เมื่อผีตากผาอ้อม ผมและครูสมหมายก็มาถึงบ้านคำบาก

    

       "ครูพาใครมา ครูคนใหม่แม่นบ่" พ่อเหรียญทักเมื่อผมก้าวขึ้นบันไดบ้าน ตามองครูสมหมายด้วยแววสงสัย

      "ไม่ใช่ครับ ครูสมหมายเป็นครูบ้านแก้งสมบูรณ์ เขาอยากมาเที่ยวบ้านคำบาก" ผมตอบในขณะที่ครูสมหมายยกมือไหว้

      

          "อ้อ.. มา มาครู..ขึ้นมาเถอะ กำลังจะกินข้าวเย็นพอดี" พ่อเหรียญเชิญ แล้วหันไปบอกหลิน "หาข้าวมากินเถอะ หลิน"

          

          ครูสมหมายพลันสะกิดผม พอผมหันไปมองแกก็ยื่นห่อใบตองแห้งห่อใหญ่เต็มสองมือให้ผม และกระซิบสั้นๆ ว่า "ปลาทู"

          ผมมองห่อปลาทู และบอกหลิน "เดี๋ยวหลิน เอาปลาทูนี่ไปทอดด้วย ครูสมหมายเขาซื้อมาจากบ้านคำเชียงเบ้า" 

    

         หลินเดินก้มหน้า มารับห่อปลาทูจากมือครูสมหมาย โดยไม่มองหน้า

      

           เย็นนั้น พวกเรานั่งล้อมวงทานข้าวกับน้ำพริกปลาทู สูตรบ้านป่าฝีมือหลินอย่างเอร็ดอร่อย

          

            รุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ พอแดดพ้นยอดไม้ ผมกับเหรียญเดินแบกปืนแก๊ปประจำตัว มุ่งขึ้นเขา โดยมีครูสมหมายที่มีผ้าขาวม้าคาดเอว เดินคั่นกลาง

    

          "เราต้องขึ้นภูจองนะครู ถึงจะได้ยิงตัวมัน" เหรียญคนนำทางบอก

           "ไม่เป็นไร ไปเถอะ" ครูสมหมายตอบโดยไม่มีอาการเหนื่อย

      

         เกือบเที่ยงเราก็มาถึงยอดภูจอง แดดปลายเดือนกันยายน ช่วงย่างเข้าฤดูหนาว ไม่ร้อนมากนัก ผมเพียงเหงื่อออกซึมๆ แต่ครูสมหมายเหงื่อโชก ผ้าขาวม้าตอนนี้เป็นที่เช็ดเหงื่อแล้ว

      

         "มันหายไปไหนหมดวะ" เหรียญบ่น "เขาบอกว่า เมื่อสี่ห้าวันมันอยู่แถวนี้ตั้งหลายตัว" เหรียญหมายถึงลิง  

        

          "ก็มันโหนต้นไม้ได้ มันก็ไปแล้วละซี" ผมออกความเห็นอย่างไม่จริงจังอะไร

          

            ก่อนนอนเมื่อคืน ครูสมหมายอยากมาเที่ยวป่า เหรียญจึงอาสาพามาและบอกว่ามีฝูงลิงอยู่บนภูจอง

        

          "ไม่เป็นไรนะ ไม่เห็นลิง ก็ไม่เป็นไร" ครูสมหมายปลอบใจเหรียญ แล้วหันซ้ายหันขวาหาที่นั่ง พอไม่เห็นที่ไหนเหมาะ แกก็นั่งลงพื้นข้างทางนั่นเอง

        

            ครูสมหมายตัวค่อนข้างสูงใหญ่ ประมาณ 175 ซม. น้ำหนัก น่าจะไม่น้อยกว่า 80 กก. และไม่เคยขึ้นเขา จึงเหนื่อยง่าย เหงื่อท่วมตัว

        

         "มีน้ำดื่มไหม" แกถามผม "ไม่เอามาด้วยหรอก น้ำในเขาเยอะแยะ" ผมตอบ

      

           "เดินไปทางนั้นอีกหน่อยครู" เหรียญชี้มือบอก แล้วพูดต่อ "ไปกินเดี๋ยวนี้ไหม" 

        

          ครูสมหมายไม่ตอบ แต่ลุกขึ้นแล้วเดินไปตามที่เหรียญชี้ ผมและเหรียญเดินตาม

      

          เพียงไม่เกินห้าสิบเมตร เราก็เห็นแอ่งน้ำบนเขา ค่อนข้างกลม กว้างประมาณสี่เมตร รอบๆ แอ่งมีต้นไม่ใหญ่ปกคลุมร่มรื่น น้ำในแอ่งใส มองเห็นใบไม้ทับถมจมอยู่ก้นแอ่ง  

        

          ทั้งสามคนนั่งยองๆ ข้างแอ่ง ใช้มือวักน้ำเข้าปาก ผมกับเหรียญลุกขึ้นเกือบพร้อมกัน ต่างหาที่เหมาะนั่งพักผ่อน ผมมองหากิ่งไม้ที่มีใบหนาเพื่อใช้ปูนอนเล่น ขณะกำลังใช้มีดคู่มือตัดกิ่งไม้อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียง ตูม !!!

        

           ผมหันขวับไปดูที่แอ่ง ก็เห็นครูสมหมายนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว แช่ตัวอยู่ในแอ่งน้ำ ด้วยสีหน้าเบิกบานใจ

      

          แกล้างหน้าสองสามทีแล้วลุกขึ้นจากแอ่ง ใส่เสื้อผ้า หลังจากนั้นเราก็เดินลงเขา

      

            เป็นอันว่ากับข้าวกลางวันวันนั้น มีเพียงปลาร้ากับหัวหอม ซึ่งก็อร่อยเพียงพอแล้ว 

      

           หลังอาหารตามแขนของครูสมหมายปรากฏผื่นแดงขึ้น เป็นปื้นๆ ทั่วทั้งตัว แต่ครูสมหมายบอกว่าไม่คัน ถึงอย่างนั้นพวกเราก็รีบกลับบ้าน

      

           ประมาณบ่ายสี่โมง เราก็มาถึงบ้านคำบาก พอแม่เหรียญรู้ แกรีบเอาใบพลูที่กินกับหมาก ตำให้ละเอียดบีบเอาน้ำ แล้วให้เหรียญทาให้ครูสมหมาย

      

           "คันไหมครู" พ่อเหรียญถาม หลังจากที่ทาไปแล้วครู่ใหญ่

           "ไม่คันครับ แต่..ผื่นไม่ลด" ครูสมหมายตอบ ใบหน้ามีรอยกังวล

      

         "คงเป็นเพราะน้ำในแอ่ง" เหรียญพึมพำ 

        

          "ได้ยินเขาว่า เอาใบพลูตำคลุกกับน้ำนมแม่ลูกอ่อน แก้ผดผื่นได้ ลองดูไหม" พ่อเหรียญพยายามหาทางแก้ 

      

           "หลิน ไปขอน้ำนมจากพี่สาวแกไป เอามาสักถ้วยเล็กๆ ถ้วยหนึ่ง" แม่เหรียญตะโกนบอกหลิน อันแสดงความเห็นด้วยกับพ่อเหรียญ 

      

           ใบพลูตำคลุกกับน้ำนมถูกทาลงบนร่างกายของครูสมหมายจนทั่ว นอกจากนั้นยังมีปูนขาวแต้มบนรอยผื่นแดง แต่..ผื่นก็ยังไม่หาย จนดึกและครูสมหมายง่วงหลับไป

      

           เช้ามืด ทุกคนตื่นเกือบพร้อมกันราวกับนัดกันไว้ เพียงแต่ครูสมหมายตื่นก่อน นั่งยิ้มรอพวกเราอยู่แล้ว

      

           ผดผื่นหายไปสิ้น ครูสมหมายขอลากลับบ้านแก้งสมบูรณ์ก่อนแจ้ง โดยมีเหรียญไปส่งถึงบ้านคำเชียงเบ้า จากบ้านคำเชียงเบ้ามีรถจิ๊ปโดยสารเข้าตัวเมืองบุณฑริกซึ่งผ่านบ้านแก้งสมบูรณ์ 

        

         ก่อนจากกัน ครูสมหมายกระซิบกับผมว่า

        "อีกไม่นานผมจะมาอีก" 

         ผมยิ้ม แต่ครางในใจว่า "โอย...ยังไม่เข็ดเหรอ...."