ในมือน้อยกำแหวนทองเหลืองเก่าๆ ที่ยายสวมใส่เล่นเป็นประจำ...

เขียนที่...ห้องพักพนักงาน

 

18 มค. 2548

ตีหนึ่งกว่าที่ต้องตื่น เพราะจะต้องเข้าเวรรับรถคันแรกลงอุโมงค์ตอนตีสาม... รู้สึกนอนไม่อิ่มได้แกแฟเหยือกใหญ่ๆ ของแม่บ้านก็ช่วยเพลาอาการง่วงลงบ้าง แต่ยังไม่เต็มร้อย ต้องตบเอ็มร้อยอีกขวด จิบเรื่อยๆ แบบหัวหน้าทำตอนที่ทดลองวิ่งรถในอุโมงค์ใหม่ๆ..อืมม์ พอได้..

บรรยากาศของวันเกิดสำหรับวัยกลางคน ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากความรับผิดชอบที่มาตามอายุก็เท่านัุ้น!! ความสุขเล็กน้อยให้ตัวเองคงจะเป็นหนังสือสักเล่มจากร้านนายอินทร์ใกล้ๆ ช่วงบ่ายคงได้เดินไป  แต่ที่แว่บมาลงลายมือไว้ก่อนก็เพราะว่านึกถึีงยายใหญ่ขึ้นมาจับใจ..

อีกกี่นานเน๊าะที่เราจะจำได้จนหมดทุกกระบวนความ ไม่แน่...หากเดินไปสะดุดไม้หมอนรางรถไฟเข้าสักวัน ความจำอาจจะเสื่อมเหมือนเพื่อนบางคนก็เป็นได้  เลยรีบเขียนรายละเอียดไว้ก่อน...

ไม่คิดว่าเรื่องที่จะเขียนมันจะเหมือนนิยายซ๊ะขนาดนี้.. แต่มันก็มีอยู่ในสายตระกูลฝั่งแม่.. อืมม์ ชีวิตนี่ก็ Drama ดีแฮะ.. เก็บไปเล่าให้คนอื่นได้อ่าน ได้ฟังอีกมากเชียว แต่คิดไปแล้วมันก็เป็นอนุสรณ์ และอนุทินบทหนึ่งแห่งรักก็ว่าได้ (สำหรับคนที่มีความรัก..)  นึกถึงหนัง The letter ของไทยที่เพิ่งดูมะวาน ที่ครูยานั่งน้ำตาไหลพราก... เฮ่ออารมณ์ผู้ชาย..

กว่าห้าสิบปีก่อน (จำอายุของยายเราไม่ได้) มีหญิงคนหนึ่งตกลงใจอยู่กินกับผู้ชายที่ตนรักและคิดว่าเป็นสามีที่จะอยู่กินกันจนตลอดชีวิต.. จึงได้ตกลงปลงใจเดินทางไปอยู่ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่  สมัยนั้นอำเภองาว กับอำเภอแม่อายต้องใช้วิธีนั่งล้อ (เกวียน) กับวิธีเดินเท้าเท่านั้น ถึงจะถึงอำเภอแม่อาย..  ฝ่ายชายรับราชการตำรวจต้องไปประจำอยู่ที่แห่งนี้ แต่ฝ่ายหญิงเป็นชาวบ้านป่าธรรมดาแห่งอำเภองาว  ทั้งสองอยู่กินกันมานาน แต่ไม่มีบุตรสืบสกุล ซึ่งก็อยู่กันแบบเรียบง่ายในบ้านพักของทางการที่จัดไว้...

ไม่กี่ปีผ่านไป.. นายตำรวจผู้เป็นสามีของแม่ใหญ่ (นางเอกของเรื่อง) ได้เข้าจับไม้เถื่อนในป่าใหญ่ห่างไกลเมืองแม่อายอยู่หลายกิโลเมตร.. และได้ถูกคนร้ายยิงตายในบริเวณป่าใกล้กับของกลางที่จับได้.. สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับแม่ใหญ่เป็นอย่างยิ่ง.. 

ชีวิตของแม่ใหญ่เปลี่ยนไป จากเดิมอยู่ในเรือนพักของข้าราชการตำรวจในบริเวณสถานี..ที่ทำงานของสามีผู้ล่วงลับ  แต่เมื่อไม่มีสามีอยู่ ก็ต้องออกจากเรือนพักไปหาที่อยู่ใหม่..  ห่างจากตัวอำเภอแม่อายไม่ไกลมาก หมู่บ้านหนึ่งตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ ห่างจากทางหลวงหลายกิโลอยู่ ตูบหลังน้อยที่ตั้งอยู่ริมรั้วบ้านเศรษฐีผู้มั่งมีท่านหนึ่ง ซึ่งดูสัณฐานแล้วเหมือนเล้าเป็ดธรรมดา บริเวณลานหน้าบ้านที่อยู่อาศัยโล่งเตียน มีต้นลำใยและแอ๊ปเปิ้ลพื้นเมืองพุ่มเตี้ย ไม่สูงเท่าไหร่อยู่ใกล้ๆ  ในชีวิตประจำวันของแม่ใหญ่เปลี่ยนไป จากคุณนายเมียตำรวจ  กลับตาลปัตรเป็นเพียงหญิงม่ายชาวป่าธรรมดา ซึ่งไม่มีสามีมาดูแลเหมือนครอบครัวอื่น..ในแต่ละวันเธอจะหาของป่า สมุนไพร เห็ด หน่อไม้ ไปขายที่ตลาดเป็นประจำ..จนกาลเวลาล่วงเลยไปนานนับหลายสิบปี.. ชีวิตก็ยังคงเดิม..ไม่มีอะไรที่แปลกและแตกต่าง  มีเพียงความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาในหมู่บ้าน ความทันสมัย เปลี่ยนไปตามยุค ทุกวัน...

หญิงชรารูปร่างสูงโปร่ง แต่หลังค่อม เดินแอ่น มือขวาคุ้มนิ้วมือหงิกงอไม่สามารถแบบออกในแนวตรงเหมือนคนปกติได้  เส้นผมที่ขาวโพลนทั้งศีรษะ แต่มันวาวมวยเป็นกระจุกอยู่ข้างหลังอย่างเป็นระเบียบ เสื้อคอกระเช้าที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวทึบอีกชั้นหนึ่ง ค่อนข้างเก่าและขาดกระรุ่ง.. เดินสาละวนกับกาีรคลุกข้าวให้แมวหลายตัวในบริเวณบ้านในช่วงสาย...

แมวที่ยายเลี้ยงสวย สะอาด ขนมันวาว อ้วนท้วนแข็งแรง..ใช่แล้วล่ะ "ยายใหญ่" คนเมืองไกลมาตั้งรกรากอยู่ในบ้านนี้ยาวนาน แต่คนที่นี่ไม่รู้ประวัติความเป็นมาของยายใหญ่แต่อย่างใด เพราะไม่สนใจที่จะเล่าให้คนระแวกนี้ได้ฟัง..

ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า กับสังขารที่โรยร่วงผ่านเดือนปี.. ทำให้สุขภาพไม่ค่อยดีเหมือนกับคนหนุ่มสาว แต่ยายใหญ่ก็ยังทำงานเพื่อหาเงินซื้อปลาทูนั่นมาขยำข้าวให้แมวได้กินทุกวัน..

และวันที่ฟ้าเปิดตาก็มาถึง... เมื่อพนักงานขายผงซักฟอกยี่ห้อไม่เคยได้ยินกลุ่มหนึ่ง  เดินเข้าไปเสนอขายผลิตภัณฑ์ให้แก่ชาวบ้าน.. หญิงสาวใจเมตตาคนหนึ่งได้ขึ้นไปเสนอขายผงซักฟอกให้กับเจ้าของคุ้ม (เรือนหลังใหญ่) แน่นอนที่เจ้าของคุ้มจะต้องไม่ปฏิเสธให้เสียหน้า  จึงเป็นโอกาสของหญิงสาวพนักงานขายคนนี้.. ขณะลงจากเรือนหญิงสาวได้เห็นยายใหญ่กำลังสาละวันกับการคลุกข้าวให้เจ้าแมวน้อยฝูงใหญ่.. นับว่าสนใจมาก..หลายคำถามที่ได้คุยกันทำให้หญิงสาวทึ่งในความเป็นมาของยายใหญ่... กับชีวิตที่น่าสงสาร หากรายการโทรทัศน์ได้เห็นคงจะได้นำมาออกรายการ 108 ชีวิตเป็นแน่...

ไม่นานต่อมา ทางฝ่ายญาติพี่น้องของยายใหญ่ที่อยู่ในจังหวัดลำปาง ได้พากันไปรับยายใหญ่กลับมาอยู่ยังบ้านเกิด.. น้องสาวคนเล็กและน้องสาวคนรองจาก"ยายใหญ่" ดีใจเป็นที่สุดในการกลับมาของพี่สาวคนโต ซึ่งไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกแล้วในชาติภพนี้..

เสียงสรรเสริญพนักงานขายใจดี พูดกันบ่อยครั้งและไม่หยุดปากในบรรดาวงวานคนลำปางที่ช่วยตามหาญาติพี่น้องที่พรากจากกันมานานหลายสิบปี..สร้างความประทับใจให้ทั้งสองฝ่าย..

ยายใหญ่กลับมาอยู่ลำปาง ลูกหลาน เหลน จึงชวนให้ไปอยู่กรุงเทพฯ บ้าง เพราะตั้งแต่เกิดมายายใหญ่ไม่เคยเข้ากรุงเทพฯ แม้แต่ครั้งเดียว..ลูกหลานหลายคนจึงพาไปอยู่อาศัยเป็นการสร้างบุญด้านหนึ่ง  สิ่งไหนไม่เคยกิน ไม่เคยใช้ ลูกหลานหามาให้ทุกอย่างเพราะรักและเป็นห่วงในสุขภาพของยายใหญ่..

แต่ด้วยความอึดอัดในสถานที่ของบ้านลูกหลาน และนิสัยชอบอยู่คนเดียว ยายใหญ่จึงขอกลับมาอยู่บ้านที่ลำปางอีกครั้ง  ในบรรดาลูกหลานจึงช่วยกันสร้างตูบน้อย กระทัดรัด น่าอยู่ กันลม กันฝน ได้เป็นอย่างดี.. เพื่อให้ยายใหญ่ได้อยู่สบายในกลุ่มบ้านของลูกหลาน..

แต่เมื่ออยู่กันไปนานวันก็ย่อมมีปากเสียงกันบ้างเป็นธรรมดาของหญิงชรา.. จึงไม่ค่อยลงรอยกับบรรดาลูกหลานบางคน...

ลูกหลาน เหลน หลายคนได้หยิบยื่นเงินทางให้ยายใหญ่ได้ใช้กันเป็นประจำ จนยายใหญ่มีเงินเก็บพอประมาณ จึงอยู่ที่กระท่อมน้อยในลำปางได้อย่างสบาย..แต่ไม่เคยปริปากบอกใครว่ามีเงินเก็บบ้าง เพราะทราบถึงนิสัยหลาน เหลนเป็นอย่างดี ว่าใครเป็นอย่างไร?..

ความฝันของยายใหญ่ อยากจะมีแหวนทองเกลี้ยงน้ำหนักสักสลึง ไว้ใส่ก่อนตาย..หรือสร้อยทองเส้นละครึ่งสลึงไว้ใส่บ้าง เป็นความฝันอันเรียบง่าย และธรรมดาที่สุดของคนในสมัยนีึ้  แต่ยากเย็นเหลือเกินสำหรับยายใหญ่...

เดือนเมษาปีหนึ่ง ในช่วงสงกรานต์.. ลมฝน พายุใหญ่ พัดเอาลูกเห็บตกลงมาในบริเวณโซนภาคเหนือหลายจังหวัด หนึ่งในนั้นที่โดนพายุลูกเห็บลูกใหญ่ลงที่บริเวณบ้านแม่ใหญ่และบ้านลูกหลาน... เพียงไม่กี่นาทีสภาพบ้านเรือน ต้นไม้ พังพินไปทั่วทั้งตำบล ไฟดับ กิ่งไม้ใบไม้ร่วงหล่นรกกระจายไปทั่วบริเวณทุกหลังคาเรือน  ลูกน้ำแข็งตกกระจายทั่วบริเวณถนนทั้งหมู่บ้าน อากาศ กลิ่นไอ ความเย็น ทำให้ทุกคนหนาวไปถึงขั้วหัวใจ.. ความเสียหายที่หลายคนจะประเมินได้  ..

ตูบหลังน้อยของยายใหญ่ เสียหายไม่น้อยไปกว่าบ้านใหญ่หลังอื่น  หญ้าที่มุงหลังคาตรลบพลิกตะเข็บ วุ่นวายไปหมด ลูกเห็บกองใหญ่อยู่กลางเรือน ที่นอน หมอน เสื้อผ้าเปียกหมด.. และร่างไร้วิญญาณนอนหมดลมหายใจอยู่หน้าตูบน้อย...

ร่างของแม่ใหญ่นอนอยู่บนรางน้ำน้อยที่ปล่อยให้ไหลผ่านไปยังเหมืองน้ำ  สภาพร่างไร้วิญญาณนอนแข็งอยู่ข้างขอนไม้ใหญ่ที่ใช่นั่งพักผ่อน..ร่างกายบอบช้ำเหมือนโดนของแข็งทุบไปทั้งร่าง แต่เย็นยะเยือกเหมือนนอนแช่อยู่ในน้ำแข็ง.. บรรดาหลาน และเหลน..จึงช่วยกันดูแลยายใหญ่กันเต็มที่...

แต่แล้วก็ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นลางบอกเหตุดีเลยว่ายายใหญ่จะฟื้นกลับมาอยู่กับพวกเรา.. ยายใหญ่จากไป.. ด้วยหัวใจมีพลัง.. ในมือน้อยยังกำแหวนทองเหลืองเก่าๆ ที่ยายสวมใส่เล่นเป็นประจำ เพราะยายใหญ่อยากมีสร้อยทองเส้นเล็ก และแหวนทองเกลี้ยงครึ่งสลึกสักชิ้น ได้ใส่ก่อนตาย...

พิธีกรรมอันเรียบง่าย ตั้งอยู่ศาลาธรรมสังเวชกลางป่า ที่ไม้เน้นการรับซองหรือแจกซอง เพราะยายใหญ่ไม่ได้เข้าสมาชิกกับกลุ่มใดๆ จึงไม่มีพิธีกรรมอะไรที่ต้องเสียปัจจัยในการจัดเตรียม  มีเพึียงโลงไม้อัีดง่ายๆ ไม่มีลวดลาย และเพียงพระหลาน เหลนเท่านั้นที่สวดอภิธรรม  ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกใจของแม่ใหญ่สุด..

สุขี อัตตานัง  ปริหะรันตุ... จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกภัยทั้งสิ้นนี้ัเทอญ...