Reading literacy

pjo_attend
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ความสามารถ(ระดับเป็น)ได้มาด้วยการฝึกฝน ไม่ใช่เพียงรู้ หรือคิด ต้องฝึกจนใช้ได้

มาเรียนภาษาอังกฤษอย่างง่ายๆ พร้อมกับสาระดีๆ กัน (๒)

 

If your mind is happy, then you are happy anywhere you go. When wisdom awakens within you, you will see Truth wherever you look. Truth us all there is. It’s like when you’ve learned how to read - you can then read anywhere you go. 

<< Ajahn Chah >> 

 

การอธิบายโดยใช้อุปมาอุปมัย ประโยคที่ใช้มักจะเป็นประโยคเงื่อนไข (ถ้า...ก็..., เมื่อ..., ก็...) เช่น

  * ถ้าใจของเธอสบาย, (แล้วละก็)เธอก็จะสบายในทุกที่ที่เธอไป. [นั่นคือทุกที่จะสบายไปหมดเพียงแค่ที่ "ใจ" สบาย]

** เมื่อเธอมีปัญญา (wisdom) ที่ตื่นรู้ (awaken), เธอก็จะเห็น (see) ความจริงไม่ว่าจะมอง (look) อะไร. เป็นความจริงตามที่มันเป็น.

*** มันก็คล้ายกับเมื่อเธอได้เรียนรู้การอ่าน - เธอก็จะสามารถอ่านได้ทุกที่ที่เธอไปพบ.

 

 

การรู้การเห็น มีนัยสองประการ (๑) รู้เห็นแล้วแปลความตีค่าจนเกิดอารมณ์ ชอบ ไม่ชอบ อยากเป็น ไม่อยากเป็น ตามรากของกิเลส (๒) รู้เห็นตามความเป็นจริง นั่นคือ รับรู้และเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมไม่ควรที่จะไปยึดถือ ไม่ควรคิดเกิดความอยาก-ไม่อยาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัย

ความอยาก-ไม่อยาก ในสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมบังคับให้เป็นอย่างที่เราต้องการได้ จึงมีความเป็นไปได้มากที่จะประสบกับความไม่สมหวัง เกิดความเศร้าหมองเสียใจไม่สบายได้ การไม่ต้องประสบเหตุเหล่านี้จะทำให้เราสบาย (ไม่ทุกข์)

ประเด็นคือ เรามักจะไม่สามารถรู้เท่าทันเมื่อประสบการรู้การเห็น เมื่อรู้เมื่อเห็นแล้วเรามักจะไหลไปตามความคุ้นเคยของกิเลส แทนที่จะหยุดอยู่ที่การรับรู้เท่านั้น

 

สิ่งที่เราต้องการคือ จิตของเราที่รู้เท่าทัน

 

เป็นเรื่องไม่ยากเกินไป ที่จะทำให้สติปัญญาของเราตื่นตัวรับรู้อย่างเท่าทัน

คงต้องเรียนต้องฝึก จนถึงขั้น literacy

 

ต้องฝึกจิตของเราจนใช้การได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมบัติแบ่งกันชม



ความเห็น (0)