ปีใหม่ผมอยากกระตุ้นให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงแนวคิดต่างๆที่มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของสังคมของเรา โดยผสมผสานแนวคิดกับข้อเท็จจริง เน้นความจริง Reality และ Relevance (ตรงประเด็น) เป็นหลัก
เริ่มด้วย เรื่อง ภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับสังคมของเรา จึงขอเสนอแนวคิด 4 แนว
ข้อแรกคือ ผู้นำในยุคใหม่ของไทยหรือของต่างประเทศจะไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรืออำนาจ Authority คือมีกฎหมายรองรับ เช่น คนเป็นอธิบดีหรือปลัดกระทรวงหรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีฯ คือ ผู้นำซึ่งไม่ใช่เสมอไป
ผู้นำในยุคใหม่จะเป็นใครก็ได้ในสังคมหรือองค์กรของเรามีได้ทุกระดับ ไม่จำเป็นจะต้องมีตำแหน่งรองรับ แต่ผู้นำเหล่านั้นจะต้องได้รับศรัทธา (Trust) จากผู้ร่วมงานหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้นจึงจะต้องศึกษาว่า ศรัทธา (Trust) เหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรในสังคมและองค์กรของไทย
ปัจจุบันทุกคนยกไปให้เบอร์ 1 ของประเทศหรือเบอร์ 1 ขององค์กร ทำหน้าที่ผู้นำ ความเข้าใจผิดเหล่านี้ ทำให้คนที่ไม่มีตำแหน่งไม่มีโอกาสได้แสดง แต่คนเหล่านี้มีศักยภาพเป็นผู้นำในองค์กรหรือสังคมไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร
อยากให้ปี 2554 เป็นปีที่บทความของผมหรือรายการวิทยุและโทรทัศน์ยกย่อง ผู้นำที่คนไทยยังไม่รู้จัก ไม่ได้มีอำนาจหรือตำแหน่งขึ้นมามีบทบาทสูงขึ้น อยากจะให้ช่วยกันทำ ท่านผู้อ่านส่งข้อมูลมาได้ที่ [email protected]
ประเด็นที่ 2 ผู้นำ 2554 ผมอยากจะเน้นบทบาทสตรีกับผู้นำ สังคมไทยมีผู้นำที่เป็นสุภาพสตรีมากมาย แต่สังคมไทยยังให้กำลังใจและยกย่องผู้นำสตรี น้อยเกินไป จำเป็นที่จะสร้างผู้นำที่เป็นสตรีในโลกและในประเทศไทยมากขึ้น
ปีนี้ ผมขอชื่นชมประธานาธิบดีหญิง Dilma Rousseff ของ Brazil ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อเร็วๆนี้ Brazil เป็นประเทศใหญ่ และสำคัญต่อโลกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง จัดฟุตบอลโลก 2014 และ Olympics 2016 ในกลุ่ม G20 บราซิล ก้าวมาเป็นผู้นำ ผู้นำผู้หญิงคนใหม่เป็นนักต่อสู้ฝ่ายซ้ายมาก่อนเคยติดคุกมาแล้ว และเคยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน อายุ 63 ปี น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้หญิงกับผู้นำ
ในระดับอเมริกาก็มีฮิลลารี คลินตัน อย่างที่ผมทายไว้ ถ้าโอบามาพลาด อาจจะมีประธานาธิบดีหญิงคนแรกของอเมริกา ทำไมจะทำไม่ได้เพราะผิวดำเป็นประธานาธิบดีไปแล้ว
ประเทศไทยยังมีช่องว่าง ควรยกย่องผู้หญิงกับผู้นำอีกมาก ปี 2554 ผมจะรณรงค์สร้างผู้นำผู้หญิงทุกๆระดับของสังคมไทย
ปัจจุบันในระดับราชการ ผู้หญิงระดับ C8 – C9 มีมากกว่าผู้ชายแล้ว แต่ข้าราชการผู้หญิงของเราก็ต้องวาง Position ให้สูง พร้อมมีความมั่นใจมากกว่านี้ เพื่อไปสู่ ความเป็นผู้นำที่สูงขึ้น
ในระดับธุรกิจของไทยมีมากมาย ในประเทศไทยผมอยากสร้างผู้หญิงเป็นผู้นำเป็นวาระแห่งชาติ ในปี 2554
ประเด็นที่ 3 น่าจะเป็นประเด็นที่ทุกคนในประเทศไทยสนใจและมองเห็นก็คือ พรรคเพื่อไทย มีสมาชิกสภาผู้แทนมากที่สุด แต่หาผู้นำไม่ได้สักคน?
จริงอยู่พรรคนี้อาจจะรอให้คุณทักษิณเคาะ แต่คุณทักษิณไม่ได้มีบทบาทนำอย่างที่เราคิดกันอีกต่อไป เพราะยุคคุณทักษิณผ่านไปแล้ว
ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เช้าวันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม 2554 มีตัวเก็งเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย 3 คน
- คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
- คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ
- ดร.วีรพงษ์ รามางกูร
ยังตกลังกันไม่ได้ว่า ผู้นำของพรรคเพื่อไทยคนใหม่จะเป็นใคร ปัญหาก็คือในระยะยาวพรรคเพื่อไทยจะอยู่โดยรอคุณทักษิณบงการจากข้างนอกคงไม่เหมาะสม สมาชิกพรรคต้องหันมาค้นหา คนผู้นำที่เหมาะสมอย่างแท้จริง
ผมให้คะแนนผู้นำในพรรคเพื่อไทย F เลย ลองคิดง่ายๆจะนำประเทศไทยได้อย่างไร? ขนาดพรรคยังหาคนนำไม่ได้
อยากจะเตือนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งหลาย อย่าคิดว่า ปัญหาขาดผู้นำของ พรรคเพื่อไทยเป็นปัญหาเล็กๆ ถ้าแก้ไม่ได้ เรื่องผู้นำก็จะทำให้พรรคเพื่อไทยไม่มีคุณภาพในระยะยาว
ส่วนประเด็นที่ 4 ที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ วิธีสร้างผู้นำ การสร้างผู้นำแค่ฝึกอบรมในห้องเรียนแบบที่ทำกันคงไม่สำเร็จแน่นอน ผมขอเสนอ 2 แนว
แนวแรก คือ แนวของ Ram Charan คือกำหนดคุณสมบัติโดยผู้นำผู้นำอายุต่ำกว่า 40 ในองค์กรและปลูกฝังพัฒนาให้เขาเหล่านั้นมีประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง ให้โอกาสเขาได้เห็นงานหลายๆด้านขององค์กร มี Job Rotation และสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้สืบทอดงานในอนาคต
ที่ ก.พ. ก็มีโครงการแบบนี้ คือคัดเลือก Stars โดย CEO ขององค์กรและมี Smart HR ช่วยกันทำ รวมทั้งสร้างแบบ Coaching Mentoring และไม่ให้ผิดพลาดในระยะยาว
ผมทำให้หลายองค์กรแล้ว แต่ต้องต่อเนื่องและเอาจริง
อีกแนวหนึ่ง คือ ทฤษฎี 5 E’s การจะสร้างผู้นำทำให้สำเร็จได้ต้องใช้กลยุทธ์หลายๆ ด้าน
- Example คือ ดูตัวอย่างผู้นำในองค์กรหรือ Role Model
- Experience คือ ให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้พบกับความเจ็บปวดและมีประสบการณ์มากขึ้นและเข้มข้น
- Education คือ ให้มีการฝึกอบรมไปฟังสัมมนาดีๆ ให้มีการอ่านหนังสือโดยเฉพาะชีวประวัติของผู้นำและทำเป็นแบบอย่าง
- Environment คือ องค์กรต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดผู้นำ CEO ต้องเปิดกว้าง ต้องแบ่งปันความรู้ให้กำลังใจผู้ที่ผิดพลาด ยกย่องคนที่เป็นผู้นำระดับล่าง
- Evaluation คือ สำเร็จแล้วได้อะไร มีรางวัลอะไร
แต่ผมสรุปได้ว่า ในเมืองไทย นอกจากดูแบบอย่างของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ร.5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้ว ผมคิดว่า เราน่าจะเน้น งานวิจัยที่ไม่ลอกตำรา ฝรั่ง
น่าจะใช้ทฤษฎีเรียนรู้และวิจัยจากตะวันออกมาผสมกับตะวันตกครับ

ภาพจาก หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เช้าวันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม 2554 ซึ่งเป็นตัวเก็งผู้นำพรรคเพื่อไทย 3 คน คือ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร , คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ และ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

Dilma Rousseff ประธานาธิบดีหญิงของบราซิล