คำประพันธ์ประเภทฉันท์

   ผู้เขียนขอลงเนื้อหาเกี่ยวกับฉันท์เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 6  ที่กำลังเรียนอยู๋ได้สืบค้น  หลักการแต่งคำประพันธ์ปประเภทฉันท์

หลักการแต่งคประพันธ์ประเภทฉันท์

            นักเรียนได้เรียนรู้การแต่งคำประพันธ์กาพย์  กลอน  โคลง  และร่ายมาแล้วในชั้นก่อนในชั้นนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้การแต่งคำประพันธ์ประเภทฉันท์ซึ่งเป็นคำประพันธ์ที่แต่งยาก  และอ่านยากกว่าคำประพนธ์ทุกชนิด  เพราะฉันท์มีข้องบังคับเรื่องคำครุหุเพิ่มขึ้นและคำและคำที่ใช้ในการแต่งฉันท์นั้นส่วนใหญ่เป็นคำที่มาจากภาษีบาลี  สันสกฤต  เพราะคำไทยหาคำลหุที่มีความหมายได้ยากการศึกษาให้เข้าใจรูปแบบและลักษณะบังคับของฉันท์  จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจคำประพันธ์ประเภทฉันท์  สามารถอ่านออกเสียงได้ถูกต้อง  และเข้าใจความหมายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น  ความรู้เรื่องฉันท์ที่จะกล่าวถึงต่อไปในบทนี้  มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะบังคับหรือฉันท์ของฉันท์ที่กวีไทยนิยมแต่ง  และปรากฏอยู่ในวรรณคดีประเภทคำฉันท์ของไทย  เพื่อให้นักเรียนใช้เป็นความรู้พื้นฐานในการแต่งฉันท์  และในการอ่านวรรณคดีไทยให้เข้าใจยิ่งขึ้น

ความหมายของฉันท์

       พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. ๒๕๔๒  ได้ให้ความหมายไว้ว่า  ฉันท์ น. ชื่อคำประพันธ์ประเภทหนึ่งที่วางคำครุ ลหุ เป็นแบบต่าง ๆ

            กำชัย  ทองหล่อ  อธิบายความหมายว่า ฉันท์ คือ  ลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ร้อยกรองขึ้นให้เกิดความไพเราะซึ่ง  โดยกำหนดคณะ ครุลหุ  และสัมผัสไว้เป็นมาตรฐาน            กล่าวโดยสรุป  ฉันท์  หมายถึง  คำประพันธ์ชนิดหนึ่งของไทยที่มีข้อบังคับ  เรื่องครุลหุ  เพิ่มขึ้น  นอกเหนือจากเรื่องคณะและสัมผัสซึ่งเป็นข้อบังคับในคำประพันธ์ชนิดอื่น

ประเภทของฉันท์

            ฉันท์มากมายหลายชนิด  การแบ่งชนิดของฉันท์ตามฉันทลักษณ์ให้สะดวกแก่การศึกษาอาจแบ่งเป็น ประเภท  ดังนี้ประเภทที่ ฉันท์ ๑๑ ฉันท์ ๑๒ และฉันท์ ๑๔ ฉันท์ประเภทนี้แบ่งเป็น บาท มีสัมผัสเหมือนกัน  แต่ลักษณะกานอ่านแตกต่างกันตามตำแหน่งคำครุ ลหุ มีสัมผัสบังคับ  คือ  สัมผัสระหว่างบาทและระหว่างบท  คือ  คำสุดท้ายของบทเอก ( บาทที่หนึ่ง) ส่งสัมผัสไปยังคำสุดท้ายในวรรคแรกของบาทโท ( บาทที่สอง)  ถ้าต่างมากกว่าหนึ่งบท  ต้องมีสัมผัสระหว่างบท  คือ  คำสุดท้ายของบทแรกจะต้องส่งสัมผัสไปยังคำสุดท้ายของบทบาทเอกในบทต่อไป  ส่วนสัมผัสที่เป็นเส้นประในแผนผัง  เป็นสัมผัสระหว่างวรรคแรกส่งสัมผัสไปยังคำที่สามของวรรคที่สองในบาทเดียวกัน  เป็นสัมผัสที่ไม่บังคับ บางบทจะมีสัมผัสดังกล่าว  แต่บางบทก็ไม่มี

ฉันท์  ๑๑    หมายถึง  ฉันท์ที่มีจำนวนคำครุ  ลหุ บาทละ  ๑๑ คำ  เช่น  อินทรวิเชียรฉันท์

อุเปนทรวิเชียรฉันท์   อุปชาติฉันท์  สาลินีฉันท์

            อินทรวิเชียรฉันท์ มีลักษณะบังคับตามแผนผังและตัวอย่าง  ดังนี้