ตรุษจีนปีนี้มีวันหยุดอย่างเป็นทางการยาวติดกันสี่วัน บ่ายวันนี้กับกาแฟร้อนสุดโปรดในมือ หลังจากนั่งอ่านหนังสืออยู่พักหนึ่ง จึงอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาดูหนังบ้าง นานมาแล้วที่ไม่ได้แม้แต่จะเปิดทีวีดูข่าวสารใด ฉันหยิบแผ่นดีวีดีหนังเก่าเรื่องหนึ่งที่ซื้อมาไว้นานแล้วแต่ยังไม่ได้มีโอกาสดูมาใส่ในเครื่องเล่น
Eight Below เป็นเรื่องราวของมิตรภาพและความจงรักภักดีของกลุ่มสุนัขลากเลื่อนพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้กับผู้ฝึกของพวกเขา เป็นเรื่องราวแห่งการผจญภัย การสมัครสมานสามัคคีและการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของฝูงสุนัขในแผ่นดินที่มีมนุษย์ย่างกรายเข้าไปน้อยที่สุดที่หนึ่ง ฉากหลังของเรื่องคือทวีปแอนตาร์กติกา ที่สุดจะหนาวเย็นและมีอากาศแปรปรวนสูง
เจอรี่ เชพเพิร์ด (แสดงโดย พอล วอล์คเกอร์) เป็นผู้นำทางและผู้ฝึกสนุกลากเลื่อนที่ทำงานอยู่ที่หน่วยวิจัยแห่งหนึ่งในแอนตาร์กติกา ในฤดูหนาวนั้นเขาได้รับคำสั่งให้นำทางนักธรณีวิทยาคนหนึ่ง ดร. เดวิส เมคเครเลน (บรูซ กรีนวู้ด) ออกไปสำรวจหาสะเก็ดหินอุกกาบาตหายากที่มาจากเพลนเนตเมอคิวรี่ที่ภูเขาเมลเบอร์น ถึงแม้ว่าสัญชาติญาณจะบอกเจอรี่ว่ามันอันตรายเกินไปที่จะเดินทางไปในช่วงนั้นเพราะน้ำแข็งยังบางอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ขัดคำสั่งของเจ้านาย ทางเดียวที่จะไปถึงภูเขาเมลเบอร์น นั้นคือใช้สุนัขลากเลื่อนไป เจอรี่กับเดวิสเดินทางถึงที่หมายโดยการลากของ มายา (หัวหน้าฝูง), แมกซ์, ผู้เฒ่าแจ๊ก, แชโดว, บั๊ก, ทรูแมน, เดวี่และชอร์ทตี้ พอไปถึงภูเขาเมลเบอร์นพวกเขาก็ถูกสถานีวิจัยเรียกให้กลับแคมป์โดยด่วนเนื่องจากพายุหิมะที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง เดวิสอ้อนวอนขอให้เวลาเขาได้ค้นหาแร่ก่อนกลับด้วยประโยคที่ว่า “You have to take chances for the things you care about – เราจะต้องลองเสี่ยงเพื่อสิ่งทีมีค่าต่อเรา" ในเวลาครึ่งวันเดวิสพบแร่ที่เขาต้องการ ในระหว่างเดินทางกลับเจอรี่หยุดที่จะทำแผลให้กับผู้เฒ่าแจ็กที่มีเลือดไหลจากฝ่าเท้า เดวิสพยายามเดินหาสัญญาณวิทยุเพื่อที่จะติดต่อกับหน่วยวิจัยแต่บังเอิญพลาด เขาลื่นล้มและตกลงจากเขาเตี้ยๆ แรงกระแทกทำให้แผ่นน้ำแข็งแตกออกและเดวิสตกลงไปในน้ำ เจอรี่ให้มายานำเชือกไปให้เดวิสและให้สุนัขทั้งหมดดึงเขาขึ้นมาจากน้ำ ด้วยอากาศที่หนาวเห็บและภายุหิมะที่รุนแรง การเดินทางกลับถึงหน่วยวิจัยของเจอรี่กับเดวิสจึงเป็นไปได้ด้วยเพียงการจำทิศทางอันแม่นยำของสุนัขทั้งแปดเท่านั้น เมื่อมาถึงหน่วยวิจัย เดวิสและเจอรี่ต้องได้รับการรักษาตัวและทุกคนต้องเดินทางออกจากหน่วยวิจัยนั้นอย่างฉุกเฉินเพราะพายุหิมะ และเพราะเครื่องบินเล็กไม่อาจรับน้ำหนักของทั้งคนและสุนัขได้ เจอรี่จำต้องล่ามโซ่สุนัขของเขาเอาไว้หน้าหน่วยวิจัยและสัญญาจะกลับมารับพวกเขากลับบ้าน แต่ทว่าพายุนั้นเลวร้ายลงเขาไม่อาจกลับไปได้จนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิ
สี่วันหลังจากที่ฝูงสุนัขถูกปล่อยทิ้งไว้ พวกเขาสามารถปลดปล่อยตัวเองจากโซ่ที่ล่ามเขาไว้ได้ ยกเว้นผู้ฒ่าแจ๊ก ที่แก่เกินกว่าจะพยายามดิ้นรนเพื่อปล่อยตัวเองจากโซ่และตามฝูงไป เขาจึงตายอยู่ที่หน้าสถานีนั่นเอง ฝูงสุนัขทั้งเจ็ดเริ่มออกหากินด้วยตัวเองโดยการนำของมายา และด้วยความสมัครสมานสามัคคีในการช่วยกันหาเหยื่อหาอาหารช่วยให้พวกเขามีชีวิตอยู่ในสภาวะอากาศที่เลวร้ายนั้น
ที่บ้านของเขาในสหรัฐอเมริกา เจอรี่พยายามหาหนทางที่จะกลับไปนำสุนัขของเขากลับบ้านแต่ก็ไร้ผล ไม่มีใครที่จะยอมช่วยเหลือเลย แม้แต่ ดร. เดวิส ที่เขาเองรอดชีวิตมาได้ก็เนื่องด้วยสุนัขเหล่านั้น
วันหนึ่งเดวี่ สุนัขตัวหนึ่งพลัดตกหน้าผาสูงได้รับบาดเจ็บสาหัส ฝูงสุนัขต่างพากันมานอนล้อมเดวี่เพื่อให้ความอบอุ่น ฉันประทับใจในความเป็นหนึ่งเดียวกันของพวกเขาเหล่านั้น เมื่อรู้ว่าเดวี่เสียชีวิตลงในคืนนั้น พวกเขาต่างก็แสดงท่าทีเหงาหงอย แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ทั้งฝูงเดินอย่างเชื่องช้าจากร่างของเดวี่ไปหลังจากเลียหัวบอกอำลาเดวี่ทีละตัว ยกเว้นแมกซ์สุนัขหนุ่มอายุน้อยที่สุดในฝูง เขาเลือกที่จะอยู่เฝ้าร่างของเดวี่ต่อจนพรากจากฝูง
ห้าเดือนหลังจากที่เจอรี่จากแอนตาร์กติกามา เขาแวะไปเยี่ยมผู้นำทางอีกคนหนึ่งที่เลี้ยงดูสุนัขเหล่านั้นมาก่อนเขาเพื่อขอโทษที่เขาไม่อาจนำสุนัขเหล่านั้นกลับมาได้ คนนำทางแนะให้เขาทำในสิ่งที่จะดึงตัวเขาออกมาจากสภาวะที่เป็นอยู่ให้ได้ หลังจากนั้นเจอรี่ก็ตัดสินใจว่าเขาจะทำทุกอย่างด้วยตัวเขาเอง ด้วยสิ่งที่เขามี นำสุนัขเหล่านั้นกลับบ้านให้ได้ เจอรี่ไปงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับ ดร. เดวิส ที่เขาได้ค้นพบแร่ที่หายากนั้นพร้อมบอกความตั้งใจของเขาให้ ดร. เดวิส ทราบ กลับมาถึงบ้าน ดร. เดวิสเข้าไปดูลูกชายเขาเห็นภาพวาดของลูกชายชื่นชมสุนัขทั้งแปดตัวว่าเป็นฮีโร่ที่ช่วยชีวิตพอของเขาไว้ "My Hero is... THE DOGS WHO SAVED MY DADDY." ดร. เดวิสคิดได้ในที่สุดและละอายในความไม่รู้คุณของตัวเอง จึงตัดสินใจนำเงินที่เหลือจากการวิจัยเป็นทุนในการนำสุนัขเหล่านั้นกลับมา..
ที่แอนตาร์กติกา แมกซ์เดินทางกลับไปใกล้กับแถบที่ฝูงสุนัขได้ช่วยชีวิต ดร. เดวิส ไว้และได้พบซากของปลาวาฬตัวหนึ่งนอนตายอยู่ ในความสงบนั้นก็บังเอิญมีแมวน้ำเสือดาวที่ปกป้องอาหารของมันอยู่ ในขณะเดียวกันฝูงสุนัขทั้งห้าก็ตามมา แมกซ์ตัดสินใจล่อแมวน้ำเสือดาวออกไปจากซากปลาวาฬนั้นเพื่อให้ฝูงของเขาได้กินอาหาร แต่สักพักแมวน้ำเสือดาวก็รู้ทันจึงกลับไปที่ซากปลาวาฬอีกครั้งและกัดขาหลังของมายา ฝูงสุนัขช่วยกันปกป้องมายาและขับไล่แมวน้ำเสือดาวไปได้ แต่มายาได้รับบาดเจ็บ ฝูงสุนัขเดินทางกลับมาใกล้กับหน่วยวิจัย โดยมีแมกซ์แสดงความกล้าหาญช่วยนำฝูงในยามที่มายาป่วย จนในที่สุดมายาก็มอบหมายหน้าที่ผู้นำฝูงให้กับแมกซ์หลังจากที่เขาแสดงให้ฝูงเห็นถึงความกล้าหาญ ความเป็นผู้นำและความรักที่มีต่อเพื่อนฝูง มาถึงตรงนี้ฉันนึกถึงคำที่เจ้านายฉันมักพูดกับพวกเราจนติดปากว่า “Respect must be earned”
เจอรี่เดินทางไปไคร์สเชิร์ทเมืองหลวงของนิวซีแลนด์เพื่อหาทางเดินทางต่อไปยังแอนตาร์กติกา ณ ที่นั่นเองเขาได้พบกับ ดร เดวิส, เคที่, และคูเปอร์ กลุ่มเพื่อนที่เคยทำงานด้วยกันที่หน่วยวิจัย ทั้งหมดจึงออกเดินทางไปตามสุนัขเหล่านั้นกลับมา ในที่สุดเจอรี่และสุนัขทั้งห้าของเขาก็ได้พบกันอีกครั้ง แมกซ์พาเจอรี่ไปพามายาซึ่งนอนเจ็บอยู่ไม่ไกลจากหน่วยวิจัยกลับบ้านด้วย
หนังเรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริงที่กลุ่มนักสำรวจแอนตาร์กติกาได้ทิ้งสุนัขลากเลื่อนไว้ที่หน่วยวิจัย 15 ตัว เมื่อพวกเขากลับไปหนึ่งปีจากนั้น 7 ตัวตายคาโซ่ที่ล่ามเขาไว้ 6 ตัวหายไปและรอดชีวิต 2 ตัวเท่านั้น
หนังจบแล้วฉันนั่งอยู่กับที่เนิ่นนาน ถามตัวเองถ้าเป็นฉันฉันยังจะกลับไปนำสุนัขเหล่านั้นกลับมาไหม สำหรับคนโดยทั่วไปชีวิตของสุนัขของแมวต่างไม่ได้มีความสำคัญมากมายพอที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตหรือทำอะไรเพื่อพวกเขา
บอกกับตัวเอง...ฉันจะต้องลองเสี่ยงเพื่อสิ่งทีมีค่าต่อฉัน ฉันจะทำทุกอย่างในวันนี้เพื่อที่วันข้างหน้าฉันจะไม่ต้องมานั่งเสียใจกับการไม่ทำให้ดีทีสุดในวันนี้ วันที่ยังมีโอกาสได้ทำ
แล้วคุณละคะ สัตว์เลี้ยงในบ้าน นอกบ้าน มีค่ามีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหน มากพอที่คุณจะเสี่ยงเพื่อช่วยชีวิตเขาไว้หรือเปล่า?..
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ดูเชิญชมหนังตัวอย่างได้ค่ะ (Eight Below - ปฏิบัติการ 8 พันธุ์อึดสุดขั้วโลก) ฉบับเต็มมีให้ชมฟรีใน Youtube ด้วยค่ะ และต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้เนื้อหาออกจะหนักเมื่อเทียบกับหนังของวอล์ทดิสนี่โดยทั่วไปค่ะ แต่ดูแล้วคุณจะรักไซบีเรียน ฮัสกี้ขึ้นอีกเยอะ แต่คงไม่กล้านำเขามาเลี้ยงค่ะเพราะอากาศบ้านเราคงร้อนเกินไปสำหรับพวกเขา..
สุขสันต์วันตรุษจีนน่ะค่ะ...แม้จะผ่านมาแล้วแต่ก็ยังอยู่ในช่วงตรุษจีนอยู่ยังไม่สาย
ฝากขนมตรุษจีนจากบ้านสวนถ้ำทะลุไปให้น่ะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปริม
บอกกับตัวเอง...ฉันจะต้องลองเสี่ยงเพื่อสิ่งทีมีค่าต่อฉัน ฉันจะทำทุกอย่างในวันนี้เพื่อที่วันข้างหน้าฉันจะไม่ต้องมานั่งเสียใจกับการไม่ทำให้ดีทีสุดในวันนี้ วันที่ยังมีโอกาสได้ทำ
............
เพิ่งคุยกับเพื่อนรักมาว่า เราจะพานพบเหตุการณ์ที่ต้อง ผ่านร้อนผ่านหนาว ได้อีกกี่ครั้งในชีวิต
เพราะฉะนั้น ทำสิ่งที่มีค่า อดทนต่อความยากลำบาก ร้อนหนาวใช้วันเวลา อย่างคุ้มที่สุด ดีกว่า
เพิ่งคุยเสร็จ แล้วอ่านพบบันทึกดี ๆ นี้
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปริม
เคยดูเรื่องนี้มานานมากจนเกือบลืมไปแล้วค่ะ ดีจังที่ได้รื้อฟื้นอีกครั้ง
หาก meepole เป็นเจอรี่ ต้องบอกว่า i'll try my best แน่นอนค่ะ แม้ว่าสุนัขมันจะทำด้วยสัญชาติญาณ แต่มันมีความรักและก็เชื่อว่า มัน try the best เช่นกัน
ดังนั้นยิ่งเราเป็นคน ที่ไม่มีทางตันหากไม่เลิกความพยายามเสียก่อน จึงต้องช่วยมันให้ได้ และเหมือนที่เคยเชื่อเสมอว่า ชีวิตทุกชีวิตมีค่าสำหรับผู้เป็นเจ้าของชีวิตเสมอ
และเหนืออื่นใดหากเรา try the best แล้วช่วยไม่ได้ เราก็จะไม่เสียใจหรือรู้สึก guilty เลย (จริงๆก็ดูเหมือนว่าเราก็ปกป้องตัวเองเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกทุกข์ หรือผิดต่อ...แต่ก็ดีกว่าเป็นคนไร้เมตตา)
สวัสดีครับคุณปริม
ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีๆมาให้อ่น ชม
บางครั้งเพื่อนที่ดีที่สุดของเราก็คือเจ้าตูบนี่ล่ะ โดยเฉพาะเวลาอยุ่คนเดียว
ทอฟฟี่ ที่บ้าน
สวัสดีค่ะ สุขสันต์ในเทศกาลตรุษจีนนะคะ
พี่ก็ได้ชมหนังเรื่องนี้ทางเคเบิลทีวีค่ะ ความรัก ความเฉลียวฉลาดของสุนัขนั้นได้แสดงให้เราประจักษ์อยู่เสมอๆ
พวกสุนัขลากเลื่อนนั้นเคยดูสารคดีหรืออ่านมาสักที่จำได้ไม่แน่ชัดว่า พอถึงระยะหนึ่งที่เขาแก่ทำงานไม่ได้ก็จะถูกฆ่า รู้แล้วเศร้าใจว่ามนุษย์บางพวกเอาประโยชน์และมีข้ออ้างในการทำลายชีวิตอื่นที่ไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนอะไร
ขอบคุณค่ะที่นำมาเล่าให้นึกถึงหนังดีเรื่องนี้อีกครั้ง และนึกรักน้องหมาที่บ้าน หมู่นี้ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน วันนี้ต้องเล่นและเลี้ยงลูกชิ้นเขาซะหน่อย พี่เลี้ยงหมาไทยอยู่สี่ตัวค่ะ