สร้างบารมี

 

พระสงฆ์ที่ธรรมยาตราแวะสถานทูต

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2554 ได้มีโอกาสต้อนรับคณะของหลวงพ่อสนอง กตปุญโญแห่งวัดสังฆทานที่ไปเดิน”มหาธรรมยาตรา” ที่อินเดีย โดยในปีนี้ หลวงพ่อได้เดินจากวัดพุทธโภคัล เดลีมาแวะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ระยะทางประมาณ 5 กม.และเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเดลีเพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ระยะทางประมาณ 6 กม.ผม(และเอกอัครราชทูต)เลยได้มีโอกาสเดินหรือยาตราไปด้วย จากสถานทูตไปยังพิพิธภัณฑ์ นับเป็นการเดินธรรมยาตราเป็นครั้งแรกในชีวิต

ด้วยความสนใจจึงขอคิดต่อเรื่องธรรมยาตรา ว่าทำไม อย่างไรและเพื่ออะไร

ธรรมยาตรา มีความหมายที่เข้าใจง่ายๆ ว่าเดินไปโดยเอาธรรมนำไปด้วย....ถ้าเป็นเราๆ ก็จะเข้าใจว่าเป็นการเดินของพระสงฆ์เพื่อเผยแพร่ธรรมหรือปฏิบัติธรรมคือการเดินถือเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง คนที่ไม่เคยเดินก็จะเห็นภาพการเดินเป็นขบวนของพระสงฆ์จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มีญาติโยมเดินตาม ถึงจุดพักก็นอนที่นั่น ปฏิบัติธรรมกันแล้วพอเช้าก็เดินกันต่อไปจนถึงจุดหมาย ก็คงไม่ต่างจากการธุดงถ์ของพระแต่ธรรมยาตราจะมีญาติโยมร่วมขบวนไปด้วยจำนวนมาก

ญาติโยมนับร้อยร่วมเดินด้วย

หลายคนจะถามว่าเดินไปทำไม ทำไมต้องลำบากออกมาเดินตามถนน อยู่วัดปฏิบัติสงบๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ก็น่าสงสัยเหมือนกัน คำตอบที่พอจะนึกได้ก็คือ

-เดินเพื่อบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีพระเมตตาเผยแพร่พุทธศาสนาโดยจาริกไปทั่ว จึงเป็นการเดินตามรอยพระพุทธองค์ เดินเพื่อปฏิบัติ

-การเดินเป็นหนึ่งในอิริยาบถ ยืน เดิน นั่งนอน ที่ถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรมภาวนาได้ แทนที่จะเดินในบ้าน ก็ออกมาเดินข้างนอก 

-เดินเพื่อสร้างบารมีธรรม คือความอดทน เพราะเดินทั้งวันจนกว่าจะถึงจุดหมายในแต่ละวันจึงสิ้นสุดการเดิน จึงต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่นและอดทนจึงจะทำสำเร็จ โดยเฉพาะการเดินในหน้าหนาวเช่นนี้

-เดินเพื่อสุขภาพ การเดินทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี แค่เดินนั้นก็จะเป็นการออกกำลังกายที่ดีแล้ว ยิ่งเดินด้วยธรรมก็จะทำให้จิตใจเป็นกุศลด้วย

-เดินเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ก็ย่อมได้ เช่นเดินเพื่อสันติภาพของโลก เช่นที่หลวงพ่อสนองและคณะทำอยู่นี้ ก็เพื่อสันติภาพของโลก หรือที่ NGO จัดเดินธรรมยาตราเพื่อสิ่งแวดล้อมโลก ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ฉันเพลหน้าลานโพธิ์

วิธีการจัดธรรมยาตรานั้นไม่ง่ายเลย เท่าที่ทราบต้องมีการเตรียมการที่ดี เพราะต้องสำรวจเส้นทางว่าในแต่ละวันจะเดินจากไหนไปสู่จุดหมายใด ระยะทางเท่าใด ใช้เวลาเดินเท่าใด หยุดพักค้างคืนที่ใดและในแต่ละเส้นทางมีสภาพอย่างไร คนเดินจำนวนเท่าใด เป็นใครบ้าง ต้องมีรถเสบียง รถเสริมสำหรับขนอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งทีมแพทย์ที่จะคอยดูแลผู้เดินให้สามารถเดินไปสู่จุดหมายได้

ยิ่งเป็นการเดินในต่างประเทศ ย่อมยุ่งยากมากขึ้น เพราะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ  ตามเส้นทางทุกแห่งให้ประสานงานและโดยเฉพาะจากตำรวจท้องถิ่น ที่จะต้องคอยอำนวยความสะดวกเพราะเส้นทางส่วนใหญ่เป็นการเดินไปตามถนน หากวางเส้นทางไม่ดีอาจสร้างปัญหาจราจรให้เกิดได้และไม่เป็นผลดีต่อการเดิน

ร่วมกันถวายเพล

คณะเตรียมการของหลวงพ่อสนองได้มาติดต่อสถานทูตก่อนล่วงหน้าเป็นเดือนแล้ว ซึ่งสถานทูตก็ได้ออกหนังสือถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหนังสือแนะนำให้เพื่อเอาไว้ใช้ในกรณีที่ประสบปัญหา การเดินมาแวะสถานทูตจึงถือว่าเป็นโอกาสดีที่คณะมหาธรรมยาตราจะได้มารู้จักสถานทูตซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไทยซึ่งในวันอาทิตย์ที่คณะมาแวะนั้น ก็ได้มาฉันเพลโดยข้าราชการและคนไทยในเดลีได้ทำอาหารมาร่วมถวายพระด้วย

ทราบจากคนในคณะว่า การเดินธรรมยาตราของหลวงพ่อสนองนั้น นอกจากจะเดินเพื่อสันติภาพโลกแล้วยังเข้าหาชุมชนที่เดินผ่านด้วย เช่นจุดที่ไปพักที่โรงเรียนก็จะไปบำเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาดสถานที่ให้ด้วย คือไม่เดินเปล่าๆ แต่เดินแล้วนำสิ่งที่ดีไปยังที่นั้นด้วย นับว่าเป็นวิธีการที่ดีมาก

ในคณะมหาธรรมยาตรานี้ เท่าที่ผมเห็นมิได้มีเฉพาะพระหรือญาติโยมคนไทยแต่มีต่างชาติด้วย ทั้งฝรั่ง แขกและเอเชีย ร่วมเดินกันอย่างศรัทธา ทุกคนมีจิตใจที่เบิกบาน ร่าเริงและว่าง่าย แต่ละคนมีสัมภาระส่วนตัวไม่มาก ถึงเวลาทานอาหารก็หาที่นั่งกันตามอัธยาศัย เอาภาชนะที่ต่างเตรียมกันมาเองออกมาตักอาหาร เสร็จแล้วก็ล้างเก็บกันเอง มีการดูแลความสะอาดของสถานที่ดี ไม่ทิ้งปัญหาให้สถานที่ที่ไปใช้ ต้องขอชื่นชมด้วย

ผมกับหลวงพ่อสนอง

ผมคิดว่าการเดินธรรมยาตราแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดี ที่คนในสังคมควรให้ความสนใจและสนับสนุนเพราะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้พิจารณาและระลึกถึงธรรมะซึ่งเป็นสากล เป็นการทำดีที่ควรมี ให้คนได้มีโอกาสสร้างบารมีเพื่อจะส่งผลดีต่อส่วนรวมอย่างแน่นอน

 ที่สำคัญ เนื่องจากจัดโดยพระสงฆ์ไทย เมื่อเดินไปที่ใด จึงเป็นการประกาศพุทธศาสนาและเกียรติภูมิของสงฆ์ไทยและของประเทศไทยไปด้วย จะเรียกว่าหลวงพ่อสนองนั้นเป็นพระธรรมทูตก็ได้...สาธุครับ