รักษาราชการแทน หรือรักษาการในตำแหน่ง

ผู้บริหารสถานศึกษาว่างหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ต้องใช้คำว่า "รักษาการในตำแหน่ง"

 

รักษาราชการแทน หรือรักษาการในตำแหน่ง

ศุภัชณัฏฐ์  หลักเมือง

ผู้อำนวย กศน.อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

E-mail : [email protected]

----------------------------------------

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ การใช้คำว่า “รักษาราชการแทน หรือรักษาการในตำแหน่ง”  กรณีที่ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต (ผู้อำนวยการสถานศึกษา) ว่างลง หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ เช่น ไปราชการนอกพื้นที่จังหวัดที่ปฏิบัติงาน หรือเดินทางไปต่างประเทศ กรณีที่จะแต่งตั้ง (ผู้ปฏิบัติงานแทน) เมื่อผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต (ผู้อำนวยการสถานศึกษา) ไม่มีหรือไม่อยู่จะใช้คำว่า “รักษาราชการแทน หรือรักษาการในตำแหน่ง” 

กรณีดังกล่าวกล่าวข้างต้นมีคำอธิบาย ดังนี้

๑. กรณี “รักษาราชการแทน”  เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ ในมาตรา ๕๔ ระบุว่า “ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองผู้อำนวยการสถานศึกษารักษาราชการแทนถ้ามีรองผู้อำนวยการสถานศึกษาหลายคนให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งรักษาราชการแทน  ถ้าไม่มีผู้ดำรงรองผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งให้ข้าราชการในสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้”

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่าสถานศึกษาด้วยโดยอนุโลม

๒. กรณี  “รักษาการในตำแหน่ง”  เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗  ในมาตรา ๖๘  ระบุว่า  “ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ      ถ้าตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งใด ว่างลง หรือ      ผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ (ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง) สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปรักษาการในตำแหน่งนั้นได้”

ผู้รักษาการในตำแหน่งตามวรรคหนึ่งให้มีอำนาจและหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น ในกรณีที่มีกฎหมายอื่น กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี มติคณะกรรมการตามกฎหมาย หรือมีคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ เป็นกรรมการ หรือให้มีอำนาจและหน้าที่อย่างใดก็ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งทำหน้าที่กรรมการ หรือมีอำนาจและหน้าที่อย่างนั้นในระหว่างรักษาการในตำแหน่ง

การวิเคราะห์ตามข้อกฎหมาย

๑. กรณีการใช้อำนาจทั้ง ๒ กรณี ต้องมีคำสั่งรองรับอำนาจนั้น เรียกว่าการ  มอบอำนาจ  ดังนั้นกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับ การใช้คำว่า “รักษาราชการแทน   หรือรักษาการในตำแหน่ง”  กรณีที่ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต (ผู้อำนวยการสถานศึกษา) ว่างลง หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ เช่น ไปราชการนอกพื้นที่จังหวัดที่ปฏิบัติงาน หรือเดินทางไปต่างประเทศ กรณีที่จะแต่งตั้ง      (ผู้ปฏิบัติงานแทน) เมื่อผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต (ผู้อำนวยการสถานศึกษา) ไม่มีหรือไม่อยู่จะใช้คำว่า “รักษาราชการแทน หรือรักษาการในตำแหน่ง”  ให้พิจารณาตามคำสั่งมอบอำนาจ ซึ่งในกรณีนี้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๒๗๐/๒๕๕๑ เรื่องมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ในข้อ ๑ การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการ-ศึกษารักษาการในตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗  ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่ง หรือผู้รักษาการ           ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่อยู่  หรืออยู่แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้

๒. มีข้อสงสัยต่อไปอีกว่า บรรณารักษ์ หรือเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานห้องสมุด ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานครสามารถแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต (ผู้อำนวยการสถานศึกษา) ได้หรือไม่

การวิเคราะห์อำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร

วิเคราะห์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗  และคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๒๗๐/๒๕๕๑  สามารถแต่งตั้งบรรณารักษ์ หรือเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานห้องสมุด ให้รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต (ผู้อำนวยการสถานศึกษา) ได้

เนื่องจากเป็นไปตามมาตรา ๔ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗  

วรรค ๑  ที่ระบุว่า “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”  หมายความว่า  บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนในกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา     

วรรค ๔ ที่ระบุว่า “บุคลากรทางการศึกษา”  หมายความว่า  ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา รวมทั้ง ผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ การบริหารการศึกษา และปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานการศึกษา”

ในวรรค ๗ ให้ความหมายของหน่วยงานการศึกษาไว้ว่า “หน่วยงานการศึกษา” หมายความว่า  (๑) สถานศึกษา (๒) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (๓) สำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน (๔) แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (๕) หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการหรือตามประกาศกระทรวง หรือหน่วยงานที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด

สรุปแล้ว  หากผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต (ผู้อำนวยการสถานศึกษา) ว่างลง หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ เช่น ไปราชการนอกพื้นที่จังหวัดที่ปฏิบัติงาน หรือเดินทางไปต่างประเทศ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ จึงให้อำนาจผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร แต่งตั้งข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษารักษาการในตำแหน่ง ต้องใช้คำว่า  “รักษาการในตำแหน่ง” ตามคำสั่งการมอบอำนาจ ในคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๒๗๐/๒๕๕๑  ลงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๑  จะอ้างคำสั่งอื่น หรือกฎหมายอื่น หรือพระราชบัญญัติอื่นไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้ให้อำนาจ (ไม่ได้มอบอำนาจให้)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กศน.เพื่อนรัก เพื่อนเรียนรู้



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอาจารย์

คุณยายมาขอบคุณอาจารย์ที่ให้กำลังใจค่ะ