สบายวาเลนไทน์

ตำนานกามเทพในวันวาเลนไทน์

     ถ้าจะกล่าวถึงวันนี้ ทุกคนคงทราบดีว่าเป็นวันแห่งความรัก และที่จริงแล้วก็เป็นวัฒนธรรมของทางตะวันตกที่คนไทยเราซึมซับรับมา แล้วก็มาเห่อตามเค้ากัน แต่ไหนๆ ก็เห่อตามกันมาตั้งแต่อดีตแล้ว ก็อยากจะแนะนำถึงประวัติของ 2 องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ให้เด็กรุ่นใหม่ได้ทราบกันคือ ดอกกุหลาบและคิวปิด...

 


      เริ่มที่คิวปิดก่อน คนทั่วไปจะรู้จักคิวปิดในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก ในมือถือคันธนูกับลูกศร และมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อใคร โดยศรรักของคิวปิดหมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก คิวปิดเข้ามามีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรักได้ เนื่องจากในตำนานกรีกโบราณ คิวปิดเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่าเอโรส    ลูกชาย อโฟรไดท์ เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงาม แต่สำหรับพวกโรมันเขาคือคิวปิด และแม่ของเขาคือวีนัส

       โดยที่เรื่องน่าสนใจนั้นเกี่ยวโยงกับทั้งคิวปิด และ “ไซคี” เจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน ซึ่งเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ และเพราะความงามนี้เองที่ทำให้วีนัสอิจฉา นางจึงได้สั่งคิวปิดให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย แต่คิวปิดตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้นแทนที่จะลงโทษเธอ คิวปิดกลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจากไซคีมิได้เป็นอมตะ เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขาซึ่ง หลังจากตกเป็นภรรยาของคิวปิดแล้ว ไซคีก็มีความสุขเรื่อยมา จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมองคิวปิด ทันทีที่เธอมองคิวปิด คิวปิดก็ลงโทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคีก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หรือคิวปิดปรากฏให้เห็นเลย

        และในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น เธอก็มาถึงวิหารของวีนัสโดยบังเอิญ เมื่อวีนัสเทพธิดาแห่งความรักพบว่าไซคียังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปรารถนาที่จะทำลายไซคีด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานสุดท้ายที่ไซคีได้รับคือกล่องใบหนึ่ง และได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอาความงามของโพรเซอร์พีน ภรรยาของพลูโตใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย นอก จากนั้นแล้วเธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็น เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย

       ต่อมาคิว ปิดได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง หลังจากนั้นคิวปิดก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับวีนัส เมื่อเทพเจ้า ทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อคิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่ง และปัจจุบันนี้รูปคิวปิดแผลงศรเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมัก นิยมใช้กัน…

"วาเลนไทน์" คำนี้มาจากไหน? 
            ราวศตวรรษที่ 3 กรุงโรม อยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ Claudius ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ชาวเมืองเกลียดชัง เขาต้องการสร้างกำลังกองทัพขนาดใหญ่เพื่อก่อสงคราม และหวังรวบรวมอาสาสมัครทั้งหลาย แต่เหล่าชายฉกรรจ์ไม่ต้องการก่อสงคราม พวกเขาไม่อยากจากภรรยาและครอบครัวสู่สนามรบ จึงไม่มีผู้ใดไปลงชื่อเข้ากองทัพ ก่อให้เกิดความโกรธแค้นแก่ Claudius เป็นอย่างมาก เขาจึงมีความคิดว่า การแต่งงานและครอบครัวคือสาเหตุที่ทำให้เกิดความผูกพันธ์ และไม่เข้าร่วมกองทัพ ด้วยเหตุนี้ Claudius จึงออกกฎกำจัดการแต่งงานทั้งหมด ห้ามประกอบพิธีแต่งงานใดทั้งสิ้น ทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นกฎที่โหดร้ายและผิดปกติวิสัยของมนุษย์มาก แน่นอนไม่มีใครสนับสนุนกฎนี้ วาเลนไทน์ เป็นนักบวชผู้หนึ่ง ที่ชื่นชอบการประกอบพิธีแต่งงานยิ่งนัก เพราะเห็นว่าเป็นพิธีกรรมที่น่ายินดี เป็นประเพณีทางศาสนาที่เกิดจากความรักที่ยิ่งใหญ่ของหนุ่มสาว ที่ตกลงปลงใจพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน การแต่งงานจึงเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่เมื่อกษัตริย์ Claudius สั่งกำจัดพิธีแต่งงานทั้งหมดในอาณาจักร วาเลนไทน์จึงต้องแอบประกอบพิธีแต่งงานภายใต้แสงเทียนในห้องเล็กๆ ที่มีแต่คู่บ่าวสาว และวาเลนไทน์เท่านั้น ทุกคนต้องกล่าวคำประกอบพิธีอย่างแผ่วเบาที่สุด ส่วนหูก็ต้องคอยเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าของทหาร เพราะถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่ใหญ่หลวงนัก แต่ในที่สุดเขาก็ถูกจับได้ และมีโทษประหารชีวิต หนุ่มสาวชาวเมืองต่างพากันมาเยี่ยม โยนดอกไม้และข้อความต่างๆ ผ่านทางหน้าต่างห้องขัง เพื่อให้วาเลนไทน์รู้ว่าพวกเขายังคงเชื่อมั่นในความรักเสมอ หนึ่งในจำนวนหนุ่มสาวที่มาหาวาเลนไทน์นั้น เป็นลูกสาวของผู้คุม เธอจึงมีโอกาสเข้าไปพบในห้องขัง และคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างวาเลนไทน์เสมอ จนกระทั่งถึงวันที่เขาต้องถูกประหารชีวิต วาเลนไทน์จึงทิ้งข้อความไว้แก่เธอ โดยลงท้ายว่า "Love from your Valentine"

         วาเลนไทน์เสียชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 269 A.D. เชื่อกันว่าจากประโยคทิ้งท้ายนั้น เป็นจุดกำเนิดวัฒธรรมที่เรียกว่าวันวาเลนไทน์ และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ผู้คนก็ยังระลึกถึงวาเลนไทน์เสมอ และยกย่องให้เขาเป็นตัวแทนแห่งความรัก ต่อมาในปี 469 สันตะปาปา Gelasius จึงประกาศให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันระลึกเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ St. Valentine และกลายมาเป็นวันหยุดเฉลิมฉลองวันแห่งความรัก หรือ St. Valentine's Day ในที่สุด
            
รูปภาพ ดอกกุหลาบ สัญลักษณ์ วันวาเลนไทน์ เทศกาลที่คู่รักทั่วโลกรอคอย

                                อย่าลืมบอกรักคนที่อยู่บ้านด้วยนะ