สำนักข่าว 'Mailonline / Dailymail.co.uk' ตีพิมพ์เรื่อง 'Good bedside manners help patients get better faster... and saves hospital money as well.' = "มารยาทข้างเตียงดีช่วยคนไข้ดีขึ้นเร็ว... และประหยัดเงินโรงพยาบาล (ค่าใช้จ่ายในการรักษา) ด้วย", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ Mailonline ]
- [ bedside ] > [ เบ๊ด - ส่าย - d ] > http://www.thefreedictionary.com/bedside > adjective = ข้างเตียง; คำนี้มาจาก 'bed' = เตียง; 'side' = ข้าง
- [ manner ] > [ แม้น - เหน่อ ] > http://www.thefreedictionary.com/manner > noun = มารยาท กิริยาท่าทาง ธรรมเนียมปฏิบัติ; คำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศส และละตินตามลำดับ, ศัพท์เดิมแปลว่า 'of hand' = เกี่ยวกับมือ
.
การศึกษาใหม่จากอังกฤษ (UK) พบว่า การที่บุคลากรสุขภาพ เช่น พยาบาล หมอ ฯลฯ มีมารยาทหรือกิริยา "ข้างเตียง" หรือเวลาไปเยี่ยมไปตรวจคนไข้ดี ทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น มีความสุขมากขึ้น และช่วยประหยัดเงินค่ารักษาพยาบาลด้วย
.
อังกฤษ(UK) ใช้ระบบประกันสุขภาพคล้ายๆ กับไทย ต่างกันตรงที่ "ไม่ฟรี" คือ การสั่งยาทุกรายการจะให้คนไข้ "ร่วมจ่าย (co-pay)" ร่วมด้วย (ประมาณ 175 บาทต่อยา 1 รายการในปี 2535)
.
สำนักงานประกันสุขภาพอังกฤษ (NHS) ทำการศึกษาพบว่า เรื่องสำคัญ (things that matter = สิ่งที่มีความหมาย มีความสำคัญ) ในการดูแลคนไข้ใน หรือคนไข้ที่นอนในโรงพยาบาลที่คนไข้คาดหวังได้แก่
- pain control = การควบคุมอาการปวด เช่น ยาแก้ปวด ฯลฯ > เมื่อปวดแล้ว ขอให้ได้ยาแก้ปวดที่แรงพอ
- privacy = ความเป็นส่วนตัว > ขออนุญาตก่อนตรวจ เช่น ก่อนตรวจภายใน ฯลฯ
.
- keeping the noise down = จัดการลดเสียงรบกวน เช่น ไม่พูดกันดังเกิน (ตรงนี้ขอบอกว่า ในโรงพยาบาลไทย... เสียงคนไข้และญาติพูดกันดังมาก แถมหลายๆ คนยังไม่ปิดโทรศัพท์มือถืออีกต่างหาก)
- talk to them = พูดกับคนไข้บ้าง
.
- being cheerful = อารมณ์ดี และร่าเริง
- upbeat = มองโลกในแง่ดี มีความหวัง > ให้ความหวังกับคนไข้บ้าง
.
การศึกษาในอังกฤษ (UK) พบว่า คนไข้หลายๆ คนถูกทอดทิ้งจนหิวน้ำ (thirsty) และไม่มีน้ำดื่ม ทำให้คนไข้หลายๆ คนต้องดื่มน้ำจากแจกันดอกไม้ (flower vases)
.
การศึกษาเปรียบเทียบการรักษาพยาบาลในกลุ่ม Commonwealth หรืออังกฤษ (UK) - อดีตอาณานิคมอังกฤษ เช่น ออสเตรเลีย ฯลฯ 7 ประเทศในปี 2010 หรือ พ.ศ. 2553 พบว่า คนไข้อังกฤษไม่พอใจกับการรักษาพยาบาล 200,000 ราย/ปี
.
การศึกษาจากสหรัฐฯ พบว่า คนไข้ที่รู้สึกว่า บุคลากรสุขภาพ เช่น พยาบาล หมอ ฯลฯ รับฟังอาการเจ็บป่วย และได้รับความสะดวกในการรักษาพยาบาล
.
ตัวอย่าง เช่น มีระบบคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนรักษา-ระหว่างรักษา-หลังรักษา ฯลฯ มีอัตราตายน้อยลง และผลการรักษาดีขึ้นในระยะยาว
.
อ.โจ เว็บเบอร์ จากสำนักบริการสุขภาพอังกฤษ (NHS) แนะนำให้บุคลากรสุขภาพให้เวลากับคนไข้มากขึ้น เช่น จัดระบบ และพัฒนาให้บุคลากรที่ไม่ใช่หมอ (พยาบาล นักสาธารณสุข นักจิตวิทยา ผู้ช่วยเหลือคนไข้ ฯลฯ) และอาสาสมัคร (คงจะคล้าย อสม. หรืออาสาสมัครในโรงพยาบาลบางแห่ง) ไปให้เวลา (พูดคุย-รับฟัง-แนะนำ) กับคนไข้และญาติมากขึ้น
.
อังกฤษซึ่งใช้ระบบประกันสุขภาพทั่วประเทศคล้ายไทย ได้รับคำติเตียนจากการผลิตหมอ-พยาบาลไม่พอ และแก้ปัญหาด้วยการนำเข้าหมอ-พยาบาลจากประเทศยากจน เช่น อาฟริกา เอเชียใต้ ฯลฯ โดยรับเข้าไปทำงานมากจนหมอ-พยาบาลขาดแคลนไปทั่วอาฟริกา
.
รัฐบาลไทยควรรณรงค์ ส่งเสริม และเพิ่มการผลิตบุคลากรสุขภาพที่ขาดแคลน เช่น นักเวชสถิติ หมอฟัน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ฯลฯ, ควรส่งเสริมหลักสูตรต่อเนื่อง โดยให้โอกาสคนที่จบปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์เข้าเรียนต่อเนื่องสายสุขภาพได้
.
ทางเลือกหนึ่งในการลดโรคติดต่อข้ามชายแดน คือ ควรให้โอกาสบุคลากรสุขภาพจากเพื่อนบ้าน (เน้นลาว พม่า เนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับไทยมากที่สุด) เข้ามาเรียนต่อสายสุขภาพในไทยได้ (โดยการกำหนดโควต้าส่วนน้อย และให้จ่ายค่าเล่าเรียน -- ไม่จำเป็นต้องให้เรียนฟรี เพราะมีคนเต็มใจจะจ่ายค่าเล่าเรียนในไทยมากมาย) เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพของประเทศเพื่อนบ้านดีขึ้นในระยะยาว
.
หลักการสำคัญในการบริการสมัยใหม่ คือ ลูกค้าหรือผู้มารับบริการมีความต้องการ 'voice(มีสิทธิ์มีเสียง - มีส่วนร่วม)' กับ 'choice (ทางเลือก)' มากขึ้นเรื่อยๆ
การจัดระบบรับฟังข้อคิดเห็น เช่น มีระบบรางวัลให้ข้อคิดเห็นดีเด่นประจำเดือน-ปีจากผู้เสนอข้อคิดเห็น ฯลฯ เป็น 1 ในวิธีที่จะทำให้คนไข้และญาติมี 'voice' มากขึ้น และควรมีระบบตอบไปด้วยว่า ข้อคิดเห็นดีๆ ได้รับการสานต่ออย่างไร
.
ปี 2553 มีหมอท่านหนึ่งในอังกฤษถูกหักค่าตอบแทนไปหลายหมื่นบาท โดยทาง NHS กล่าวว่า ที่หักเพราะหมอคนนี้ไม่มีคำติหรือชมเลยตลอดปีที่ผ่านมา แสดงว่า ที่ทำงานและหมอไม่ส่งเสริมให้คนไข้และญาติแสดงความคิดเห็นผ่านระบบรับฟังข้อคิดเห็น (feedback)
.
ทาง NHS สนับสนุนให้มีระบบรับฟังข้อคิดเห็น เพื่อนำไปปรับปรุงระบบบริการให้ดีขึ้นในระยะยาว
.
การให้คนไข้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกในการป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ หรือรักษาโรค ทำให้คนไข้และญาติมี 'choice' มากขึ้น เช่น สถาบันการศึกษาควรมีหลักสูตรป้องกันโรคอ้วน เช่น วิธีลดความอ้วน วิธีออกกำลังเพื่อสุขภาพ วิธีทำอาหารสุขภาพ ฯลฯ ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาเลือกเรียน
.
รัฐบาลควรส่งเสริมให้คนไทยมีทางเลือกในเรื่องสุขภาพ เช่น จัดประกวดวิดีโอส่งเสริมสุขภาพ เช่น วิธีทำอาหารสุขภาพ อาหารสำหรับคนไข้เบาหวาน-ความดันเลือดสูง วิธีออกกำลังรูปแบบต่างๆ (เช่น ไทชิ-ชี่กง มวยจีน รำกระบองชีวจิต ฯลฯ) ประกวดแล้วต้องนำขึ้นเผยแพร่ ให้เป็นสมบัติสาธารณะ เช่น นำขึ้นยูทูบ ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษา-ห้องสมุดทุกแห่ง-เว็บไซต์ส่งเสริมความรู้มีบริการดาวน์โหลดวิดีโอเพื่อการศึกษา ฯลฯ
.
ขอเรียนเสนอท่านที่ต้องการบริจาคทำบุญด้วยการบริจาคทรัพย์ว่า ขอให้ช่วยกันบริจาค "คำชมคนทำดี (appreciation)" เมื่อเห็นคนอื่นทำดีด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเห็นใครทำดี... ขอให้ช่วยกันชม เพราะจะทำให้คนทำดีมีกำลังใจ และส่งเสริมให้สังคมไทยพัฒนาไปสู่ความเป็น "สังคมคนทำดี" ได้ในระยะยาว
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
ที่ มา
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 10 มกราคม 2554.
-
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
ขอนำบทความดีดีไปให้พยาบาลอ่านนะคะ
ขอบคุณค่ะ
เติมจิตวิญญาณ คนไข้หาย โรคห่างไกล ผูับริการเป็นสุข ในเมืองไทยเรามี SHA ครับ เน้น S = Spiritual และ H = Humanized Health Care และ A = Appreciation ครับ
ขอบคุณสำหรับบทความดีดี และการสรุปที่ยอดเยี่มนะครับ
ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอ JJ - อาจารย์พยาบาล - และท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านครับ...... // คนเรามีศักยภาพพิเศษอย่างหนึ่ง คือ "คนเรามักจะทำอะไรดีๆ ได้มากกว่าที่คิดไว้เสมอ"... // ขอให้เราทำ "ดีเล็กๆ", "ดีบ่อยๆ", และ "ชื่นชมการทำดีทั้งของเรา และของคนอื่น"... 3 อย่างนี้จะทำให้เราเข้าสู่กระแสแห่งการทำดีครับ........
appreciation แล้ว ยิ่งบวกกับการ Support ยิ่งไปได้ more far and faster / ขอบพระคุณอาจารย์หมอค่ะ