สองกรณีศึกษาที่น่าสนใจปรึกษา ดร.ป๊อป ให้ประเมินและฝึกกิจกรรมบำบัดเพื่อทักษะการกลืนกินอาหารในเด็กพัฒนาการช้า

กรณีศึกษาที่หนึ่ง: ดช. ข. อายุ 15 เดือน ยิ้มน่ารักเมื่อพูดคุยด้วย แสดงภาษากายได้ดี เล่นเสียงในคอได้ดี ฉลาดตั้งเงื่อนไขในการขอคุณพ่อไปเล่นขณะกำลังจะทานอาหาร ทักษะการเคี้ยวทำได้โดยใช้ลิ้นวนช่วย ชอบอมอาหาร และเหม่อลอยขณะอมอาหารประมาณ 10 วินาที ต้องกระตุ้นมากกว่า 6 ช้อนชาจึงจะเคี้ยวอาหารได้มากกว่าการเล่น หันเหความสนใจต่อเสียงและคนง่าย ใช้เวลา 30 นาทีเมื่อกระตุ้นความสนใจในการเคี้ยวอาหารโดยเด็กสามารถอ้าปากสื่อสารว่า "อาหารกลืนหมดแล้ว" ได้ดีและอยู่นิ่งได้บนตักคุณพ่อ เมื่อเปรียบเทียบกับการป้อนอาหารเดิมที่บ้านที่เดินเล่นทั่วบ้าน ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง

การประเมินทางกิจกรรมบำบัด: มีการพัฒนาช้าในเรื่อง การแยกความสนใจกับกิจกรรมการเล่นกับการกินอาหารในเวลาเดียวกัน (Delayed Divided Attention) กับ เรื่อง การเล่นที่มีเป้าหมายและมีความหมาย (สังเกตจะเล่นและเคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่คล่องแคล่วนัก ชอบเล่นตามสิ่งเร้าด้วยเสียงแบบไม่มีเป้าหมาย หันเหความสนใจง่าย ติดเล่นและอมอาหารนานเกินไป) แต่มีความสามารถในด้านทักษะการแสดงออกทางสังคมและการแสดงภาษากาย + เล่นเสียง ได้ดีสมวัย 
 
คำแนะนำทางกิจกรรมบำบัด: ให้คุณพ่อคุณแม่ และผู้ที่ดูแลเรื่องการป้อนอาหารน้อง อดทน ใจเย็นๆ มีสติกับการฝึกเคี้ยวอาหารของน้อง แบ่งย่อยเป็น 6 มื้อจาก 3 มื้อใหญ่ ในแต่ละมื้ออย่าฝึกเกิน 60 นาที ซึ่งควรแบ่งฝึก 2 รอบ แต่ละรอบประกอบด้วย ข้าวผัดหรืออาหารที่หลากหลายแบบเคี้ยวละเอียดได้ง่าย 2 คำ ตามด้วย อาหารกรอบที่เคี้ยวและนิ่มได้ มีขนาดสั้นพอคำ (เช่น ขนมขาไก่) 1 ชิ้น และสลับระหว่างข้าวและขาไก่ไปจนครบ 6-10 คำ ระหว่างการเคี้ยว พยายามพูดคุยและเล่นภาษาท่าทางกับน้องได้ แต่ตั้งใจปรับความสนใจของน้องให้มุ่งที่การเคี้ยว โดยใช้ช้อนแตะริมฝีปาก คว่ำช้อนแตะลิ้น นวดสัมผัสกรามทั้งสองข้าง บอกให้น้องอ้าปาก (หันหน้าน้องเข้าหาผู้ป้อน จะได้เห็นว่าอาหารเคี้ยวหมดจริง) เมื่อหมด 6-10 คำ คือหนึ่งรอบ ให้ทานน้ำใส่ถ้วยปริมาณน้อยๆ หรือดูดน้ำจากขวด (นับ 1-5 แล้วเอาขวดออก เพื่อให้มีการกลืนและไม่เร่งดูดด้วยลิ้นเร็วเกินไป) ทั้งนี้ระหว่างรอบการฝึกเคี้ยวอาหาร ให้เล่นอิสระโดยเคลื่อนไหวในบริเวณกว้างขวางของห้องได้ไม่เกิน 5 นาที ขณะฝึกเคี้ยวอาหาร ถ้าน้องเหม่อหรือชวนเล่นมากจนเกินไป ให้กระตุ้นคุยถึงเรื่องการเคี้ยวอาหารอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรเดินหรือเคลื่อนไหวมากนักขณะฝึกเคี้ยวอาหาร  
 
การบ้านที่อยากให้ลองพิจารณา คือ หามุมที่สงบที่บ้านที่ไม่มีของเล่น เพื่อให้น้องมีสมาธิขณะฝึกเคี้ยวอาหาร และจะนัดหมายไปดัดแปรสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการเพิ่มความสุขความสามารถในการเล่นและการกินอาหารได้สมวัย

กรณีศึกษาที่สอง: เมื่อเดินทางจากศาลายา จ. นครปฐม ไปเยี่ยมบ้าน ณ บางจาก กทม. พบ ดช. อ. อายุ 10 เดือน ตื่นนอนมายิ้มทักทาย นอนคว่ำชันคอได้ดี คุณแม่บอกว่าพลิกตะแคงตัวได้ คืบได้ ไม่ยอมคลาน แต่กำลังฝึกนั่งทรงตัวและเกาะยืน เมื่ออุ้มจากเตียงพบว่า กล้ามเนื้อคอและลำตัวอ่อนแรง มีการทรงท่าทางได้โอนเอนและต้องประคองบริเวณคอไม่ให้แหงน

ก่อนไปเยี่ยมบ้าน ได้รับอีเมล์รายละเอียดจากคุณแม่ และถามตอบจาก ดร. ป๊อป ตามลำดับ ดังนี้

Date: Tue, 11 Jan 2011 17:12:26 +0700
From: support (at) gotoknow.org To: otpop (at) windowslive.com
Subject: [gotoknow.org] You've received a contact mail (at) Tue Jan 11 17:12:21 +0700 2011

สวัสดี Dr. Pop ชื่อ: XXX อีเมล: XXXXXX หัวเรื่อง: ลูกปฏิเสธนมและอาหารเสริม ข้อความ: ลูกชาย 9 เดือน แรกเกิดมีเพดานปากโค้งลึก แต่ไม่โหว่ คางเล็ก ปัจจุบันน้ำหนัก 6.5 กก. พัฒนาการช้า คอยังไม่แข็งดี พลิกคว่ำหงายได้ จับให้นั่งได้แต่ก็ยังโอนเอน เกาะยืนได้ช่วงเวลาสั้น ๆ น้องมีปัญหาเรื่องการกินมาก เป็นเด็กไม่ร้องหิวนม ปฏิเสธนมและอาหารเสริม ปัจจุบันดูดน้ำจากขวดได้ดี ส่วนนมและอาหารเสริม (ลักษณะเหลว ๆ) ใช้ช้อนป้อนทุกครั้งที่เริ่มป้อนนมหรืออาหารเสริมก็ทำท่าจะอาเจียน ถึงแม้ว่าจะทิ้งช่วงห่างนานมากแล้วก็ตาม อย่างเช่นมื้อสุดท้ายตอน 1 ทุ่ม ตื่นทานนมตอน 7 โมงเช้า
คุณแม่อุ้มน้องกึ่งนั่งกึ่งนอนเวลาป้อน น้องก็จะไม่ยอมกลืน สามารถอมไว้ได้นาน ๆ จนกว่าจะไม่พอใจร้องไห้ อาหารก็จะไหลลงคอ หรือคุณแม่ก็จะดันคางเพื่อให้น้องปิดปากกลืนอาหาร ซึ่งน้องก็จะร้องไห้หน้าดำหน้าแดง บางครั้งก็มีการสำลัก หรืออาเจียน
น้องได้พบหมอด้านทางเดินอาหาร, หัวใจ, ตรวจเลือด, โครโมโซม, Prader-Willi, พันธุกรรม Metabolic แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ และมีนัดทำ MRI สมองตอน 1 ขวบ
คุณพ่อและคุณแม่ไม่อยากให้ลูกโดนเจาะหน้าท้องใส่สายอาหาร จึงใคร่ขอคำแนะนำจากอาจารย์เกี่ยวกับวิธีฝึกการดูดกลืนในกรณีเช่นนี้ด้วยนะคะ คุณแม่อยากเห็นน้องทานได้อย่างมีความสุขเหมือนเด็กอื่น ๆ บ้างค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

From: otpop (at) windowslive.com To: XXXXXX
Subject: RE: [gotoknow.org] You've received a contact mail (at) Tue Jan 11 17:12:21 +0700 2011
Date: Tue, 11 Jan 2011 22:19:26 +0700

เรียน คุณ XXX 
แนะนำให้ลองไม่บังคับปิดปาก หากเด็กอมจนกลืนก็ยอมให้หกบ้างกลืนบ้าง อาจลองใช้การดูดน้ำจากขวดนำ แล้วตามด้วยดูดนมจากขวด ลองทดสอบใช้ช้อนป้อนน้ำตามด้วยนม ว่าจะเป็นอย่างไร หากไม่ได้คงต้องตรวจสอบกับนักโภชนการที่ รพ. ที่ตรวจกับคุณหมอประจำ ว่าจะมีอาหารจำพวกใดทดแทนอาหารนมบ้าง
 
หากไม่ดีขึ้น อาจมีการนัดหมายมาประเมินกับ ดร. ป๊อป อีกครั้งที่คลินิกกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ครับ
 
ไม่แน่ใจว่า มีการแก้ไขเพดานปากอย่างไรหรือไม่ และเด็กเรียนรู้การดูดน้ำจากขวดอย่างไร ลองย้อนนำมาใช้กับนมดูก็น่าลองนะครับ ที่สำคัญ คุณหมอได้ส่งฝึกกิจกรรมบำบัดก่อนตัดสินใจเจาะท้องหรือไม่ อาจแนะนำให้คุณหมอทราบถึงกรณีศึกษาต่างๆ ที่ใช้กิจกรรมบำบัดแล้ว ไม่ต้องเจาะหน้าท้องก็ได้ หากฝึกได้ผลใน 6 สัปดาห์ เป็นต้น
 
ดร. ป๊อป
 
From: XXXXX To: otpop (at) windowslive.com
Subject: RE: [gotoknow.org] You've received a contact mail (at) Tue Jan 11 17:12:21 +0700 2011
Date: Fri, 14 Jan 2011 10:44:36 +0000

เรียน ดร.ป๊อป
 
ดิฉันขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะคะสำหรับคำแนะนำ
 
เรื่องเพดานปากคุณหมอส่วนใหญ่บอกว่าไม่เป็นอุปสรรคในการกิน มีเพียงบางท่านที่บอกว่าอาจจะทำให้ดูดกลืนได้ไม่ดี แต่ก็ไม่ได้แนะนำเรื่องศัลยกรรม
 
ลูกเริ่มพบอาจารย์สอนกระตุ้นพัฒนาการของโรงพยาบาลที่คลอดตั้งแต่อายุ 6 เดือน อาจารย์ได้สอนวิธีนวดกระตุ้นการดูดกลืนให้กลับมาทำที่บ้าน แต่ปัจจุบันคุณแม่ทำงานนอกบ้านจึงไม่สามารถนวดกระตุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากบางวันลูกตื่นสาย บางวันกลับถึงบ้านแต่ลูกเพิ่งทานข้าวอิ่ม (บางครั้งใช้เวลาป้อนถึง 1.5 ชม.) ก็ไม่สามารถนวดกระตุ้นได้เพราะน้องจะอาเจียน และสักพักลูกก็จะง่วงเพราะถึงเวลาเข้านอนแล้วค่ะ
 
ลูกสามารถดูดน้ำจากขวดได้ แต่เมื่อเอาขวดน้ำออกและเปลี่ยนเป็นขวดนมลูกก็จะหยุดดูด บางครั้งก็ร้องไห้ พอเปลี่ยนเป็นขวดน้ำเหมือนเดิมก็ยอมดูดต่อ จึงต้องใช้วิธีการป้อนนมด้วยช้อนแทน และน้องจะกลืนนมหรืออาหารเสริมได้ก็ต่อเมื่อร้องไห้เท่านั้น จนบางครั้งถ้าลูกอมนานจนเกินไปคุณแม่ก็จะต้องเขี่ยฝ่าเท้าจนลูกรำคาญร้องไห้แล้วนมหรืออาหารเสริมก็จะไหลลงคอได้ค่ะ
 
จากข้อมูลข้างต้น อาจารย์มีคำแนะนำเพิ่มเติมบ้างหรือไม่คะ
 
ขอบพระคุณมากค่ะ

From: otpop (at) windowslive.com To: XXXXX
Subject: RE: [gotoknow.org] You've received a contact mail (at) Tue Jan 11 17:12:21 +0700 2011
Date: Sat, 15 Jan 2011 20:47:50 +0700

เรียนคุณ XXX
 
จากข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า น้องมีการพัฒนาเด็กช้าในการรับรู้สัมผัสภายในช่องปาก ทำให้ปุ่มรับผิวสัมผัสของของเหลวที่หนืดกว่าน้ำเปล่าได้ไม่ดีนัก โดยหลักการเราจะฝึกกิจกรรมบำบัดการดูดกลืนที่สัมพันธ์กับสภาวะการรับรู้สัมผัสนี้ภายใน 6 เดือนแรกอย่างต่อเนื่อง
 
ตอนนี้ช้าไป 3 เดือน ก็คงแนะนำให้คุณพาน้องมาประเมินที่คลินิกเพื่อยืนยันปัญหาข้างต้น และผมสงสัยภาวะการกลืนสำลักเงียบ หากมีการกระตุ้นให้ร้องไห้พร้อมปล่อยให้นมไหลลงคอ ซึ่งจะมีการกระเด็นนมออกไปที่หลอดลมได้ด้วย ซึ่งต้องมีการสอนการจัดท่าทางและการกระตุ้นกลืนนมจากช้อนด้วย
 
การบ้านที่แนะนำคราวก่อน ดูเหมือนจะไม่ได้คำตอบว่า ถ้าใช้ช้อนป้อนน้ำก่อน แล้วตามด้วยช้อนป้อนนมจะเป็นอย่างไร สำหรับการเปลี่ยนขวดน้ำมาเป็นขวดนม เด็กหยุดดูดนม ก็ลองสลับให้ดูดระหว่างขวดน้ำและขวดนมไปมาซัก 3 รอบ ช้าๆ ไม่เร่ง ถ้าร้องไห้ ก็หยุดฝึก แล้วเริ่มใหม่ ไม่ควรบังคับหรือหลอกล่อให้กลืนขณะเด็กร้องไห้ ที่สำคัญคงต้องแนะนำเทคนิคการกระตุ้นมุมปากและคอหอยในการกลืนของน้องขณะมีนม แบบเล่นบ้างร้องไห้เล็กน้อย แต่ต้องมาลองฝึกเทคนิคนั้นๆ ที่คลินิกให้แน่ใจก่อนครับ
 
คำถามอีกข้อ ได้ปรึกษาคุณหมอถึงการหาอาหารชนิดแทนนมหรือไม่ บางครั้งอาจเจือจางสารอาหารอื่นๆ ที่ทดแทนนมได้กับน้ำ คงต้องปรึกษานักโภชนาการเพิ่มเติม
 
ผมยังคงยืนยันให้พบนักกิจกรรมบำบัดด่วน เพื่อประเมินและแนะนำวิธีการบำบัดความผิดปกติของการกลืนลำบากนี้ครับ เพราะเท่าที่อ่านข้อมูลทางอีเมล์ ผมไม่สามารถแนะนำเทคนิคได้ชัดเจนเท่าสาธิตและลงมือทำกับน้องเองครับ
 
ขอแสดงความนับถือ
อ.ดร.ป๊อป

From: XXXXX To: otpop (at) windowslive.com
Subject: RE: [gotoknow.org] You've received a contact mail (at) Tue Jan 11 17:12:21 +0700 2011
Date: Mon, 17 Jan 2011 08:31:45 +0000

เรียน ดร.ป๊อป
 
ดิฉันขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะคะที่อาจารย์สละเวลาอันมีค่ามาตอบคำถาม
 
จากคำถามของอาจารย์นะคะ
1. ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาดิฉันได้ลองใช้ช้อนป้อนน้ำ ผลคือลูกอมน้ำไม่ยอมกลืน จนร้องไห้แล้วน้ำก็ไหลลงคอไปค่ะ (แต่ถ้าเอาน้ำใส่ขวดลูกดูดได้ค่ะ ลองเปลี่ยนเป็นของเหลวชนิดอื่นใส่ขวดก็ไม่ยอมดูดค่ะ เช่น น้ำส้ม น้ำลูกพรุนเจือจาง)
2. การสลับให้ดูดระหว่างขวดน้ำและขวดนมเคยแล้วลองแล้วไม่ได้ผลค่ะ
3. ปัจจุบันจะเติมน้ำมันลงในอาหารเสริมตามคำแนะนำของคุณหมอทางเดินอาหาร แต่ไม่เคยพบคุณหมอด้านโภชนาการหรือนักโภชนาการค่ะ
 
แรกเกิด - 3 เดือน ลูกดูดนมแม่ล้วนไม่ได้ให้น้ำ แต่เป็นการดูดจากเต้าจึงไม่ทราบปริมาณ พอคุณแม่กลับมาทำงานก็ฝึกดูดจากขวด ลูกเป็นเด็กไม่ร้องหิวนม เมื่อถึงเวลาก็จะให้นมขวด ลูกเริ่มปฏิเสธทั้งนมและน้ำ บางครั้งทิ้งช่วงห่าง 8-10 ชม. แต่ก็กินได้น้อย คุณแม่ก็เข้าใจว่าน้องติดเต้า ไม่ชอบดูดจากขวด และถ้าหากวันไหนทานได้น้อยมาก ๆ ก็ต้องบังคับให้กินจาก syringe ลูกก็จะร้องไห้ไม่พอใจ
 
เมื่ออายุ 4.5 เดือน เริ่มพาไปหาหมอเพื่อหาสาเหตุ โรงพยาบาลเอกชนแนะนำให้ไปรักษาที่โรงเรียนแพทย์ จนอายุ 6 เดือน ลูกสามารถดูดนมจากขวดได้ง่ายขึ้นประมาณ 2 อาทิตย์ก็ป่วยเป็นไข้หวัด แล้วก็กลับไปกินยาก กินน้อยเหมือนเดิม จนปัจจุบันสามารถดูดน้ำจากขวดได้ดี แต่ปฏิเสธนมและอาหารเสริมมากขึ้น
 
จากที่เล่ามาข้างต้นมีบางช่วงที่ลูกสามารถกินได้ ทำให้ดิฉันไม่แน่ใจว่าลูกมีปัญหาด้านการดูดกลืนหรือไม่ ประกอบกับการรอฟังผล Lab ที่ส่งตรวจในแต่ละครั้ง ซึ่งคุณหมอบอกว่าบางโรคมีผลต่อการกินของเด็กด้วย แต่ขณะนี้ก็ยังตรวจไม่พบว่าลูกเป็นอะไร และคุณหมอนัดครั้งต่อไปเพื่อทำ MRI สมองตอน 1 ขวบ แต่ปัญหาตอนนี้คือลูกกินอย่างทรมาน และเสี่ยงต่อการสำลักค่ะ
 
ดิฉันขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคลินิกเพื่อที่จะได้นัดหมายพาลูกไปประเมินและรักษาด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
 

From: otpop (at) windowslive.com
To: XXXXX Subject: RE: [gotoknow.org] You've received a contact mail @ Tue Jan 11 17:12:21 +0700 2011
Date: Mon, 17 Jan 2011 16:53:15 +0700

เรียน คุณ XXX
 
ผมคงขอนัดตรวจประเมินน้องที่คลินิกกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ศาลายา โดยรบกวนโทรมายืนยันเวลานัดหมาย ดังนี้
 
1. วันอังคาร เวลา 8.00-10.00 น.
 
2. วันพฤหัส เวลา 9.00-10.00 และ 11.00-12.00 น. 
 
ขอบคุณครับ
อ.ป๊อป 

จาก: XXXXX
ส่งเมื่อ: 2 กุมภาพันธ์ 2554 10:11:22
ถึง: otpop (at) windowslive.com

เรียน อ.ป๊อป
 
สืบเนื่องจากที่อาจารย์ให้ความกรุณาตอบรับนัดมาเยี่ยมที่บ้านในวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ เวลาประมาณ 10.00 น. คุณแม่ได้ส่งแผนที่มาให้แล้วนะคะ
 
ขอแสดงความนับถือ

เมื่อไปเยี่ยมบ้านได้ประเมินทางกิจกรรมบำบัด พบว่า น้องมี Delayed swallowing mechanism ได้แก่ มี Hypogag reflex, Hyposensitivity in oral cavity, poor oral lip control (right > left side), mild drooling, tongue protrusion, short attention span, breathing incooperated with swallowing ทำให้น้องตั้งใจกลืนได้ไม่ดี มีอาหารเหม่อลอย ตาค้าง และกลั่นหายใจ ขณะอมอาหาร นาน 10-60 วินาที ต้องกระตุ้นให้รู้สึกตัวเวลาทานอาหาร มีเสมหะและน้ำลายใสมากขณะสัมผัสและบดอาหาร/นมในปาก แรงดูดขวดนมทำได้แต่หายใจกับกลืนพร้อมกัน และทางบ้านจัดท่าให้แหงนคอ และรอจนกว่าจะร้องรู้สึกตัวในท่าแหงนคอ หรือ จับตั้งคอปิดปากจนกว่าจะกลืนอาหารพร้อมกับร้องไห้บ้าง ซึ่งเสี่ยงต่อการสำลักอาหาร แต่เมื่อให้ทางบ้านสาธิต พบว่า เด็กมีเพดานสูงเล็กน้อยจนยื่นไปปิดหลอดลมได้ขณะมีอาหารป้อนค้างในปาก มีร้องเสียงดัง และสามารถไอแรงได้เอง ทำให้แพทย์ไม่พบภาวะสำลักจนปอดบวม ไม่มีประวัติเข้า รพ. ใดๆ 

คำแนะนำทางกิจกรรมบำบัด: ออกแบบท่าเตรียมความพร้อมก่อนทานอาหาร โดยดัดแปรสิ่งแวดล้อมให้มีมุมเก้าอี้และหมอนรองจัดท่าสบายให้ผู้ป้อนอาหาร โดยเน้นท่าที่คอน้องตั้งตรง ไม่แหงนคอไปข้างหลัง หันหน้าน้องเข้าหาผู้ป้อนเพื่อทำท่า 5 ท่า ได้แก่ กระตุ้นใช้หัวจุกนมบนขวดนมเล่นแลบลื้นพร้อมๆกับการขยับขากรรไกรล่างซ้ายขวาอย่างเหมาะสม (หากมีการกัดฟันบนหน้าที่ยื่นมาชนริมฝีปากล่าง ก็ใช้จุกรองจนน้องปล่อยเอง), นิ้วเขี่ยริมฝีปากบนในทิศทางขยับลงเร็วๆ จนน้องนำริมฝีปากล่างมาชนกับริมฝีปากบนเอง แล้วช่วยประกบริมฝีปากทั้งสอง นับ 1-5 แล้วปล่อย, ใช้ช้อนพลาสติกนิ่มกดไล่จากปลายลิ้นสู่โคนลิ้นด้วยแรงกดแน่นช้าเบา ไม่เกิน 5 ครั้ง, เคาะหน้าอกเป็นจังหวะกรณีร้องไม่ยอมและเหม่อ พร้อมให้แรงกดหนึ่งครั้งใต้คางไปถึงคอ พร้อมเลื่อนมือช่วยปิดปากเบาๆ จนน้องกลืนน้ำลาย (อย่าเช็ดน้ำลายขณะฝึก ให้น้องเรียนรู้การกลืนน้ำลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป) และการเริ่มป้อนนมด้วยขวดก่อน โดยวางให้เด็กประกบริมฝีปากดูดเอง (อย่ายกขวดนมเทลงไป) พร้อมกระตุ้นใต้คางขยับนิ้วขึ้นลงขณะที่ขวดอยู่นิ่ง สลับกับหยุดขยับใต้คางแล้วขยับขวดซ้ายขวาระหว่างฟันและลิ้นที่เด็กกัดและเล่นไปด้วยได้

สำหรับการป้อนอาหารแบบเหลวข้น ไม่ให้รสหวาน เพราะจะกระตุ้นน้ำลายมากนัก ใส่ผลไม้รสฝาดบ้างเพื่อลดรสหวาน จัดท่าจากที่เคยป้อน โดยลองท่าที่แนะนำทางกิจกรรมบำบัดนี้ คือ ท่าเอียงคอน้องด้วยแขนซ้ายท่อนบนและคอยบังคับให้น้องไม่แหงนคอ วางลำตัวและขาสบายๆ บนตักผู้ป้อน มือขวาผู้ป้อนจับช้อนที่ใส่อาหารพอดีคำ แล้วค่อยๆ กดกลางลิ้นเป็นจังหวะ 1-5 ครั้งแล้วนำช้อนออกมา เพื่อกดใต้คางชิดกับคอหอย แล้วปิดประกบริมฝีปากนาน 5 วินาที หากน้องพ่นอาหารออกก็ทำใจเย็นๆ นำอาหารรอบปากเข้าไปในปากใหม่ ทำไปเรื่อยๆ จนน้องกลืนบ้าง ทำประมาน 10 คำ หรือก่อน 30 นาทีแรก ถ้าเด็กทานได้ก็ทำต่อไปในอีก 30 นาทีหลัง (เดิมใช้เวลาป้อน 1 ชม.) ช่วงสัปดาห์แรกให้ลองทำท่าฝึกข้างต้น พยายามทำท่าป้อนเดิมที่ผู้ปกครองใช้ให้น้อยที่สุด เพื่อฝึกเด็กให้ตั้งใจกลืนกินอาหาร แล้วคอยสังเกตจำนวนคำที่กินและกลืนได้ เปรียบเทียบกับจำนวนครั้งที่น้องบ้วนอาหารออกมา นอกจากนี้สามารถฝึกดูดนมจากขวดสลับกับการป้อนอาหารเหลวข้นด้วยช้อนได้ เพื่อเพิ่มความสนใจในทักษะสองด้านของการกลืนกินอาหารของน้อง

เมื่อ ดร. ป๊อป สาธิตและอธิบายผู้ป้อนของน้องที่มีอยู่ 3 ท่าน คือ คุณแม่ คุณป้า และคุณน้า ก็ให้มีการลองฝึกจริงๆ เพื่อยืนยันว่า ถ้า ดร. ป๊อป ไม่อยู่ ทั้งสามท่านต้องฝึกได้ พร้อมแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 6 มื้อตลอดวัน มีการเตรียมความพร้อม การฝึกดูดนม สลับกับการป้อนอาหารเหลวข้นด้วยช้อน หากก้าวหน้าขึ้น ค่อยๆ ฝึกน้องจับขวดนมด้วยมือสองข้าง หยินจับช้อนเอง เป็นต้น

การบ้านที่ให้ฝึกการพัฒนาเด็กอื่นๆ เช่น การฝึกลำดับการเคลื่อนไหวจากนอนหงายมาพลิกคว่ำ ค่อยๆ ฝึกลงน้ำหนักข้อศอกและยกตัวขึ้นลงน้ำหนักที่แขน สลับกับจับสะโพกลงน้ำหนักที่เข่าสองข้าง แล้วจับตั้งคลานแล้วมานั่งบนตัก เน้นความปลอดภัยและพักถ้าน้องร้องและเหนื่อยกับการฝึกกิจกรรมบำบัด