GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กลยุทธการวางแผนนำเสนอข้อมูลแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี : บทเรียนจากหนองสรวง การบริหารความขัดแย้งและความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ใครผิดใครถูก???

ความกระตือรือร้น เหมือนไฟแห่งความมุ่งมั่น หากมีการใช้และควบคุมไฟนั้นให้เป็นประโยชน์ ปลดปล่อยพลังในทางสร้างสรรค์ ไฟนั้นจะทำให้เกิดสิ่งที่ดีๆมากมาย

ถ้าคุณลองค้นใน google หรือใน gotoknow แห่งนี้ ด้วยคำว่า หนองสรวง จะพบผลการค้นมากมาย

ผลการค้นหา 1 - 10 เกี่ยวกับ 64 จาก gotoknow.org สำหรับ หนองสรวง (0.33 วินาที)


หนองสรวง ที่กล่าวถึงนี้ คือ ตำบลหนองสรวงของ คุณอำนาจ เมืองสุข  น.เมืองสรวงใน gotoknow นั่นเอง

ทำไมตำบลแห่งนี้ที่หลายคนไม่รู้จัก กลับมีผลการค้นใน google มากเกินกว่าอีกหลายๆตำบลของจังหวัดกาฬสินธุ์  และมากกว่าบางตำบลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากกว่าหนองสรวงเสียอีก

มีการวางกลยุทธ์ในการทำให้มีข้อมูลใน google ตลอดเวลาได้อย่างไร แล้วเกิดความผิดพลาดะไรขึ้น???


1. การที่จะได้ผลการค้นหาได้ตลอดเวลา แน่นอน จะต้องมีข้อมูลให้สืบค้น
2. การจะมีข้อมูลให้สามารถค้นพบใน google นั้น  จะต้องมีจำนวนข้อมูลที่มากเพียงพอ และสามารถนำเสนอได้อย่างต่อเนื่อง
3. ในปี 2547 นั้น ยังไม่มีข้อมูลมากเพียงพอที่จะนำเสนอใน internet มากนัก

เมื่อทราบปัญหา จึงนำมาหาทางออก
1. เมื่อไม่มีข้อมูล ก็ต้องไปหาข้อมูล ซึ่ง แนวคิดที่ต้องการให้หนองสรวงเป็นที่รู้จักของท้องถิ่นอื่น เป็นของคุณอำนาจ แสงสุข คนในชุมชนแห่งนี้นี่เอง ดังนั้น ข้อมูลจึงอยู่ที่ น.เมืองสรวง
2.  เมื่อเขากลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเมื่อ ต้นปี พ.ศ. 2548 นายบอนจึงแวะไปสานฝันของเขา ดึงข้อมูลจากตัวของเขามาจัดทำหนังสือ ก่อร่าง สร้างฝันที่หนองสรวง  รวมประวัติ แนวคิด โครงการที่ทำไปแล้ว และอยากจะทำ
3. นำมาทำเวบไซต์หนองสรวง เมื่อ เม.ย. 2548

เมื่อมีข้อมูลพร้อม ก็สามารถที่จะนำมาวางแผนนำเสนอข้อมูลระยะยาวตลอดทั้งปีได
1.อธิบายแผนงานให้ คุณ น. เมืองสรวงฟัง ว่า ต้องการประเด็นข่าวสารในลักษณะใดบ้าง เพื่อที่จะนำมาเผยแพร่ตลอดทั้งปี เพื่อให้ชื่อของหนองสรวงเป็นที่รู้จัก และคุ้นเคย
2. ในความเป็นจริง น.เมืองสรวงมีภาระมากมาย ไม่สามารถเตรียมประเด็นข่าวสารได้เลย
3. ปัญหาคือ น.เมืองสรวงไม่ได้อยู่ในบ้านเกิด เพราะไปทำงานที่อื่น จึงประยุกต์นำการวางแผนที่ได้อธิบายให้เขาฟัง และเขียนไว้ในเรื่องการติดตามความก้าวหน้าโครงการมาวางแผน โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือของเขา
4. พยายามอธิบายให้เขา ใช้กลุ่มเพื่อน เครือข่ายของเขาให้เป็นประโยชน์ ให้ช่วยเขียนบทความ หรือแจ้งประเด็นข่าวให้ทราบ เพื่อนำมาขยายผล แต่ในความเป็นจริง ทุกคนต่างมีภาระครอบครัวทั้งนั้น สามารถช่วยได้ส่วนหนึ่ง
5. ประเด็นใหม่ก็ไม่มี ก็เอาประเด็นเก่ามานำเสนอไปก่อนละกัน หาแง่มุมใหม่ๆในการนำเสนอ
6. นายบอนคิดเองไม่ออก เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ โยนหนังสือให้คนอื่นไปอ่านแล้วสอบถามความเห็นในมุมมองต่างๆว่า คิดอย่างไรกับประเด็นนั้นบ้าง
7. ได้ประเด็นความคิดเห็น ก็นำประเด็นนั้น มาเขียนบันทึกใน internet  สุ่มกระจายไปตามเวบไซต์ต่างๆ เน้นกระดานข่าว
8.  หยิบประเด็น ข้อเสนอแนะข้อคิดเห็น เอามาขยายผล นำไปถาม อภิปรายในกลุ่ม จนได้ประเด็นใหม่ ก็เอามาบันทึกอีก
9. โทรไปแจ้งให้คุณ น.เมืองสรวง ส่งประเด็นข่าวสารใหม่ๆ โดยเขียนลงเวบไซต์หนองสรวงของตัวเอง แต่ข้อจำกัดคือไม่ได้อยู่ในพื้นที่บ้านเกิด จึงไม่ค่อยจะมีข่าวสารใหม่ๆเลย
10. จากการขยายผล เขียนบันทึกในเวบ เก็บประเด็นมาให้คนรู้จักอภิปรายต่อ แตกประเด็นมาบันทึกไปเรื่อยๆ


ทำให้มีประเด็นจากหนองสรวงนำเสนอในอินเตอน์เนตเรื่อยๆ จนเมือนายบอนเป็นสมาชิกของ gotoknow ก็หยิบประเด็นของหนองสรวงมาบันทุกเรื่อยๆ ได้อีกหลายตอน


การติดตามผล คุณ น.เมืองสรวงจะทำการสืบค้นจาก google ทุกระยะ ด้วยคำว่า หนองสรวง หรือชื่อของเขาเอง และจะพบประเด็นใหม่ๆอยู่เรื่อย ๆทำให้เขาตื่นเต้นที่ข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่เรื่อยๆ และในส่วนของเวบไซต์หนองสรวงดอทเนต ก็มีจำนวนผู้เข้าชมมากขึ้น มีผู้เข้ามาฝากข่าวในกระดานข่าวมากขึ้น แต่นายบอนยังคงช่วยเหลือทางเทคนิคในระยะแรก

และต้องการให้ในช่วงปีที่ 2  น.เมืองสรวงเข้ามาดำเนินการนำเสนอข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วว่า ข้อมูลถูกเผยแพร่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ได้อย่างไร

แต่เดิมนั้นคุณ น.เมืองสรวงไม่มีโอกาสได้ใช้ internet มากนัก แต่เมื่อมีการนำเสนอข้อมูลของหนองสรวงในอินเตอร์เนต และเขาสามารถค้นพบข้อมูลใหม่ได้เรื่อยๆ ทำให้เขามีกำลังใจ และติดตามสืบค้นอยู่เสมอ

จนถึงกลางปี 2548 เมื่อเห็นผลที่เกิดขึ้น จึงเริ่มรายงานข่าวในเวบไซต์หนองสรวง ที่มีทั้งภาพ ข้อมูลหลากอย่าง

ซึ่งต้องการให้เกิดการเรียนรู้และพึ่งตนเอง นำเสนอข้อมูลด้วยตัวเองได้ทุกขั้นตอน

เมื่อโดเมนของเวบไซต์หนองสรวงหมดอายุ ซึ่งจะต้องต่อสัญญา เพื่อเป็นเจ้าของชื่อเวบไซต์ แต่เนื่องจากการวางแผนไม่ดี และมีภาระค่าใช้จ่ายอยู่ตลอด จึงไม่สามารถต่ออายุโดเมนหนองสรวงดอทเนตได้

อาจเนื่องจากขาดการสร้างความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของเวบไซต์ร่วมกันกับ ทีมงานของคุณ น.เมืองสรวง และการยังไม่เข้าใจในเทคโนโลยีอินเตอร์เนต รวมทั้งมีเวลาเรียนรู้อย่างจำกัด เวบไซต์หนองสรวง จึงไม่มีการต่ออายุ ข้อมูลและรูปภาพกว่า 400 ภาพ  หายไปพร้อมกับเวบหนองสรวง

หากจะต้องต่ออายุ น.เมืองสรวงก็จะควักเงินจ่ายเอง เมื่อติดภาระทางการเงินจึงหยุดแนวคิดนี้ไป

นายบอนแนะนำ gotoknow .ให้เขารู้จัก น.เมืองสรวงเริ่มเข้ามาศึกษา จนกระทั่ง สมัครเป็นสมาชิกและสร้างบลอกของตัวเองขึ้นมาคือ ศูนย์ประชาสัมพันธ์และเครือข่ายท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธิ์ 

 
กลยุทธ์การนำเสนอข้อมูลของหนองสรวงยังมีอยู่เรื่อยๆ ซึ่ง น.เมืองสรวงก็พึงพอใจที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาก็เกิดขึ้น เพราะเริ่มตีบตันทางข้อมูล เนื่องจากวิธีที่ใช้นั้น เริ่มที่จะหมดมุมมองที่จะขยายผลประเด็นใหม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลได้อย่าง ต่อเนื่อง

ทีมงานที่ให้ช่วยแตกประเด็นใหม่ เพื่อนำมาบันทึก ก็เกิดความสงสัย ทำไมถึงไม่มีข้อมูลใหม่ๆจาก น.เมืองสรวงบ้างนะ ดังนั้น ประเด็นใหม่ๆ จึงสะท้อนออกมาเป็น ปัญหาและอุปสรรคของหนองสรวง

นายบอนจึงหยิบประเด็นมาบันทึกให้ น.เมืองสรวงได้รับรู้

การชี้ถึงปัญหาและอุปสรรค ย่อมทำให้ น.เมืองสรวงไม่พอใจ การแสดงความคิดเห็นของ น.เมืองสรวงเริ่มเปลี่ยนไป

ข้อสังเกตที่ได้อย่างหนึ่ง เมื่อนำข้อมูลจาก น.เมืองสรวงที่เรียบเรียงเป็นหนังสือไปให้หลายคนอ่าน ทุกคนอยากช่วยให้ความฝันของนักพัฒนาท้องถิ่น น.เมืองสรวงคนนี้ เป็นจริงทั้งนั้น และมองว่ามีความเป็นไ ปได้ทุกแนวคิดของเขา สามารถช่วยเหลือได้

จึงเกิดความกระตือรือร้นช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในการต่อยอดทางความคิดใหม่ๆ ออกมา

การที่ฝ่ายหนึ่งมีความกระตือรือร้น และมีความคาดหวังที่สูง ในขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในจุดที่ไม่สามารถทำสิ่งที่ฝันไว้ได้ ทั้งๆที่อยากทำ

จากจุดนี้ จึงเป็นส่วนที่ทำให้เกิดความขัดแย้งแบบไม่รู้ตัว

ความกระตือรือร้น เหมือนไฟแห่งความมุ่งมั่น หากมีการใช้และควบคุมไฟนั้นให้เป็นประโยชน์ ปลดปล่อยพลังในทางสร้างสรรค์ ไฟนั้นจะทำให้เกิดสิ่งที่ดีๆมากมาย


เมื่อต่างฝ่ายต่างมีไฟฝัน ฝ่ายหนึ่งได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ อีกฝ่ายยังอยู่ในจุดที่ไม่พร้อม ฝ่ายแรกที่มีความคาดหวังสูง เมื่อไม่เห็นสิ่งที่คาดหวังเกิดขึ้น จึงสะท้อนประเด็นปัญหาและอุปสรรคออกมา ให้นายบอนหยิบมาเขียนเป็นบันทึกในแง่มุมเชิงสร้างสรรค์

ซึ่งทำให้เกิดไฟลุกกับฝั่งคุณ น.เมืองสรวง ซึ่งอยู่ในจุดที่ไม่สามารถทำได้ในเวลานี้ แต่ไฟฝันที่ไม่สามารถปลดปล่อยนั้น

และแล้วไฟนั้น ก็กลับมาเผานายบอนทันที สะท้อนออกมากับอารมณ์ความรู้สึกในข้อคิดเห็นของ น.เมืองสรวง ในหลายๆบันทึกในบล็อกนายบอน

ปัญหานี้เกิดจากความตั้งใจที่ดีของทั้งสองฝ่าย มีไฟแห่งพลังสร้างสรรค์ชุมชนด้วยกันทั้งนั้น


จับจากความรู้สึกที่ได้ เมื่ออธิบายให้ฝ่ายที่อยากเห็นผลสำเร็จเกิดขึ้นเสียที อยากได้ประเด็นใหม่ๆจากอำนาจ แสงสุข  เพราะคาดหวังสูง เนื่องจากเห็นว่า เขามีประสบการณ์ในการเขียนข่าวมาก่อน

ทำไมเขาไม่เขียนอะไรในบล็อกของเขาบ้าง เพราะหลายคนอยากได้ประเด็นใหม่ๆจากเขา เพื่อนำไปขยายผลต่อ ทั้งช่วยเขียนเผยแพร่ และส่วนหนึ่ง นายบอนก็หยิบมาเขียนใน gotoknow

หลังจาก น.เมืองสรวงเกิดความไม่พอใจกับบันทึกของนายบอนอย่างสุดขีด เมื่อ 24 ก.ค. จึงปลดปล่อยความคิดที่อัดแน่น ออกมาเป็นบันทึก 4 เรื่อง ที่ได้สาระและมุมมองที่น่าสนใจมากๆ

บทบาทของ"นักจัดการสื่อผสม"
2 ชั่วโมง แห่งการเรียนรู้
พลังแห่งจิตวิเคราะห์
เรียนรู้เรื่อง 10 หัว จากหนังสือ อ. ประชาสรรณ์



เพียงแต่เขาไม่ค่อยเขียนออกมาเท่านั้น

แต่เมื่อเขียนออกมาแล้ว ด้วยความคาดหวังสูงของอีกฝ่าย จึงเกิดการวิเคราะห์สิ่งที่ .น. เมืองสรวงนำเสนอออกมา นายบอนเคยหยิบประเด็นความเห็นที่รุนแรงของอีกฝ่าย มาเขียนในเชิงสร้างสรรค์แล้ว แต่ น.เมืองสรวงไม่พอใจอย่างที่สุด

ถ้าเอามาเขียนอีก คงได้โกรธแค้นกันเป็นแน่แท้

ในขณะที่อีกฝ่าย ก็อยากให้นายบอนเขียนบันทึกเรื่องที่พวกเขาวิเคราะห์ออกมา

แต่ละคนมีไฟแห่งพลังความตั้งใจ กำลังลุกโชน ไฟแรงๆ คงจะมีใครโดนเผาซักวัน
เมื่อไฟแรงๆ 2 กอง กำลังลุกลาม จะทำยังไงดีครับ

ดับไฟสิครับ....

อีกฝ่ายอยากเห็นนายบอน เขียนบันทึกเรื่องนี้
.. ก็ไม่เขียน

น.เมืองสรวง เขียนแสดงความคิดเห็นที่ไม่พอใจ  ก็ปล่อยให้เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งก่อน ให้ไฟอ่อนกำลังลง แล้วค่อยชี้แจงด้วยบันทึกชิ้นนี้

การวางแผนนำเสนอข้อมูลมาตั้งแต่ต้นที่เล่ามานั้น ออกแบบไว้อย่างดีมาก และเห็นผลชัดเจน แต่ละฝ่ายต่างคาดหวังผลที่จะเกิดขึ้นทั้งนั้น

ถ้าไฟจะลุกลาม ก็ดับไฟซะ

ให้ฝ่ายหนึ่งที่ตั้งใจช่วยเหลืออย่างเต็มที่ มีความกระตือรือร้นสูง ได้ทำในสิ่งใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ในที่ที่เหมาะสมกับพวกเขา

ส่วน น.เมืองสรวงนั้น เวลาที่ผ่านไป กับการติดตาม gotoknow ของเขา จะทำให้เขาเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และสามารถนำเสนอข้อมูลของหนองสรวงด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งคนอื่นอีกต่อไป ซึ่งแนวคิด เทคนิคและวิธีการ นายบอนได้เขียนบันทึกไว้แล้วตั้งหลายตอน สามารถสืบค้นได้ตลอดเวลา

การเขียนบันทึกเก็บไว้ แม้จะถูกมองว่า อาจจะมีประโยชน์สำหรับคนในชุมชนท้องถิ่นของเขาน้อย เพราะจำนวนผู้ใช้ intenet ยังมีจำนวนจำกัด

แต่บันทึกที่เขียนเก็บไว้ และสามารถสืบค้นได้นี้ สามารถสั่งพิมพ์ลงกระดาษ และ save ไปให้คนในชุมชนอ่าน หรือให้ทีมงานของ น.เมืองสรวง นำกลยุทธ แนวทางการเขียนประเด็นต่อยอดทางความคิดไปเรื่อยๆ ไปศึกษาดูได้ตลอดเวลา

เพราะจากการเรียนรู้ของเขาใน gotoknow นายบอนจึงไม่ต้องเขียนบันทึกเกี่ยวกับหนองสรวงให้มีข้อมูลปรากฏอย่าง สม่ำเสมออยู่บ่อยๆอีกต่อไปแล้ว เพราะหากจุดไฟแห่งความกระตือรือร้นของเขาให้ลุกโชนอีก แต่เขาไม่อยู่ในจุดที่จะสามารถดำเนินการได้ ไฟดวงนั้น จะกลับมาเผาผลาญคนจุดไฟขึ้นมานั่นเอง

 บันทึกนี้ก็เปิดเผยเคล็ดลับที่เอาไปประยุกต์ใช้ได้เลย ซึ่งก็เป็นเนื้อหาในหนังสือ ก่อร่าง สร้างฝันที่หนองสรวงของเขานั่นเอง


บันทึกสุดท้ายที่เขียนเกี่ยวกับหนองสรวง ยังคงให้ข้อคิดและสาระเช่นที่ผ่านมา ขอให้เพื่อน น.เมืองสรวง เก็บไฟแห่งการสร้างสรรค์เอาไว้ใช้เมื่ออยู่ในจุดที่สามารถดำเนินการได้ให้ เกิดประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นนะครับ



ประเด็นน่าคิด
1. ทุกคนสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่า จะยอมรับความผิดพลาดได้ช้าหรือเร็วมากน้อยแค่ไหน
2. นายบอนก็ผิดพลาดครับ ยอมรับและค้นหาข้อผิดพลาด และนำสิ่งนั้นมาประเมินตัวเอง และนำเสนอในมุมมองที่สร้างสรรค์จากประสบการณ์ในความผิดพลาดของตัวเอง
3. เรื่องที่ดูเป็นส่วนตัว บางครั้งก็เป็นประโยชน์กับส่วนร่วมได้เหมือนกัน
4. ถ้าแต่ละฝ่ายสามารถควบคุมเหตุการณ์ที่ดำเนินไปไว้ได้ด้วยตัวเอง ย่อมจะค้นพบและแก้ไขข้อผิดพลาดที่กำลังจะเกิดขึ้นในทุกจังหวะก้าวเดิมของการ ทำงานได้
5. การสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขั้นตอนอื่นๆในกระบวนการทำงาน
6. ปัญหามีไว้ให้หาทางแก้ไข ไม่ใช่มีไว้สำหรับคำแก้ตัว แต่ทุกคนก็ชอบที่จะแก้ตัว เพราะพูดได้ง่ายกว่าการคิดหาหนทางในการแก้ไขปัญหานั้นๆ   
7. ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา หากต้องเกี่ยวข้องกับสังคม ย่อมที่จะต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงให้ทัน จากตอนเริ่มต้นของบันทึกนี้ เริ่มต้นด้วยความหวังที่สดใส เมื่อ 1 ปีผ่านไป มีฝ่ายหนึ่งปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน จึงเกิดความผิดพลาด ผิดจังหวะกันเกิดขึ้น




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 42497
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

วิเคราะห์ได้ละเอียดดีมากเลยเพื่อน ขอบคุณเพื่อนที่ให้กำลังใจตลอดมา จุดไฟแห่งศรัทธา.....นะเพื่อนไม่ใช่ใช้ไฟเผาใคร.....เพื่อนเข้าใจผิดนะ  เราไม่ได้โกรธใครนะ แต่เราจะสะท้อนมุมมองให้ความคิดเห็นนั้นลงตัว นั่นคือภูมิรู้ต่างหากนะเพื่อน  สิ่งที่หวัง และคาดหวังก็เหมือนกับเรา คาดการณ์นั่นแหละ อย่าไปยึดติด คนเก่ง ๆ มีเยอะ เราต้องให้โอกาสเขาแสดงศักยภาพนั้น ๆ ออกมา นั่นการเป็นผู้ให้ที่ดี...... เวลาและโอกาสในการนำเสนอต้องเป็นมุมมองของ "ชาวหนองสรวง" แต่ช่วงภาะกิจหน้าที่การงานรัดตัวทำให้ไม่ได้เสนอในแง่มุมต่าง ๆ ที่เคยติดตามมาตลอด ใจเย็น ๆ นะเพื่อน ได้อ่านของดี ๆ ในgotokrow แน่นอน คิดเชิงบวก บวกกับความตั้งใจ...จุดไฟแห่งศรัทธา....นะเพื่อน จุดไฟแห่งศรัทธา...ให้เกิดแก่ชุมชนท้องถิ่นนี้ร่วมกัน.......และชุมชนอื่น ๆ ทั่วประเทศนะในเส้นทางแห่ง gotokrow แห่งนี้