การเรียนรู้ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หัวใจการเรียนรู้กับการจัดการองค์ความรู้
-
สุ. คือ สุตะ การรับฟังหรือการรับเข้ามาสู่ใจให้เข้าใจในเนื้อหานั้นๆ
จิ. คือ จินตะ การคิดตรึกตรองพิจารณาให้รู้เห็นเข้าใจอย่างถ่องแท้
ปุ. คือ ปุจฉา การตั้งคำถามที่ตนสงสัย เพื่อให้เข้าใจในเนื้อหาที่ได้ศึกษาเพื่อขจัดข้อสงสัยหรือการรู้ที่ยังบกพร่องอยู่ให้สมบูรณ์
ลิ. คือ ลิขิต การบันทึกขีดเขียนเพื่อการจดจำในสิ่งที่ได้เรียนรู้ผ่านไปแล้วจะได้นำมาทบทวนความจำของตนเพื่อการเรียนรู้ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อนำมาผนวกเข้ากับอาการของโพชฌงค์แล้วจะเห็นว่า ธัมวิจยะ นั้นอาศัยหัวใจนักปราชญ์ หรือหัวใจของการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้การพิจารณานั้นสมบูรณ์ขึ้น
- และความรู้อาจแบ่งใหญ่ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ
๑. ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือ วิชาการ อยู่ในตำรา คู่มือปฏิบัติงาน
๒. ความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน เป็นภูมิปัญญา
เมื่อเราพัฒนาให้ความรู้ของเราปรากฏออกมาทั้งในแบบพื้นและลึกตามลำดับแล้ว เราจึงจะสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในแขนงวิชานั้นๆ ได้ - และความรู้อาจแบ่งใหญ่ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ
สวัสดีค่ะพี่พรรณี
สุ จิ ปุ ลิ คือหัวใจของการเรียนรู้ พยายามทำให้ครบทุกข้อค่ะ แต่ที่ถนัดและใช้บ่อยที่สุดคือการฟังและการเขียน ส่วนการคิดไตร่ตรองและการตั้งคำถามยอมรับว่ายังอ่อน จะฝึกฝนตนเองให้ครบทั้ง 4 ข้อนะคะ ขอบคุณค่ะที่นำสิ่งดี ๆ มาเตือนให้เราระลึกถึงว่าตนเองจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะคะคุณแม่ใจดี