สิ่งที่ดีงามที่เราได้เห็นได้ทำ เป็นความคิดสร้างสรรค์ของคนเก่าที่เขาช่างประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่ดีเอาไว้สอนใจคนรุ่นใหม่มาได้ยาวนาน
เพลงอีแซว ตอนที่ 7
เกาะติดเวทีการแสดงเพลงอีแซว
(งานแสดงเทศกาลลอยกระทง)
โดย นายชำเลือง มณีวงษ์
ผู้มีผลงานดีเด่น รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ด้านการแสดงเพลงพื้นบ้าน ปี 2547
วัฒนธรรมไทย ประเพณีไทยในรอบ 1 ปี มีหลายกิจกรรม ในแต่ละกิจกรรมนำไปสู่การร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจสมัครสมานสามัคคีกัน เมื่อมีคนมารวมกันเป็นจำนวนมากก็จะเกิดเป็นพลังในการที่จะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อและศรัทธาที่ดี เป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้เห็น ได้เก็บเอาไปคิดถึงในอนาคต เมื่อถึงยุคของเขา จะได้วางตัวได้อย่างถูกต้องตามจารีต ประเพณีที่ยึดถือกันมานาน ผมเก็บความทรงจำย้อนหลังเอาไว้มาก เพราะบทบาทชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน บ้างก็แสดงตนเด็ดเดี่ยวไม่ยอมรับบุคคลที่เป็นต้นแบบ บ้างก็แอบแผงมาในรูปแบบต่าง ๆ อำพรางความเป็นจริงเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ใส่ตนเท่านั้น
หากบทความที่คนเก่า ๆ เขียนบอกเอาไว้อย่างมีความน่าเชื่อถือเกิดประโยชน์ทำให้คนรุ่นหลังตาสว่าง ได้หยุดคิดบ้างก็นับได้ว่าเป็นโชคดีของประเทศชาติ บ้านเมือง ที่ในอนาคตข้างหน้ายังมีคนรุ่นใหม่ที่คิดแบบสร้างสรรค์มาแทนที่คนเก่า ประสบการณ์ที่ได้รับมาด้วยตนเองจะมีทั้งดี ไม่ดี ถูกต้องไม่ถูกต้อง เหมาะสมไม่เหมาะสม การที่มีผู้อาวุโส เข้ามาชี้แนวทางที่ถูกให้ เสมือนว่ามีทางลัดให้เลือกเดิน ประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จมาก่อน มีคุณค่ายิ่งกว่ารอผลกระทบที่จะเกิดแก่ตนเอง เพราะสิ่งที่ได้ปะทะสังสรรค์อาจจะเป็นทางผิด เป็นข้อผิดพลาด เกิดปัญหาต่อสังคมในระยะยาวต่อไปก็เป็นได้
เทศกาลลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีความสำคัญต่อคนไทย เราทั้งหลายได้รับการบอกเล่ามาจากคนเก่า ๆ เล่าถึงตำนานการลอยกระทงตั้งแต่สมัยพระพุทธองค์ มาจนถึงสมัยพระร่วงเจ้า และในปัจจุบันการลอยกระทงมีความเปลี่ยนแปลงไป ในอดีตแต่ก่อน ผู้คนไปลอยกระทงเพื่อการตั้งจิตอธิษฐานขอโทษพระแม่คงคาที่ได้ใช้ดื่มกินอาบล้างร่างกายจึงได้นำกระทงมาลอยเสี่ยงทายกัน แต่วันนี้กลับมีสถิติว่า ในคืนวันลอยกระทงเป็นคืนหนึ่งที่วัยรุ่นหนุ่มสาวกระทำนอกจารีตประเพณีกันมากจนมีอันดับต้น ๆ ของการบันทึกสถิติที่ควรหันมามอง การทำอะไรตามอำเภอใจจะเป็นต้นเหตุหรือเป็นที่มาของความเสื่อมเสียที่จะตกต่อตนเอง ครอบครัว สังคมประเทศชาติ สิ่งที่ดีที่คนรุ่นก่อนสร้างสรรค์กันมาเลยกลายเป็นวันหนึ่งที่ต้องระมัดระวังว่าลูกหลานจะออกนอกจารีตประเพณีไปเสียแล้ว
ในยุคก่อน ๆ คืนวันลอยกระทงจะมีผู้คนมารวมกันที่ศูนย์กลางของท้องถิ่น ได้แก่ ที่วัดใกล้ ๆ บ้านหรือไม่ก็เป็นที่มีท่าน้ำ สามารถปล่อยกระทงให้ลอยไปกับสายน้ำได้ การลอยกระทงเมื่อตอนที่ผมเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ปี พ.ศ. 2508) ในกรุงเทพฯ ที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ มีงานลอยกระทงที่คนไปร่วมกิจกรรมกันมาก รอเวลากันจนพระจันทร์ตรงหัว เที่ยงคืนจึงมีการนำกระทงไปยังท่าน้ำและอธิษฐานแล้วจึงปล่อยกระทงลอยลงไปในแม่น้ำ เจ้าของกระทงยืนมองกระทงที่ตนลอยไปจนสุดสายตา ส่วนมากมักจะไปร่วมลอยกระทงกันทั้งครอบครัวเพื่อที่จะได้อธิษฐานร่วมกัน
ในยุคต่อมาจนถึงในปัจจุบัน ความเชื่อถือและศรัทธาเปลี่ยนแปลงไป หนุ่มสาวและประชาชนทั้งหลายไปลอยกระทงกันเป็นคู่ ๆ มากกว่าไปกับครอบครัว ช่วงเวลาของการลอยกระทงไม่ต้องรอเวลาเที่ยงคืนเหมือนอย่างในอดีต เรียกว่าใครไปถึงที่นัดหมายก็ลอยกันเรื่อย ๆ ไป กระทงถูกปล่อยลงในแม่น้ำเป็นระยะ ๆ ไม่เต็มพรึบพร้อมเพรียงกันอย่างในสมัยก่อน ที่น่าวิตกอีกอย่างหนึ่งคือ วัยรุ่นหุนุ่มสาวถือโอกาสในคืนวันลอยกระทงนัดหมายกันไปในสถานที่มิบังควรจนกลายเป็นสถิติใหม่ ว่า “คืนลอยกระทงเป็นคืนที่หนุ่มสาวต้องสูญเสียอะไรต่อมิอะไรกันมาก” เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะต้องเก็บเอามาคิดและเตือนใจ
วงเพลงอีแซวสายเลือดสุพรรณฯ มีโอกาสได้นำเอาผลงานไปนำเสนอ ณ สถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ เทศบาล, อบต., สถานที่พักผ่อนหลายแห่ง ผมมองเห็นระเบียบแบบแผนของการจัดกิจกรรมในวันลอยกระทงที่ยังคงยึดเอาประเพณีแบบเก่าเอาไว้ได้มาก ถึงแม้ว่า จะมีดอกไม้ไฟจุดเล่นเฉลิมฉลองกันตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนก็ตาม แต่ก็เป็นคนกลุ่มน้อยและไม่ได้เกิดอันตรายใด ๆ บางสถานที่มีทั้งลอยกระทงในสายน้ำและลอยกระทงสวรรค์ เด็ก ๆ ในวงเพลงมีความสุขมากเมื่อครั้งที่ได้ไปแสดงที่บางเลน เมื่อการแสดงจบได้ไปลอยกระทงที่ท่าน้ำ ได้ลอยทั้งกระทงลงน้ำและกระทงที่เป็นโคมปล่อยให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วยืนดูไปจนสุดสายตา
งานลอยกระทงในบางสถานที่ที่ผมพานักเรียนไปแสดงมา มีการแสดงเพลงเรือแบบในอดีตด้วย เจ้าของสถานที่จัดเอาไว้สำรับเป็นที่แสดงเพลงเรือ มีไฟฟ้าส่องจากริมฝั่งไปยังลำน้ำ มีเรือ 4 ลำ บรรทุกนักแสดงร้องเพลงเรือลอยลำไปตามสายน้ำวนรอบลอยกลับมาเข้าฝั่งท่าน้ำที่จัดเอาไว้อย่างน่าชื่นชม
(เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ แสดงในงานเทศกาลลอยกระทง ที่เทศบาลบ้านหมี่ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ปี พ.ศ. 2551)
(เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ แสดงในงานเทศกาลลอยกระทง ที่เทศบาลพยุหะ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551)
บางสถานที่ โดยเฉพาะเทศบาลบางแห่งจัดกิจกรรมลอยกระทงได้อย่างตื่นตาตื่นใจมาก มีการจัดประกวดนางนพมาศ จัดประกวดกระทง เวลาประมาณ 18.30 น. มหรสพพื้นบ้านเริ่มแสดงช่วงที่ 1 พอถึงเวลา 19.30 น. จะมีพิธีเปิดงานโดยผู้ใหญ่ที่เทศบาลเชิญมาเป็นประธานในพิธี มีพิธีมอบรางวัลให้แก่ ผู้ที่ชนะการประกวด ประธานกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ มหรสพพื้นบ้านแสดงช่วงที่ 2 จนถึงเวลาประมาณ 21.30 น. เป็นการอธิษฐานและร่วมลอยกระทงกับคณะกรรมการเทศบาล ดูเป็นขั้นเป็นตอน ทำงานรอบคอบ มีพิธีการดูเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังจากนั้นเป็นเวลาของมหรสพพื้นบ้าน วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ทำการแสดงช่วงที่ 3 ไปจนถึงเทื่ยงคืนจบการแสดง