ทำไมมีคนมาส่งเจ้านายเยอะจัง
คงจะเป็นการแสดงความอาทรกันกระมัง การแสดงออกแบบนี้หลายอย่างก็มีประโยชน์ตามวิถีคนไทย หลายคนคงทำแบบทำตามๆ กันไป แต่จุดมุ่งหวังก็เพื่อจะได้เอื้อเฟื้อกันในอนาคต เป็นสิ่งที่ดีนะ แต่หากลองมองย้อนกลับ ใจเขาใส่ใจเรา เจ้านายเค้ารู้สึกอย่างไรน้า รู้สึกอย่างที่ลูกน้องอยากให้รู้สึก และจะตอบสนองได้ตามที่ต้องการหรือไม่
หากเป็นเรา ก่อนนอนเมื่อวานก็คงจะนึกละนะว่าพรุ่งนี้แล้วหนอ ต้องจากที่นี่กันไป วิตกกังวลและก็หลับไปด้วยความรู้สึกระคน ตื่นเช้ามาก็เป็นไปตามคาด คือจะต้องมีหลายท่านมาตามกำหนดการ มาช่วยดูแลกัน เราก็ต้องรีบอาบน้ำแปรงฟัน จัดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเดินหน้าต่อไปตามจังหวะเวลา เมื่อสายตามองออกไป มีรถบัสคันใหญ่จอดอยู่รายล้อมด้วยผู้คนมากมาย
ขณะที่เราลงไป หลายคนออกันเข้ามาทัก ทีมจัดการก็พาเราไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระพรหม ก็ทำแบบที่เคยทำนั่นแหละ จากนั้นก็มอบของที่ระลึก ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกัน อวยพรให้แก่กัน ...เรามองไปก็ทำอะไรไม่ค่อยจะได้มาก ก็พนมมือไหว้กล่าวขอบคุณกับทุกท่าน และก็เดินทาง
ในใจก็ตุ๋มๆ ต่อมๆ กับภาระใหญ่ กับการไปพบไปอำนวยการในสถานที่ใหม่ ใหญ่โตกว่าเดิม หลายคนของที่ทำงานเดิมก็พยายามสื่อสาร ท่านอย่าลืมพวกเราน้า พวกเรารักท่าน (ได้ดีแล้วอย่าลืมกันนะท่าน) ไอ้เราก็ยังไม่รู้อนาคตเลย ก็รับปากกันไป
อุปสรรคมากมายของเราจะมีใครบ้างน้าที่จะช่วยบรรเทา คงมีแต่เราที่ต้องยิ้มสู้ต่อไป โดยไม่ปริปากบอกให้คนอื่นรู้ได้
หากถามถึงความรู้สึกของเจ้านาย น่าจะรู้สึกตื้อๆ ความรู้สึกไม่มั่นคงยังมีอยู่เยอะนะ
สติในการที่จะตอบสนองในสิ่งที่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยากได้เป็นสิ่งที่ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้ เรื่องราวในแบบที่ว่าน่าจะต้องทำกันแบบ เคารพรักกันแบบญาติมิตร คือมีความสม่ำเสมอ ไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้ด้วยใจแบบนี้น่าจะสัมฤทธิ์ผลมากกว่า
ก็เป็นการแสดงน้ำใจ รูปแบบหนึ่ง ครับ