บันทึกความทรงจำบนรถทัวร์

    ชีวิตกับการเดินทางดูเหมือนพระเจ้าได้ลิขิตให้ข้าพเจ้าในเรื่องนี้ เกือบทุกเดือนที่ข้าพเจ้าต้องใช้บริการของรถทัวร์เดินทางจากเชียงรายเข้าสู่กทม. ทุกครั้งจะใช้บริการของบริษัทสมบัติทัวร์ แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ก็ประทับใจในบริการและรถดูโอ่โถ่ง เหมาะสำหรับการเดินทางไกล

     ค่ำของวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ จำเป็นต้องเดินทางไปจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ตัดสินใจซื้อตั๋วของบริษัทเชิดชัยทัวร์ เที่ยว๑ทุ่มครึ่ง วันนี้ผู้โดยสารเต็มคัน ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่สูง ส่งเสียงพูดกันดังลั่น ก่อนรถจะออกเดินทางเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจบัตรประชาชน  ทำเกิดความล้าช้า เนื่องจากผู้โดยสารบางคนมีบัตรของคนพื้นที่ราบสูง เจ้าหน้าจึงต้องซักถาม

   เมื่อถึงข้าพเจ้า เจ้าหน้าที่เดินผ่านเลยไปเนื่องจากข้าพเจ้าใส่เสื้อที่หน้าอกปักว่ารัฐสภา(ซึ่งได้รับมอบมาจากข้าราชการของรัฐสภา เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา)

  "a8-9 ลงมาข้างล่าง"  โชเฟอร์ร้องเรียก ให้ผู้โดยสาร๒ คนที่เป็นคนพื้นที่สูงลงไปเจรจาอะไรบ้างอย่าง 

 ก่อนรถออกโซเฟอร์ผู้ใจดีที่เก็บกระเป๋าผู้โดยสารเองมาทำหน้าที่นำผู้โดยสารนั่งประจำที่ ก็มาแจกขนม แจกนำ แจกเครื่องดื่ม เรียกว่าทำคนเดียว

   แม้รถจะออกช้าไปหลายนาที ก็พอทน  ข้าพเจ้านั่งในแถวที่ C D9 ซึ่งใกล้ห้องน้ำ ห้องน้ำเริ่มมีกลิ่น เนื่องจาก ผู้โดยสารสามีภรรยาคู่หนึ่งมีลูกน้องซึ่งปรากฎว่าเด็กได้อุจจาระ พ่อแม่เด็กจึงเข้ามาใช้บริการห้องน้ำ แต่ได้เปิดประตูทิ้งไว้นานจึงทำให้มีกลิ่น โซเฟอร์ใจดี พอรู้ว่าพ่อแม่เด็กใช้น้ำ ซึ่งจะต้องใช้น้ำมากได้แวะปั๊มน้ำมันเพื่อตักน้ำใส่ห้องน้ำ

   บนรถไม่มีการเปิดโทรทัศน์หรือเพลงให้ผู้โดยสารฟัง รถวิ่งไปได้สักครู่ ผู้โดยสารที่เป็นเด็กก็มาใช้บริการหลังจากเสร็จภาระกิจก็ออกโดยไม่ปิดประตู โชคดีว่ามีผู้โดยสารคนต่อมาเข้าใช้ แต่ก็เหมือนเดิม หลังจากใช้เสร็จก็ออกโดยไม่ปิดประตู ทำให้ข้าพเจ้าต้องสะกิดให้ปิด  ผ่านไปสักครู่ ก็มีสุภาพสตรีวัยรุ่นมาใช้ แต่เปิดประตูไม่ออก จนผู้โดยสารคนหนึ่งลงไปช่วยจึงเปิดได้ รถวิ่งจนถึงเกือบจังหวัดพะเยา รถมาจอดนิ่งที่หน้าปั๋มน้ำมันแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้ามองเห็นผู้ชายคนหนึ่งวิ่งไปเข้าห้องน้ำ ที่แท้เป็นโซเฟอร์นั่นเอง แค่นั้นยังไม่พอก็หน้านั้นเขาได้จอดรถเพื่อเข้าเซเว่นฯ เพื่อซื้อน้ำยาล้างจานมาใส่ห้องน้ำเพื่อดับกลิ่น รู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจ หลังจากนั้นก็เจอเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจบัตรประชาชนผู้โดยสารอีก ทำให้เสียเวลาไปปนาน ถ้านั่งรถของสมบัติทัวร์เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยตรวจ

   รถวิ่งกลางคืนทุกคนหลับสนิทสบายใจ คู่ชีวิตข้าพเจ้าสะกิดเพื่อเข้าห้องน้ำ แต่รู้สึกแปลกใจ มีคนนั่งที่บันไดทางขึ้น ด้วยความืดจึงไม่รู้ว่าเป็นใครทำไมมานั่งตรงนี้ แต่เมื่อรถแวะทานอาหารที่จ.พิษณุโลกจึงรู้ว่า เป็นโซเฟอร์ผู้ใจดี นั่นเอง ที่ไม่รู้ว่า จอดเปลี่ยนคนขับตั้งแต่เมื่อไร รถได้แวะร้านอาหารเพื่อรับประทานข้าวต้ม ได้จานใส่อาหารและถ้วยข้าวต้ม ทำให้มีความรู้สึกว่า ร้านประหยัดเรื่องภาชนะเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากถ้วยจานเก่า และมีร่องรอยการใช้งานมาอย่างโชกโชนทีเดียว

   ในที่สุดข้าพเจ้าและคู่ชีวิตก็เดินทางมาถึงจังหวัดพิษณุโลก 

   " แม่ต้องทนนั่งทุกเดือนแบบนี้น่ะ" คู่ชีวิตบอกข้าพเจ้าเมื่อถึงบขส.พิษณุโลก 

     ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะไม่นั่งรถเชิดชัยทัวร์เข้ากรุงเทพแน่นอน