ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 เป็นปีที่สองที่รัฐบาลดำเนินนโยบายสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ให้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 (อายุ 3 ขวบ) จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพ โดยปีนี้เป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้นโยบาย “เรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ”
ตามนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ เป็นสวัสดิการที่รัฐบาลจัดให้เพื่อสร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาในการพัฒนาคน “...การเรียนฟรี 15 ปี เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกคนควรจะได้รับ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 73,000 พันล้านบาท เป็นค่าเล่าเรียนหนังสือเรียน ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานในการบริหารจัดการ เพื่อให้การศึกษาได้ครอบคลุมปวงชนทั้งหมด...”
ในการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมี 4 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมวิชาการ (กิจกรรมองค์กรวิชาชีพของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา) กิจกรรมคุณธรรม จริยธรรม เช่น ค่ายลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด กิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนรู้สังคมภายนอกมากขึ้น และจัดบริการสารสนเทศ/ICT ต้องเป็นโครงการสอนเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น คอมพิวเตอร์นอกเหนือจากการเรียนปกติไม่ต่ำกว่า 40 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 โรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม ได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนรู้สังคมภายนอก โดยไปทัศนศึกษา ณ จังหวัดระนอง
08.15 น. คณะครูโรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา (ป.4-6) และระดับชั้นมัธยมศึกษา(ม.1-3) จำนวน 230 คน เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น จำนวน 4 คัน มุ่งหน้าสู่จังหวัดระนอง
ก่อนอื่นเรามารู้จักจังหวัดระนอง เพื่อนบ้านของจังหวัดชุมพร จังหวัดระนองได้ชื่อว่าเป็นเมือง "ฝนแปด แดดสี่" นั่นคือมีฝนตก 8 เดือน และฝนแล้งเพียง 4 เดือน นับว่าเป็นจังหวัดที่ฝนตกชุกมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากอยู่ติดกับทะเลอันดามัน ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้อย่างมาก
ประวัติ
: แต่เดิมระนองเป็นเพียงหัวเมืองเล็กๆ
ที่มีเจ้าเมืองปกครองขึ้นตรงต่อเมืองชุมพร
มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาครับเจ้าเมืองระนองคนแรกได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงระนอง
ปกครองระนองมาจนถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2397
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งพระรัตนเศรษฐี (คอซู้เจียง) นายอากรชาวจีน
เจ้าภาษีผู้ผูกขาดอากรดีบุกเมืองตระและเมืองระนองเป็นเจ้าเมืองระนอง
ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริว่า การที่เมืองระนองและเมืองตระ
ขึ้นอยู่กับชุมพรทำให้ยากแก่การปกครอง จึงโปรดฯ
ให้ตั้งเมืองระนองเป็นหัวเมืองจัตวา มีเจ้าเมืองที่ต่อมาเรียกว่า
ผู้ว่าราชการเมือง ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และโปรดฯ
ให้ยกเมืองตระไปขึ้นกับเมืองระนองในคราวเดียวกันด้วย
ส่วนพระรัตนเศรษฐีให้เลื่อนขึ้นเป็นพระยารัตนเศรษฐี
เป็นเจ้าเมืองระนองคนแรก
อาณาเขต : ทิศเหนือ ติดต่อกับ
อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอสวี อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร อำเภอไชยา
อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ สภาพพม่า และทะเลอันดามัน
จังหวัดระนอง เป็นจังหวัดแรกของทางภาคใต้
ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย อยู่ห่างจากกรุงเทพๆ ๕๖๘ กิโลเมตร
ระนองจัดเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียง แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ
มีพื้นที่เพียง ๓,๒๙๘ ตารางกิโลเมตร เนื้อที่ส่วนใหญ่
เป็นภูเขาและป่าไม้ แบ่งการปกครองออกเป็น ๔ อำเภอ คือ อำเภอเมือง
อำเภอกระบุรี อำเภอกะเปอร์ และอำเภอละอุ่น
คำขวัญ : " คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง "
สถานที่เราได้นำนักเรียนไปรู้จักคือภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน ระหว่างทาง คุณครูได้บริการอาหารว่างเป็นซาลาเปาทับหลี (อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดระนอง) พร้อมนม นักเรียนทุกคนมีความตื่นเต้นในการเดินทางออกนอกจังหวัดในครั้งนี้ รถบัสคันนี้เป็นคันที่ 4 มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และปีที่ 3 คุณครูควบคุมได้แก่ คุณครูชลิต ศุภการ คุณครูสคราญ วิเศษสมบัติ คุณครูสมใจ ปรมาธิกุล คุณครูฉวีวรรณ บ่วงราบ และคุณครูพรรณี พงษ์เสม

11.00 น. ขบวนทัศนศึกษาถึงที่หมายที่แรก ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน อยู่ในเขต ต. หงาว จากเขตเทศบาลเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังา) ประมาณ 11-12 กิโลเมตร ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้านนี้เป็นภูเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้น พืชพรรณที่ปรากฏส่วนใหญ่ในฤดูฝน คือ หญ้าสีเขียวซึ่งขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ บางครั้งจึงเรียกกันว่าภูเขาหญ้า ในช่วงฤดูร้อนหญ้าจะตาย ภูเขาจึงแลดูเป็นสีน้ำตาล ที่ราบเชิงเขามีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบ อากาศร้อนมาก นักเรียนได้ขึ้นไปยังจุดชมวิว คุณครูบางคนและนักเรียนบางส่วนสู้ความสูง ไกล และร้อนไม่ไหว ได้แต่เดินชมทุ่งหญ้าด้านล่าง และหาร่มเงาหลบแดด 11.45 น. ทั้งหมดออกจากบริเวณเขาหญ้า ย้อนกลับมาที่บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน

12.00 น. ถึงบริเวณบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน คุณครูแจกอาหาร (ข้าวกล่อง) ให้นักเรียนได้ทานตามอัธยาศัย ทานอาหารกลางวันแล้วปล่อยนักเรียนเดินชมบ่อน้ำร้อนและธรรมชาติ ครูหาร้านอาหารใกล้ ๆ ทานมื้อกลางวัน ไม่ได้เดินไปดูบ่อน้ำร้อนเพราะร้อนและเคยมาหลายครั้งแล้ว ได้แต่เก็บภาพบริเวณใกล้ ๆ

บ่อน้ำร้อน-สวนรุกขชาติรักษะวาริ บ่อน้ำร้อน-สวนสาธารณะรักษะวาริน อยู่ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนอง ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4005(ถนนชลระอุ) ครับ ซึ่งเลียบริม คลองหาดส้มแป้น เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีอุณหภูมิประมาณ 50-65 องศาเซลเซียส ประกอบ ด้วยบ่อ 3 บ่อ คือ บ่อพ่อบ่อแม่ และบ่อลูก บ่อพ่อเป็นบ่อน้ำร้อนที่ใหญ่ที่สุด มีน้ำล้นออกมาจากขอบบ่อตลอดเวลา ด้านซ้ายมือของวัดตโปทาราม ซึ่งอยู่ในสวนสาธารณะ เป็นสวนสัตว์ ขนาดเล็กอยู่บนเนินเขา และอีกฟากหนึ่ง ของคลองหาดส้มแป้น (ด้านตรงข้ามกับวัดตโปทาราม) เป็นสวน รุกขชาติรักษะวาริน ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงเขา โดยมีสะพานแขวน เชื่อมฝั่งทั้งสองของสวนสาธารณะฯ

ได้เวลาตามที่นัดหายกันไว้ 13.45 น. ขบวนรถออกจากบ่อน้ำร้อน ใช้เวลา 15 นาที ถึงน้ำตกปุญญบาลสถานที่ที่นักเรียนเขามีความสุขมาก ๆ ครูก็ปล่อยเป็นอิสระ คอยดูแลความปลอดภัยไม่ให้คลาดสายตา นักเรียนบางส่วนเล่นน้ำกันสนุกสนาน น้ำตกน้ำน้อยแต่ยังสวยบริเวณร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนยามอากาศร้อน ๆ เช่นวันนี้

น้ำตกปุญญบาล หรือน้ำตกเส็ดตะกวาด ในเขตตำบลบางนอน อยู่ริมเส้นทางสายกระบุรี-ระนอง ก่อนถึงตัวเมืองระนอง ๑๕ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ตกจากผาสูงเหมาะสำหรับ การแวะพักรถในขณะ เดินทางท่องเที่ยวภาคใต้ เป็นน้ำตก ขนาดเล็กแต่มีหลายชั้น มองเห็นจากริมถนนสูงราว 15 เมตรครับ ริมน้ำตกมีศาลาที่พักและร้านอาหารเหมาะ แก่การแวะพักผ่อนมาก
14.30 น. เดินทางกลับชุมพร ระหว่างทางแวะคอคอดกระ ที่นี่สำคัญอย่างไร
คอคอดกระ หรือกิ่วกะ เป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายูอยู่ในเขตบ้านทับหลี ตำบลละมุประมาณกิโลเมตรที่ 545 ของทางหลวงหมายเลข 4 ห่างจากเขตเทศบาลเมือง 66 กิโลเมตร ในบริเวณนี้มีแผ่นป้ายคอนกรีตขนาดใหญ่จำลองแผนที่แสดงจุดที่ตั้งของคอคอดกระ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยว นิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมากแห่งหนึ่งของจังหวัด ระนอง และใกล้ ๆ แผ่นป้ายคอนกรีตดังกล่าว ยังสามารถชมทิวทัศน์ของแม่น้ำกระบุรี ซึ่งแบ่งพรม แดน ไทย-พม่าได้อย่างชัดเจน

ที่นี่นักเรียนได้ลงไปศึกษาแผ่นป้ายต่าง ๆ ถึงแม้เราจะมีเขตแดนติดกัน นักเรียนส่วนมากยังไม่เคยมา เขาตื่นเต้นที่มองเห็นประเทศพม่าซึ่งอยู่คนละฝั่งคลองเท่านั้น สามารถว่ายน้ำไปมาหาสู่กันได้ และที่นี่นักเรียนและคณะครูได้ทานซาลาเปาและขนมจีบทับหลีอีกครั้งหนึ่งก่อนเดินทางกลับ ด้วยความอนุเคราะห์จาก พ.ต.อ.นิพนธ์ ปรมาธิกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากจั่น คณะครูและนักเรียนขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ 16.30 น. คณะครูและนักเรียนถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพ
ผลที่ได้รับในการจัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้สังคมภายนอกมากขึ้น
ขอบคุณเว็บhttp://travel.sanook.com/south/ranong/ ที่มาของข้อมูล
ดอกกุหลาบ มัดกำ นำมาให้
ด้วยดวงใจ เต็มเปี่ยม ให้สุขสันต์
มอบความรัก ให้กัน ทุกคืนวัน
ขอเธอนั้น มีรัก ตลอดกาล............สุขสันต์วันแห่งความรักนะจ๊ะ....
ขอบคุณ
คุณครูทับทิมที่สุดเลยค่ะ