ยอมรับกับตนเองเลยค่ะว่า “เป๋” ไม่รู้จะเขียนบันทึกยังไง

เขียนบันทึกเรื่องงานก็มี mail จากพี่ ๆ หลายคนส่งมาให้ต้องหยุดเพื่อพิจารณา

เขียนบันทึกเรื่องวิถีชีวิต ก็กร่อย เพราะไม่รู้จะเขียนยังไงดี

เกิดสภาวะ “ชะงักแบบมืดแปดด้าน”

แล้วก็มีเสียงตอกย้ำกับตนเองว่า “ล้มเหลว”

 

หันมองวิถีชีวิตและคนรอบข้าง “เต็มไปด้วยความทุกข์บีบคั้น”

หันมองการทำงาน “งานก็ชะงัก”

งานที่ได้รับมอบหมายงอกขึ้นมาแทบจะต้องอ่อนใจ เป็นงานด่วนที่ไม่น่าจะด่วน

เสนออะไรก็เต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่น่าฟัง รวมถึงน้ำเสียงที่ฟังแล้ว “รู้สึกอ่อนใจ”

 

ยอมรับกับตนเองว่า “ไม่สามารถจัดการในตนเองได้ค่ะ”

 

“อดทนกับทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้น” คำนี้ของครู ดังเตือนเข้ามาในใจ

“ทุกคน คือ ผู้ทุกข์ เขาถึงทำเช่นนั้น”

 

เมื่อวานได้รับ sms จากครูว่า

 

“ให้ตั้งใจใหม่ในการช่วยพี่ผ่องถ่ายเขียนเรื่องในโกทูโน”

 

เป็นแรงพลังให้คลานขึ้นมาโผล่ที่ฝั่งของ G2K อีกครั้ง

 

ได้เรียนรู้อะไรกับชีวิต ณ ห้วงเวลานี้ ได้เรียนรู้ว่า

 

“ติ๋วเห็นแก่ตัว สนใจแต่ทุกข์ของตนเอง จนขาดการเงยหน้าเงยตาขึ้นมามองคนรอบข้าง

ว่าเพื่อนร่วมงานแต่ละคน ทุกข์แค่ไหน

กรณีปู่ยิ่งชัดเจน ท่านถูกความทุกข์บีบคั้นจนตัดสินใจตัดช่องน้อยแต่พอตัว โชคดีที่ไม่สำเร็จ

ลุงที่เจ็บป่วยกับโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน แต่หวาดกลัวจนไม่ปรารถนาจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง อาการทรุดจึงต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

ป้าที่ป่วยเรื้อรังมากว่าห้าปี”

ทุกข์ที่ปรากฏในใจติ๋ว จิ๋วไปเลย หากเปิดตา เปิดใจ มองสิ่งรอบข้าง

อย่างนี้ใช่ไหมค่ะครู

“ศิษย์โง่ไม่มีประมาณจริง ๆ เห็นแก่ตัวจมอยู่แต่กับทุกข์ของตนเอง หาทางออกแต่ตัวคนเดียว ไม่ยื่นมือไปช่วยเหลือใครเลย ทั้ง ๆที่คนเหล่านี้ยื่นมือมาขอความช่วยเหลือไม่ขาดสาย”

หนักเข้าไปอีก

แทนที่จะช่วยเหลือ บางคราใจยังแอบตำหนิ  อย่างไม่น่าให้อภัย

 

เอาหล่ะ ติ๋ว เริ่มใหม่นะ

ตั้งใจหน่อย ความชรา ความตาย เป็นที่หมายของชีวิตนี้นะ คิดว่ามันไกลแค่ไหน

อดทนหน่อยซิ แค่นี้ก็จะถอยแล้วเหรอ

มีคนมากมายนะ ที่ไม่มีโอกาส

แต่แกมี

 

กราบขอบพระคุณนะคะครู เพราะสติยังอ่อน จิตใจยังหวั่นไหวกับสิ่งที่เข้ามากระทบ แต่ก็จะพยายามค่ะ