หลังจากได้อ่านข่าว เรื่อง วัตถุนิยม จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554น่าสนใจและได้ความรู้ ลองมาทบทวนกันดูซิค่ะ
เมื่อสังคมมีการเปลี่ยนแปลง จำนวนประชากรที่อาศัยในเขตเมืองมีจำนวนมากขึ้น การผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคก็มีมากขึ้นตามมาด้วย หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า วัตถุ นิยม มาบ้างแล้ว วันนี้เรามาทำความเข้าใจความหมายของศัพท์นี้โดยสังเขปกันนะคะ
พจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า วัตถุนิยม เป็นศัพท์บัญญัติของคำ materialism มี ๓ ความหมาย คือ (๑) แบบแผนการใช้ชีวิตของคนในสังคมที่ปรารถนาเพียงความสุขทางอารมณ์ ต้องการที่จะครอบครองเป็นเจ้าของวัตถุสิ่งของหรือความสะดวกสบายทางกายภาพ โดยมองข้ามคุณค่าทางศีลธรรมและจิตใจ (๒) ความหมายในเชิงปรัชญาเกี่ยวกับธรรมชาติของความจริงว่า ปรากฏการณ์ทั้งหลายมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ปรากฏขึ้นจริงเป็นตัวกำหนด (๓) แนวคิดทฤษฎีที่ถือว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นสาเหตุพื้นฐานของ ปรากฏการณ์ทางสังคม คาร์ล มากซ์ (Karl Marx) ใช้คำว่า “วัตถุนิยมประวัติศาสตร์” (historical materialism) เพื่อหมายถึงทฤษฎีของเขาที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นใน ประวัติ ศาสตร์ มากซ์ให้ความสำคัญแก่วัตถุ เพราะถือว่าวัตถุเป็นพื้นฐานของการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ ระบบการผลิตหรือเทคโนโลยีเป็นเรื่องของการสร้างวัตถุ ระบบการผลิตจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีที่ใช้ เช่น ระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรและทุนอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก มนุษย์ก็จะมีความสัมพันธ์กันในฐานะผู้เป็นเจ้าของทุนกับผู้ใช้แรงงาน มากซ์เชื่อว่าตราบใดที่กรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิต เช่น ที่ดิน โรงงาน ยังเป็นของเอกชน ตราบนั้นก็จะมีการเอารัดเอาเปรียบกันในสังคม ชั้นชนที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตจะต้องมีการเอารัดเอาเปรียบชั้นชนที่มี แต่แรงงาน ยิ่งในสังคมอุตสาหกรรมทุนนิยมการเอารัดเอาเปรียบนี้จะมีมากขึ้น การต่อสู้ดิ้นรนระหว่างชั้นชนจะรุนแรงยิ่งขึ้น จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง การปฏิวัติของชั้นชนกรรมาชีพจะเกิดขึ้น ระบบทุนนิยมและระบบชั้นชนจะถูกทำลาย จะเกิดสังคมใหม่ขึ้นมาเป็นระบบที่เรียกว่า “คอมมิวนิสต์” ในสังคมนี้ กรรมสิทธิ์ในเครื่องมือการผลิตจะเป็นของส่วนรวม เพราะฉะนั้น การแบ่งแยกชั้นชนจะไม่เกิดขึ้น สถาบันสังคมต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางสร้างความสมบูรณ์แก่ชีวิตมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม กัน.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=106&contentID=120234