มุมหนึ่งในสิ่งแวดล้อม

เมื่อคืน..กลับจาก..ความสุขโข..ด้วยใจระทึกนิดๆ.."รถ"ที่ถูกขับกลับ..หายใจระรวยๆ..จอดไม่ได้..เพราะเครื่องไม่ยอมติด..อ้ะๆ..ต้องขับกลับทั้งๆที่รู้ถึงปัณหา..ถูกถามว่า กลัวหรือเปล่า..แต่ก็กลับกันมาอย่างตื่นเต้นตลอดทาง..พร้อมกับความสมหวังที่ไปถึง อู่ซ่อมรถ จนได้...ที่รังสิต

..ยายธีติดรถตายายสองคนมานั่งรถแท๊กซี่ต่อ กลับบ้าน....เลยต้องเล่าซะหน่อย..บังเอิญคนขับ...เขาบอกว่า เป็นคน ยโสธร...(ยายธีกำลังสนใจว่า..ยโสธร..อยู่ที่ไหน)..เราคุยกันสัปเพเหระ..ตั้งแต่ ปลาหรือ มังกรไฟ เล่นน้ำ...กลางวันแสกๆ...เล่นเห็นเป็นคลื่นแสงกลางลำโขง..เชื่อหรือไม่คนขับแท๊กซี่ว่าได้เห็นมากับตา..(เราไม่ได้พูดถึงความเชื่อถือ)...หากว่า..เป็นคำบอกเล่าของคนรุ่น ยาย ที่เล่าว่าสิ่งนี้จะปรากฏ เพียงเดือนหลังเข้าพรรษาเท่านั้น...เขาคนนึ้เล่าว่า ..ข้าวบ้านเขา "หอม"เขาไม่ซื้อข้าวกิน..เขามีที่อีกสิบไร่ที่เป็นส่วนตัว..ที่ให้น้องทำ..โดยไม่คิดค่าเช่าเพียงแต่ขอ ข้าว "หอม" ไว้กิน..เขาเกิดเมื่อตอน ยโส แยกตัวเป็น จังหวัด..และยังบอกกับยายธีว่า..ถ้าใครที่นั่นเขาให้ข้าวกิน..ละก็อย่าปฏิเสธ..เพราะที่นั่นยังมีข้าวดีๆให้กิน ..และก็ยังไม่.ใส่ปุ๋ย เคมีและฉีดยา..(เป็นสิ่งที่ยายธีทึ่งกับคำบอกเล่า)...จากนั้นยายธีเลยมีเรื่องเล่าให้เขาฟังบ้าง..ว่า..ยายธี..หัดปลูกข้าว..บนหน้าต่างใส่กระถาง..และได้ข้าวเพียงเม็ดเดียว..จากหนึ่งรวง..และข้าวที่ลองเพาะนั้นคือ ข้าวกล้อง ที่ ซื้อมากิน...

..เรื่องนี้เป็นเพียงมุมหนึ่งในสิ่งแวดล้อมทุกวันนี้.....