ผลการตัดสินการประกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู เนื่องในโอกาสวันครู พ.ศ. 2554
ตามที่คณะอนุกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ. 2554 ได้มอบให้ คณะอนุกรรมการจัดประกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู เนื่องในโอกาสวันครู พ.ศ. 2554 นั้น ได้พิจารณาตัดสินข้อเขียนที่ชนะการประกวดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
คำขวัญวันครูประจำปี 2554 คือ
เทิดพระเกียรติทั่วหล้า บูชาครูของแผ่นดิน “ภูมินทร์ภูมิพล”
เหตุผล เป็นคำขวัญที่ชนะเลิศจากการพิจารณาตัดสินการจัดประกวดคำขวัญวันครู 2554 ของคุรุสภา โดย นางกนกออน ภูนาสูง จังหวัดกาฬสินธุ์
โครงการเรียนฟรีเรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับการทุ่มเงินกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท แจกของฟรี 5 อย่างคือ ค่าเทอม ชุดนักเรียน ตำราเรียน อุปกรณ์การเรียนและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้แก่นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 12.5 ล้านคนนำมาซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองมีความพึงพอใจนโยบายดังกล่าว ในปี 2554 นี้กระทรวงศึกษาธิการยังสามารถผลักดันของบประมาณเรียนฟรี 15 ปีเพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งการของบประมาณเพิ่มนั้น เพื่อนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงการกำหนดให้นักเรียน ม.4-ม.6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ได้หนังสือเรียนฟรีโดยไม่ต้องยืมเรียน และส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและการมีส่วนร่วมของกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน
ก้าวเข้าสู่ปีเถาะ หวังว่าปีนี้จะกลายเป็นกระต่ายติดปีก สำหรับงานด้านการศึกษา และ ขับเคลื่อนการสร้าง “คนคุณภาพ” ได้ หากแม่ทัพผู้กุมบังเหียนงานการศึกษาดึงบทเรียนในอดีตมาแก้ไข และอุดช่องโหว่ ไม่เดินย้ำซ้ำรอยที่ว่า “เปลี่ยนรัฐบาลครา ใด คนทำงาน นโยบาย และจุดเน้นในการใช้งบประมาณ ก็ปรับตามเจ้ากระทรวง” หากเป็นเช่นนั้นก็คงต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ทุกครั้งไป.
ต้องยอมในความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญต่องานการศึกษาค่อนข้างมาก ดูได้จากงบประมาณทั้งในส่วนของงบฯปกติ และงบฯการลงทุนในโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 หรือ เอสพี 2 ซึ่งในปี 2553-2555 ได้เม็ดเงินรวมมากกว่า 52,600 ล้านบาท และยังมีการประกาศชูธงขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง โดย รับนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานคณะกรรมการ นโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง หรือ กนป.ด้วยตนเอง ซึ่งได้คลอดเป้าหมายว่า ภายในปี 2561 ต้องสำเร็จ ใน 4 ด้าน คือ 1. คนไทยและการศึกษาไทยได้มาตรฐานระดับสากล 2. คนไทยใฝ่รู้ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองรักการอ่าน และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง 3. คนไทยใฝ่ดี มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสำนึก และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีจิตสาธารณะ มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย และ 4. คนไทยคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้
นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวในเรื่องของภัยหนาวในปีนี้ว่า คงมีระยะเวลาที่นานมากว่าปกติ เพราะมีปริมาณน้ำที่มาก อย่างที่ทราบกันดี ซึ่งขณะนี้อุณหภูมิลดลงเร็วมาก ตั้งแต่ 3-4 วันที่ผ่านมา ที่จังหวัดเลย อุณหภูมิลดลง วันละ 4-5 องศา ทุกพื้นที่ 14 อำเภอ เฉพาะอำเภอ ด่านซ้าย ภูเรือ
นาแห้ว และอำเภอปากชม ประชาชน ตามที่สูงเริ่มขาด เสื้อกันหนาว และเครื่องกันหนาวกันแล้ว สำหรับบางหมู่บ้านที่ตามหุบเขา ขณะนี้ทางจังหวัดได้ให้ทางอำเภอเร่งเข้าไปสำรวจ เครื่องกันหนาว มาให้จังหวัดโดยด่วน ถ้าอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 15 องศา ติดต่อกัน 3 วัน เราก็จะเร่งรัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย หนาวเพื่อที่จะได้รายงานขอความร่วมมือ จากภาครัฐ และของบประมาณ เข้ามาช่วยเหลือ พื้นที่ อย่าง เร่งด่วน และขอความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในขณะนี้การเตรียมการเราตั้งศูนย์อำนวยการ ประสบภัยหนาวแล้ว แล้วก็มีหนังสือแจ้งเตือนในเรื่องของโรคภัย ในเรื่องของอากาศแห้ง ที่จะก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ และในเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกาย ทางจังหวัดได้เตือนไว้แล้ว
10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก
1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง
2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว
4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ
6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%
8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย
9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด
10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้
ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!