ในตำแหน่งไม่ได้สัดส่วนที่พอดีเช่น ดอกแต่ละดอกแยกกระจายกันมากเกินไปหรือกลีบดอกไม่อยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับ กล้อง ช่อดอกห้อยตกลงมามากเกินไป สามารถแก้ไขได้โดยใช้อุปกรณ์พิเศษที่ช่วยในการจัดดอกไม้ให้อยู่ในรูปฟอร์มที่ต้องการ เช่น ใช้ลวดตะกั่วเกี่ยวดึงช่อดอกมารวมกัน หรือใช้ไม้หนีบ หรือเทปกาวดึง หรือยึดก้านดอกให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ  
             10. ถ้าต้องการให้ดอกไม้ที่ถ่ายดูมีความสดชื่น ควรฉีดพ่นน้ำให้เป็นฝอยละอองเล็กๆ ให้จับบนกลีบดอกหรือใบด้วยจะช่วยสร้างความรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา และความสดชื่นของดอกไม้ได้ดี หรือหาน้ำหวานหรือน้ำผึ้งหยอดลงบนดอกไม้เพื่อล่อให้ผึ้งหรือแมลงมาตอมก็จะได้ภาพที่สวยงามเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
             11. ควรเลือกถ่ายดอกไม้ในช่วงเวลาเช้าก่อน ที่แสงแดดจะแรงกล้ามากๆ เพราะจะทำให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา กลีบดอกร่วงโรย แต่อาจจะมีดอกไม้บางชนิดที่บานในตอนเย็น หรือตอนกลางคืน ดังนั้นจึงควรศึกษา ลักษณะทางธรรมชาติของดอกไม้แต่ละชนิดแล้วถ่ายภาพให้เหมาะสมกับเวลาที่ดอกไม้ บาน
             12. การถ่ายภาพดอกไม้ ควรต้องใช้ขาตั้งกล้องเพื่อช่วยในการปรับระยะความคมชัดที่แน่นอนพยายามจัดมุมกล้อง
             13.   แสงที่ใช้ในการถ่ายภาพดอกไม้ควรเป็นแสงธรรมชาติ โดยจัดให้แสงเข้าทางด้านข้าง ถ้าเป็นดอกไม้ชนิดที่ควรเน้นให้เห็นลักษณะความบางและโครงสร้างของกลีบดอกควร ให้แสงส่องจากด้านหลังของดอกไม้และจัดให้พื้นหลังมีสีค่อนข้างเข้ม และระวังอย่าให้แสงทวนเข้าที่หน้าเลนส์ของกล้อง   
               
การใช้แฟลชในการถ่ายภาพดอกไม้
             การใช้แฟลชถ่ายภาพดอกไม้ หลักการก็คือแสงแฟลชจะให้แสงสว่างแทนตำแหน่งของดวงอาทิตย์นั่นเอง
             1. เวลาใช้แฟลชไม่ควรติดกับตัวกล้องโดยตรง แต่ ควรแยกแฟลชออกจากตัวกล้อง แล้วใช้สายลั่นไกชัตเตอร์ยาวๆ มาเชื่อมระหว่างกล้องกับตัวแฟลช จะช่วยให้สามารถวางตำแหน่งของแฟลชในทิศทางต่างๆ กันได้ ตามปกติควรวางแฟลชในตำแหน่งสูงเหนือกล้องเล็กน้อย อาจเฉียงหน้า หรือเฉียงหลังวัตถุก็ได้ แล้วแต่ลักษณะกลีบและรูปทรงของดอก ช่างภาพควรสังเกตดูผลของแสงแฟลชจากช่องมองภาพ โดยกดปุ่มปล่อยแสงแฟลชในตำแหน่งต่างๆ กัน
             2.สำหรับระยะที่ตั้งแฟลชห่างจากจากวัตถุเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับกำลังแฟลช และระยะที่ถ่ายซึ่งสามารถดูได้จากตัวเลขไกด์นัมเบอร์ที่ติดมากับตัวแฟลช
             3. และควรจดบันทึกต่างๆ เอาไว้ เพื่อนำมาเปรียบเทียบดูผลในภายหลัง
             4. ถ้าหากแสงสว่างมากเกินไป อาจลดลงได้โดยใช้ผ้าหรือกระดาษบางๆ มาบังที่หน้าแฟลช นอกจากจะทำให้แสงมีค่าความสว่างลดลงแล้ว ยังทำให้คุณภาพที่นุ่มนวลเหมาะกับการถ่ายภาพดอกไม้อีกด้วย                                                
             5.ถ้าหากแสงแฟลชมีการกระจายมากเกินไปควรทำกรวยสวมด้านหน้าเลนส์ด้วยกระดาษแข็งสีขาวหรือสีดำจะบังคับให้แสงพุ่งตรงไปยังพื้นที่ที่เราต้องการได้ดี

http://e-learning.yru.ac.th/e-learning/mod/resource/view.php?inpopup=true&id=1185