กลอนทอยหรือกลอนคู่ เป็นรูปแบบอย่างหนึ่งของกลอนโนรา 

มีแผนผังบังคับ ตามฉันทลักษณ์ดังนี้ 

Large_bg-1101

ตัวอย่างกลอน

ไม่รักพี่ไม่มาหา ที่พี่มาเพราะหวงแหนหวงแหน
เป็นตายให้ได้แนบแน่น น้องอย่าผลักให้หักรานหักราน
ตัวพี่นี้เปรียบเหมือนบด ไหนจะอด ซึ่งรสหวานรสหวาน
ตัวน้องนี้คือน้ำตาล คู่กันแล้ว ไม่แคล้วกันแคล้ว

  

กลอนทอยทุกบท สองคำสุดท้ายของบาทจะซ้ำกับสองคำหน้าซึ่งอยู่ติดกันเสมอ

แผนบังคับทางฉันทลักษณ์ของกลอนทอยอาจจะยักย้าย จากที่แสดงไว้ได้

อีกแบบหนึ่ง คือคำสุดท้ายของแต่ละบาทสัมผัสต่อเนื่องกันไป

เมื่อจบคำสัมผัสจึงเปลี่ยนมาสัมผัสจากคำสุดท้ายของบาทเอกไปยัง

คำสุดท้ายของวรรคแรกในบาทโท

 

                                            

 

ตัวอย่างกลอน

 ทุกวันโลกมันผันแปร ไม่ว่าแลไปทางไหนทางไหน
สมัยก่อนคนยึดพระธรรม์ คนทุกวัน ไม่เป็นไรไม่เป็นไร
ขาดศีลเพื่อนฝูงไม่ว่า ขาดเงินตรา ต้องช้ำใจต้องช้ำใจ
มีเงินเขานับเป็นพี่น้อง ถ้าได้ทอง เอาเข้าไปเอาเข้าไป
คนร่ำรวยทำชั่วไม่ปรือ(ไม่เป็นไร) เขาไม่ถือ ที่จัญไรจัญไร
กฎหมายไว้ขู่คนยาก รวยมามาก กลัวอ้ายไหรอ้ายไหร(อะไร)
คิดคิดหงุดหงิดใจ ชักไม่ไหว แล้วไทยแลนด์ไทยแลนด์

การร้องกลอนทอย ที่มีลักษณะการร้องคู่กัน เรียกว่า "โยนกลอน"

หวังทำนองให้อารมณ์สนุกสนาน การซ้ำคำในตอนท้ายจึงมีผลทำให้

จังหวะกระชับและครึกครื้นมากขึ้นนิยมชัดเจน

การ้องแบบนี้แม่เพลงจะว่าเป็นแบบมุดโต (กลอนสด) ทีละบาท โ

ดยรับตามทุกถ้อยคำ ๑ เที่ยว

แหล่งอ้างอิง : สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๒๙ เล่ม ๑