ลูกสาวผมเอ่ยปากบอกผมว่า "เธออยากจะเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า "ชีวิตของเด็กมัธยมปลาย" ซึ่งเธออยากจะบรรยายถึงความเครียด ความกลัว(ที่จะผิดหวัง) ความเบื่อหน่ายของการเรียนในโรงเรียนที่ไม่สนองตอบต่อการเรียนที่สูงขึ้น ความเหนื่อยที่ต้องตะเกียกตะกายไปกวดวิชาเพื่อมาสอบแข่งขัน ฯลฯ" ...ผมก็ให้กำลังใจเธอว่า...ลองเขียนดูก็ดีนะ...บางทีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเขาจะได้เข้าใจบ้าง...
ลูกสาวผม กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และขณะนี้กำลังเครียดกับการสอบเข้าเรียนต่อในคณะยอดนิยมของมหาวิทยาลัยดังต่างๆของรัฐ...ตามที่เธอใฝ่ฝัน
ผมเห็นเธอเครียดมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้ว กับการต้องรักษาเกรดเฉลี่ยทั้ง 3 ปี (GPA) อีกทั้งยังต้องเครียดกับการสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดเฉพาะทาง (PAT) อีกไม่รู้กี่ครั้งเพื่อจะได้เอาคะแนนที่สูงสุดมาคำนวณ และยังมีคะแนนที่ทิ้งไม่ได้อีกเช่นกันคือ ONET ....ผมรู้สึกเครียดแทนเธอมาก...ไหนเขาบอกว่า เด็กๆ ควรเรียนรู้อย่างมีความสุข...(อ่านต่อ)
ขอร่วมเป็นกำลังใจแก่เด็กๆ ด้วยคนค่ะ ในฐานะของครูแนะแนวก็เห็นอย่างที่ผู้ปกครองทุกท่านได้เห็น ความเครียดของครูแนะแนวกับผู้ปกครองที่มีต่อนักเรียน ไม่ได้แตกต่างกันเลย เพราะครูแนะแนวก็ต้องปะทะและรับมือกับความกดดันของนักเรียนอยู่ไม่น้อย แต่ที่เห็นชัดเจนพบว่านักเรียนที่มีโอกาสเลือกมากที่สุดคือนักเรียนที่มีความเครียดมากที่สุด เช่นเดียวกันกับนักเรียนที่มีโอกาสเลือกน้อยที่สุด คือนักเรียนที่มีความเครียดน้อยที่สุด
การเรียนการสอนการสอบสมัยนี้ยุ่งยากยิ่งกว่าสมัยก่อนหลายเท่า
ทำเอาเครียดกันไปหมดตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้บริหาร
ส่วนคนต้นคิด.....สบายอยู่ในห้องแอร์