ใต้ฟ้าเมืองไทย

 

 

 

  

     สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านยายจะมีผลไม้พื้นบ้าน ให้หลาน ๆ ได้ปีนต้นเก็บกิน

แทนขนมหวานอยู่สองสามอย่าง  มะยม   มะขาม   พุทรา  และ

" ทุเรียนแขก"  หรือทุเรียนเทศ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนในภาพ         

ด้านบนนี้

 

 

       บางถิ่นอาจจะเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า ทุกเรียนเทศ  หรือ ทุเรียนน้ำ 

หรือ อื่น ๆ แตกต่างกันไป  ผลสุกจะมีกลิ่นหอม เนื้อในสีขาว เมล็ดคล้าย

กับเมล็ดน้อยหน่า  รสชาติบางต้นจะหวาน  แต่บางต้นจะเปรี้ยว

ดอกของทุเรียนแขกจะคล้าย ๆ ดอกน้อยหน่าแต่ขนาดใหญ่ กลีบแข็งๆ

ทุเรียนแขก เป็นพืชตระกูลเดียวกับน้อยหน่า มีกลิ่นหอมช่วงเย็น ๆ

ทุเรียนแขก จัดเป็นผลไม้หลังบ้านของไทย ที่ไม่ได้รับความสนใจนัก

     ทุเรียนแขก หรือ ทุเรียนเทศนิยมนำมาประกอบเป็นอาหาร ใน

ประเทศไทยนำผลแก่มารับประทาน ในภาคใต้นิยมนำผลอ่อนมาทำ

แกงส้มและเชื่อม ในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย นิยมนำผลอ่อนที่

เมล็ดยังไม่แข็งมารับประทานเป็นผัก ผลแก่นำมาทำขนมหวาน เช่น นำ

เนื้อมาผสมในไอศกรีม เครื่องดื่มนมผสมผลไม้รวม เยลลี่ น้ำผลไม้ ใน

ประเทศมาเลเซีย มีการทำน้ำทุเรียนเทศอัดกระปํอง ซึ่งได้รับความนิยม

มาก เนื่องจากทุเรียนแขกประกอบด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน

เอ วิตามิน ซี นำตาลและกรดอินทรีย์อีกหลายชนิด

 

           

 

        สรรพคุณทางยาของทุเรียนแขก ได้แก่ ผลสุกรับประทานแก้โรค

เลือดออกตามไรฟัน ผลดิบรับประทานแก้โรคบิด เมล็ดใช้สมานแผล

ห้ามเลือด ใช้เบื่อปลาและฆ่าแมลง ส่วนใบ ใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้ไอ

ปวดตามข้อ

      บ้านใครปลูกทุเรียนแขกไว้บ้าง ก็อย่าเพิ่งมองข้ามไป  เพราะนอก

จากจะเป็นผลไม้ที่กินสุก และนำมาทำอาหารหวาน คาว ได้แล้ว  ยังจัด

ได้ว่า  เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาอีกด้วย

 

     

 

แหล่งข้อมูลจาก : 

http://natres.psu.ac.th/ProjectSite/webpage/5durian-detail.htm

ภาพประกอบจาก :  google