ปัญหาการจดทะเบียนการเกิด..การถ่ายทอดอีกครั้งโดยคุณยิบ พันจันทร์

  ปัญหาการจดทะเบียนการเกิดที่กำลังจะถูกนำมาทำความเข้าใจอีกครั้ง.............โดยคุณยิบ พันจันทร์   
การเดินทางอีกครั้งของปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติสู่สังคม

เป็นอีกครั้งที่คุณยิบ  พันจันทร์ ติดต่อเราเข้ามาเพื่อขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีปัญหาของกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มแรกที่เราทำงานกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  คุณยิบติดต่อสัมภาษณ์อาจารย์พันธุ์ทิพย์ เพื่อขอสัมภาษณ์ปัญหาที่เกี่ยวกับคนไร้รัฐไร้สัญชาติเพื่อออกรายการโทรทัศน์ทางช่อง ๑๑ และหลังจากนั้นคุณยิบก็ได้เขียนเรื่องราวของอาจารย์อายุ นามเทพ อาจารย์นักดนตรีไร้สัญชาติที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยใหญ่หลวงยิ่งนักอย่างละเอียดและวาบซึ้ง ทำให้เห็นถึงความสนใจและใส่ใจอย่างยิ่งของคุณยิบที่มีต่อเรื่องนี้

และไม่นานมานี้ คุณยิบเพิ่งเข้ามาร่วมการตรวจสอบปัญหาของครอบครัวไร้สัญชาติครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวนี้มีสมาชิกที่ไร้สัญชาติถึง ๗ คน นับลงมาตั้งแต่คุณแม่สันทีผู้เป็นแม่และยายอายุ ๖๐ ปี จนถึงเด็กชายวิษณุหลานชายตัวน้อยอายุเพียง ๑๑ ปี อาจเพราะความชัดเจนของปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วกับครอบครัวนี้และด้วยความเอื้ออาทรของคุณยิบ คุณยิบเสนอตัวทันทีถึงความช่วยเหลือใดที่คุณยิบสามารถทำให้ได้ ทางเราจึงไม่รีรอที่จะขอให้คุณยิบช่วยทำความเข้าใจกับสังคมถึงปัญหาต่างๆ ของกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยการเผยแพร่ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาออกไปในฐานะที่คุณยิบเป็นสื่อมวลชน สองวันต่อมาข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาของครอบครัวนี้และกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติก็ถูกเผยแพร่ออกไปในรายการของคุณยิบทางสถานีวิทยุจุฬาฯ

 

และในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการออกรายการโทรทัศน์สด และ คุณยิบมีเวลาให้กับคนไร้รัฐไร้สัญชาติถึงชั่วโมงครึ่ง พวกเราจึงเสนอที่จะให้มีการพูดถึงปัญหาหนึ่งอันสำคัญยิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติและมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ นั่นคือ เรื่องของการจดทะเบียนการเกิดให้กับลูกของพ่อหรือแม่ที่ตกอยู่ในภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ

 ปัญหาของคนไร้รัฐไร้สัญชาติกับการจดทะเบียนการเกิดให้กับลูกของตนเอง

เราพบว่าบ่อยครั้งเหลือเกินที่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือ ครอบครัว เป็นกลุ่มคนที่ไม่มีหลักฐานเอกสารการรับรองการเกิดจากรัฐใดๆ  เราสอบพบได้แต่เพียงจากปากคำหรือพยานแวดล้อมอื่นๆ ว่าคนเหล่านี้ได้เกิด ณ ที่แห่งไหน เวลาใด และพ่อแม่เป็นใคร ซึ่งก็จะเป็นข้อมูลที่อาจไม่น่าเชื่อถือ อาจไม่ชัดเจน ขาดตกบกพร่อง หรืออาจไม่สามารถค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีอายุมากแล้ว เกิดก่อนประเทศไทยหรือประเทศต้นทางจะมีระบบทะเบียนราษฎรที่ดีพอ หรือกลุ่มคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่อาจเกิดจากหมอตำแย หรือ เกิดในพื้นที่ที่ห่างไกลตัวเมือง ซึ่งยังคงพบได้เช่นกันในบุคคลผู้มีสัญชาติไทยทั่วไป แต่สัดส่วนของปัญหาก็เริ่มแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาวจนถึงเด็กๆ รุ่นหลัง จนกระทั่งเจ้าตัวเล็กตัวน้อยที่เกิดมาในวันเวลาที่เปลี่ยนไป

 

ในวันเวลาที่กฎหมายและนโยบายทั้งภายในรัฐและในสังคมระหว่างประเทศ ตลอดจนระเบียบวิธีการจัดสรรประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันมีความชัดเจนและให้ความสำคัญต่อการจดทะเบียนการเกิดของเด็กทุกคนที่เกิดมา  วันเวลาที่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถูกกล่าวขานและดูจะสำคัญยิ่งยวดกว่าที่เคยเป็นมา การรับรองตัวบุคคลในทางกฎหมายของเด็กที่เกิดจากพ่อหรือแม่ไร้รัฐไร้สัญชาตินั้นกลับยังเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และสม่ำเสมอด้วยสาเหตุที่ว่าถูกปฏิเสธการแจ้งเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งที่ความจริงแล้วการจดทะเบียนการเกิดเป็นเรื่องที่ไม่มีเงื่อนไขด้วยเชื้อชาติ ภาษา หรือ วัฒนธรรม ยิ่งหากพ่อหรือแม่ของเด็กเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติด้วยแล้ว เรายิ่งต้องบันทึกความเป็นตัวบุคคลของเด็กให้มากและละเอียดถูกต้องที่สุดเพื่อประโยชน์ในการจัดการปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีอยู่

แต่เราก็ยังคงพบปัญหาการปฏิเสธการแจ้งเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ และโดยไม่น่าเชื่อว่าเป็นปัญหาที่มักพบในพื้นที่ที่มีคนไร้รัฐไร้สัญชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย  ประเด็นไม่ใช่เพราะมีคนไร้รัฐไร้สัญชาติอยู่มากแล้วปัญหาจึงพบมาก เพราะในพื้นที่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่ย่อมควรที่จะเข้าใจเป็นอย่างดีและปัญหาเรื่องเหล่านี้จะไม่เกิด ในทางตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัดในพื้นที่ทั่วไปที่ไม่ค่อยมีคนไร้รัฐไร้สัญชาติอาศัยอยู่เจ้าหน้าที่กลับตระหนักและเป็นกังวลกับการที่เด็กสักคนจะไม่ได้รับการแจ้งเกิดเป็นอย่างดี ความไม่เข้าใจที่จะไม่รับรองการเกิดของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติจึงไม่น่าจะใช่ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งเช่นกัน

 

แต่ประเด็นสำคัญที่ยากจะปฏิเสธและอาจอธิบายเราทุกคนได้เป็นอย่างดี คือ ทัศนคติด้านลบที่มีต่อกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติ และ ความหวาดกลัวในใจที่เด็กเหล่านี้จะมีสัญชาติไทยต่อไปในอนาคต ทั้งที่ความจริงแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นอาจมีสัญชาติไทยอยู่ตั้งแต่เกิดเพราะเค้าได้เกิดจากพ่อหรือแม่ที่เป็นคนไทย  และการที่ใครคนใดคนหนึ่งจะมีสัญชาติไทยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายว่าสัญชาติของประเทศไทยมิได้ขึ้นแต่เพียงการได้จดทะเบียนการเกิดในประเทศไทย

ความรังเกียจ ความหวาดกลัว และความไม่รู้ จึงอาจเป็นสาเหตุที่เด็กจำนวนมากถูกละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์  ถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิในการถือสัญชาติซึ่งอาจไม่ใช่เพียงเฉพาะสัญชาติไทย

 การจดทะเบียนการเกิดกับการนำไปสู่ความไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก และ เยาวชนในประเทศไทย

ดังที่กล่าวมา การจดทะเบียนของเด็กที่เกิดจากบุพพารีไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทยมิได้ทำให้เด็กคนนั้นได้รับสัญชาติไทยเสมอไปเพราะเรื่องสัญชาติของบุคคลเป็นเรื่องทางกฎหมายที่มีเฉพาะตัวและจำต้องมีองค์ประกอบครบถ้วน หรือ ไม่เป็นที่ต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด  ส่วนการจดทะเบียนการเกิดเป็นการบันทึกและรับรองตัวบุคคลในทางกฎหมายว่ามนุษย์ตัวน้อยที่เกิดมาใหม่นี้  ชื่ออะไร เกิดที่ไหน เมื่อไหร่ จากพ่อแม่ชื่ออะไร เชื้อชาติอะไร หรือ มีสัญชาติใดหรือไม่ อันจะนำไปสู่ความสามารถในการแยกแยะหรือจัดสรรตัวบุคคลในระบบทะเบียนราษฎรได้อีกต่อไป

แต่หากเมื่อมนุษย์ตัวน้อยเกิดมาแล้วไม่ได้รับการจดแจ้งอะไร และ ไม่เข้าสู่ระบบทะเบียนของรัฐที่เค้าเกิดหรือรัฐใดๆ ก็ตามแล้ว แน่นอนแม้ว่าความเป็นมนุษย์ของเค้าก็จะยังคงอยู่โดยที่เรามิอาจไปชี้ได้ว่าเค้าไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป  แต่สิ่งสำคัญยิ่งยวดในสังคมของรัฐสมัยใหม่ที่ใช้สัญชาติและภูมิลำเนาเป็นตัวจัดสรรประชากรมนุษย์นั้นจะทำให้มนุษย์ตัวน้อยที่ไม่ได้รับการแจ้งเกิดนั้น ยังคงไม่มีความเป็นมนุษย์ทางกฎหมายแต่อย่างใด ยังคงเป็นบุคคลที่ไม่มีตัวตน ไม่มีการบันทึกชื่อหรือข้อมูลของบุคคลนั้น และในที่สุดหากยังไม่มีการแก้ไขปัญหาจนกระทั่งบุคคลนั้นเติบโต เค้าก็มีโอกาสเสี่ยงอย่างมากที่จะเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่จะให้กำเนิดมนุษย์ตัวน้อยที่อาจจะไร้รัฐไร้สัญชาติขึ้นมาได้อีก ความพยายามอย่างยิ่งที่มีมาตลอดของรัฐบาลไทย และ สังคมระหว่างประเทศที่จะขจัดปัญหาภาวะความไร้รัฐไร้สัญชาติของมนุษย์ในโลกนี้ก็อาจจะสูญเปล่าและไม่มีที่สิ้นสุด

และปัญหาสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการที่มนุษย์ตัวน้อยคนหนึ่งไม่ได้รับการรับรองการเกิดหรือความเป็นมนุษย์ คือ ความมั่นคงของมนุษย์ตัวน้อยนั้นจะไม่มีวันเกิดเนื่องจากความไม่มีตัวตนหรือการถูกปฏิเสธที่จะรับรองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทางกฎหมายนั้น ได้ทำให้เค้าไม่สามารถที่จะเข้าถึงสิทธิต่างๆ ทั้งสิทธิขั้นพื้นฐานที่มีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดหาใช่สิทธิที่เราจะต้องให้แก่เค้า หรือ สิทธิที่จะพัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพของตนเองเพื่อไม่ตกเป็นภาระของผู้อื่น เมื่อความมั่นคงในมนุษย์ผู้นั้นไม่เกิดแล้วความมั่นคงของสังคมที่มนุษย์นั้นอาศัยอยู่จะมั่นคงได้อย่างไรกัน

ความผิดพลาดของทัศนคติ ความหวาดกลัวและความไม่รู้ที่เลวร้ายต่อมนุษย์ตัวน้อยๆ นั้น จึงอาจจะไม่ทำร้ายเพียงครอบครัวของมนุษย์ตัวน้อยนั้นเท่านั้น แต่อาจทำร้ายทำลายความสงบเรียบร้อยที่ดีของสังคม ทำร้ายความพยายามของคนในชาติบ้านเมืองที่จะจัดระเบียบจัดสรร และแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคมให้ลุล่วงคลี่คลายต่อไปอีกด้วย

ปัญหาการจดทะเบียนการเกิดที่กำลังจะถูกนำมาทำความเข้าใจอีกครั้ง.............โดยคุณยิบ พันจันทร์

ในวันศุกร์ที่ ๑๖ มิถุนายน นี้ ที่สถานีโทรทัศน์ ASTV เวลา ๒๐.๓๐ ๒๒.๐๐ น. เรื่องปัญหาของการจดทะเบียนการเกิดให้กับเด็กที่เกิดจากพ่อหรือแม่ที่ไร้รัฐไร้สัญชาตินั้น จะถูกนำมาเล่าสู่เพื่อทำความเข้าใจต่อสังคมอีกครั้งโดยคุณยิบ  พันจันทร์ และ อาจารย์แหวว ของเรา

ด้วยความยาวนานของรายการและเป็นรายการสด จึงมีข้อเสนอและข้อหารือในการถ่ายทอดเรื่องราวนี้ต่อคุณยิบด้วยหลายประการ ซึ่งคุณยิบก็ยินดีและพร้อมที่หารือร่วมกัน และยังถือเป็นร่างของรูปแบบรายการที่จะพูดคุยกันดังนี้  คือ รายการได้แบ่งออกเป็น ๓ เบรก เบรกละครึ่งชั่วโมง

เบรกที่ หนึ่ง เป็นการเล่าเรื่องราวปัญหาข้อเท็จจริงที่คนไร้รัฐไร้สัญชาติประสบในเรื่องของการจดทะเบียนการเกิดให้กับเด็กแรกเกิด โดยเชิญเจ้าของปัญหาเข้าร่วมในรายการ คือ พ่อและแม่ผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติทั้งคู่ของเด็กชายวิษณุที่คลอดลูกในโรงพยาบาลแต่ยังไม่มีหนังสือรับรองการเกิด และยังไม่ได้แจ้งเกิดให้กับลูกของตนเอง จนปัจจุบันเด็กชายวิษณุอายุ ๑๑ ปีแล้ว ยังไม่มีเอกสารพิสูจน์ตนใดๆ นอกจากสมุดพกนักเรียน และ พ่อผู้มีสัญชาติไทยของน้องแพรเด็กหญิงตัวน้อยอายุเพียงไม่ถึงเดือนที่เกิดจากแม่ซึ่งถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร ที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธการแจ้งเกิดแม้ว่าจะมีหนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล

 เบรกที่ สองเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมการปกครองในส่วนที่เกี่ยวข้องและบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐ  ซึ่งกำลังทาบทามผอ.ไกรราศ  แก้วดี ฝ่ายทะเบียนราษฎร  คุณจิราพร บุนนาค  รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ  และ อาจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร จะอธิบายย้ำและถ่ายทอดถึงข้อกฎหมาย และ นโยบาย ในเรื่องนี้เพื่อการแก้ไขปัญหา และ ป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำขึ้นอีกในอนาคต เพื่อการทำความเข้าใจ และให้ความมั่นใจแก่ประชาชน หรือ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ และเสริมสร้างทัศนคติและความเข้าใจอันดีมากขึ้นในเรื่องดังกล่าว

เบรกที่  สาม  เป็นการตอบข้อซักถามต่อผู้ชมที่จะ Phone in เข้ามาในรายการ หรือ การซักถามโดยผู้ประสบปัญหาท่านอื่นๆ ในโครงการวิจัยที่ไม่สามารถเข้าร่วมรายการได้ ตลอดจนการเสนอปัญหาโดยท่านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ปัญหาของภาคประชาชนที่ประสบในการเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจดทะเบียนการเกิด

คำสำคัญ (Tags)#กฎหมาย#สิทธิมนุษยชน#คนไร้รัฐ#คนไร้สัญชาติ#การจัดการสังคมโดยกฎหมาย#แจ้งเกิด

หมายเลขบันทึก: 41815, เขียน: 31 Jul 2006 @ 11:23 (), แก้ไข: 28 Apr 2012 @ 15:14 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 19, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (19)

ืขอเป็นกำลังใจให้ครับ ถือว่าบล็อกแห่งนี้ เป็นแหล่งข้อมูลที่ประกอบกับการชมรายการนี้ทาง ASTV ที่ดีทีเดียว
ข้อคิดเห็นโดย archanwell เมื่อ พ. 14 มิ.ย. 2549 @ 23:57 จาก 58.9.92.116 ลบ อยากให้ชลตระหนักด้วยว่า การร่วมงานกับคุณยิบนี้ ก็คือบทหนึ่งของวิทยานิพนธ์ เป็นเรื่องการเข้าแก้ปัญหาให้แก่เด็กที่เกิดในประเทศไทย และตกเป็น "คนไร้รัฐ" เพราะถูกปฏิเสธสิทธิที่จะลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนบ้าน กรณีกิตติทัศน์ซึ่งถูกอำเภอระนองปฏิเสธที่จะออกสูติบัตร .......เพิ่งผ่านไป วันนี้ เราต้องรับเรื่องของน้องแพรแห่งแม่สอด เทศบาลแม่สอดปฏิเสธอีกแล้ว ข้อกฎหมายเรื่องการรับการแจ้งเกิดดูยังไม่ชัดเจนในอำเภอหรือเทศบาล การสอนหนังสือผ่านสื่อ คงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ชลคงจะต้องปราณีตในการจัดห้องเรียน ร่วมกับคุณยิบให้ดีที่สุดนะคะ
ข้อคิดเห็นโดย Bongkot Napaumporn เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 02:05 จาก 210.246.165.32 ลบ ในที่สุดก็ได้อ่านงานเขียนพี่ชลแล้ว..เย้.. หนูดึงพี่เข้ามาใน planet นี้แล้วนะคะ เอาไว้เมาท์ๆ กันในนี้แหละ :) พี่ชลเป็นไงบ้างอ่ะ.. ส่วนตัวหนูค่อนข้างเปื่อยเพิ่งทำ progessive report เสร็จ ช่วงนี้เป็นค้างคาวเลย นอนกลางวัน ตื่นกลางคืน ยังไงจะโทรไปหานะจ๊ะ..สู้ๆๆ
ข้อคิดเห็นโดย บอม เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 02:15 จาก 203.155.94.129 ลบ ถูกอาจารย์ดึงมาช่วยกดดันเรื่องวิทยานิพนธ์กลายๆ รู้สึกเป็นเครื่องมืออาจารย์ชอบกล ยังไงอย่าลืมทำเขียนวิทยานิพนธ์บ้างนะจ้ะ เอาใจช่วย เขียนวันละนิดจิตแจ่มใส เขียนต่อไป สู้ ๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ (จริง ๆ แอบขี้เกียจบ้างก็ได้ อย่าให้อาจารย์จับได้ก็พอ อิอิอิ รับรองไม่เอาไปบอกอาจารย์หรอก)
ข้อคิดเห็นโดย อ.อู๊ด เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 08:58 จาก 210.86.135.15 ลบ ขอเป็นกำลังใจให้น้องชลเสมอ และหากต้องการกำลังสมองคอยช่วยคิด (ถ้าพี่พอที่จะมีความรู้ความสามารถช่วยได้) ก็บอกมานะ แล้วจะช่วยอย่างสุดความสามารถ
ข้อคิดเห็นโดย พงษ์เทพ เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 13:21 จาก 124.157.240.50 ลบ ขอเป็นกำลังใจให้เขียนได้ดีๆ อย่างที่ต้องการครับ พี่ว่าเป็นกำลังใจให้กันและกันเนอะ ขอบคุณน้องชลสำหรับความช่วยเหลือต่างๆ ครับ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยครับ ยินดีมาก
ข้อคิดเห็นโดย คนหลังเขา เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 18:23 จาก 203.148.195.194 ลบ ไม้จะลงแก่น ต้องผ่านฤดูผลัดใบ ใจคนจะมั่นคง ต้องผ่านการท้าทาย สิ่งที่ชลกำลังทำอยู่เป็นการต่อสู้กับการท้าทายอีกครั้งหนึ่งของชีวิต สู้ต่อไปนะน้อง มีอะไรให้ช่วยก็บอกกล่าว
พี่เหมียว เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 18:29 จาก 129.12.230.131 ลบ รีบเขียนเร็วๆสิจ๊ะน้องชล ไหนเคยบอกพี่ว่ากำลังจะเริ่มอ่ะพี่ นี่ก็ตั้งหนึ่งปีมาแล้วเริ่มเขียนได้แล้วนะ ลืมบอกไปว่าเวลาน้องชลเขียนงานลงในเว็บไซต์อาจารย์แหววเขียนได้ดีมากเลย พี่ชอบอ่าน ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้รีบเขียนและจบเร็วๆๆนะ อย่างเพิ่งท้อล่ะ
ข้อคิดเห็นโดย รัตน์ เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 22:24 จาก 58.8.187.177 ลบ สิ่งที่ชลกำลังทำอยู่เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ แต่พี่อยากจะให้ชล focus เรื่องที่ชลกำลังทำอยู่ให้ดี และรีบตัดสินใจว่าจะเน้นไปในเรื่องใด ตามขอบเขตงานของชลตอนนี้สามารถทำได้ทุกเรื่อง และที่สำคัญถ้าไม่เริ่มต้นเขียนวันนี้จะไม่มีคนช่วยคิด และจะโดดเดี่ยวและหมดกำลังใจ งานที่ออกมาจะไม่ได้ดีเท่าที่ควร
ข้อคิดเห็นโดย พี่ต้อง เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 23:52 จาก 210.4.139.129 ลบ ก่อนจะมีความชื่นชมยินดี ก็ต้องผ่านความเจ็บปวด เหนื่อยอ่อนอยู่เสมอ นี่เป็นสัจธรรมของชีวิต เหมือนแม่จะคลอดลูกไง แต่ยังไงแม่ก็ไม่เคยท้อ จึงมีพวกเราคลอดออกมาไง พี่เห็นน้องชลได้ผ่านช่วงเหนื่อยอ่อนมาแล้ว คราวนี้คงได้คอยชื่นชมยินดีกับน้องชลแล้วซิ สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้ชลทุ่มสุดตัว ให้จบไวๆ จะได้มาลุยงานเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติเต็มตัวจ้ะ
ข้อคิดเห็นโดย พี่ตี๋ เมื่อ พฤ. 15 มิ.ย. 2549 @ 23:54 จาก 210.4.139.129 ลบ โอ้โฮ เขียนดีเชียวนะ อยากเขียนได้อย่างงี้มั่งจัง เป็นกำลังใจจากระนองครับ
พี่เหยียน เมื่อ ศ. 16 มิ.ย. 2549 @ 10:53 จาก 58.9.135.234 ลบ ในที่สุดน้องก็เริ่มต้นนับ 1 กับงานเขียน กับ Thesisแล้ว เท่ากับว่า ตอนนี้ชลได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดช่วงหนึ่งไปแล้ว ยังไงก็ก้าวต่อไป...อย่าท้อนะ.... สู้ต่อไปนะน้องรัก
ข้อคิดเห็นโดย พี่แมว เมื่อ ศ. 16 มิ.ย. 2549 @ 11:43 จาก 203.113.44.71 ลบ เชียร์กันหน่อย เอ้า เชียร์กันหน่อย แม้ตัวจะอยู่ไกลกัน แต่พี่กับเจ้าตัวเล็กที่กำลังจะเกิดคอยเป็นกำลังใจให้น้าชลคนน่ารักซาเหมอนะจ๊ะ
ข้อคิดเห็นโดย พี่แก้ว เมื่อ ส. 17 มิ.ย. 2549 @ 13:59 จาก 210.246.165.28 ลบ อ่านงานเขียนของน้องชลแล้ว พี่ว่าเขียนดีทีเดียวแหละจ้ะ เพราะฉะนั้น อย่าท้อถอยสำหรับงานเขียนวิทยานิพนธ์นะจ้ะ พี่เชื่อว่าน้องชลทำได้ แล้วจะทำได้ดีด้วย ทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตของเรา ขอให้เราทำให้ดีที่สุด ตั้งใจที่สุด แล้วเราจะไม่มีวันเสียใจเพราะเราได้ทำมันอย่างเต็มที่แล้ว ความสุข ความทุกข์ ดีใจ หรือ เสียใจ เราต่างหากที่เป็นผู้กำหนดมันด้วยใจของเราเอง เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้ใคร หรืออะไรมาบั่นทอนกำลังใจ และความตั้งใจของเราได้ น้องชลเป็นเด็กดี น่ารัก มีน้ำใจ และมีความมุ่งมั่น จงเชื่อมั่นในความดี ความตั้งใจของตัวเองที่มีอยู่นะจ้ะ น้องชลได้เรียนอยู่ที่สถาบันที่สร้างคนให้มีคุณธรรม สอนให้เรารักประชาชน และมีอาจารย์แหววเป็น Model ที่งดงามอยู่ข้าง ๆ อยู่แล้ว สำหรับพี่เองก็จะช่วยเป็นกำลังใจให้น้องชลเสมอจ้ะ
ธารารัตน์ อดีตคนไร้รัฐ เมื่อ อ. 18 มิ.ย. 2549 @ 10:09 จาก 202.47.247.135 ลบ เริ่มต้นดี ก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งนะ ...... ขอให้มุ่งมั่นสู่ ความตั้งใจนะคะ คนมากมายรอคอยตอนจบอยู่นะ เพื่อแสดงความยินดีมากกว่านี้คะ .....เมื่องานจบอย่าง สมบูรณ์ เราก็จะได้ชื่นใจกับผลงานและ จะหายเหนื่อย และเป็นสุขคะ ........ สายตามองไว้ที่ตอนจบนะ ...คน อีกมากมายรอคอยชลอยู่เช่นกันคะ.......999999
ข้อคิดเห็นโดย kwanjai suchartpongkul เมื่อ จ. 19 มิ.ย. 2549 @ 17:25 จาก 58.9.99.89 ลบ ขอให้อดทน(สุดๆ)และมีวินัยในการทำงานนะจ้ะ เอาใจช่วยจ้ะ
Pun C. เมื่อ จ. 19 มิ.ย. 2549 @ 17:32 จาก 58.9.99.89 ลบ สู้ว้อยยย...
ข้อคิดเห็นโดย จ๊อบ เมื่อ พฤ. 22 มิ.ย. 2549 @ 02:29 จาก 203.153.174.40 ลบ มาเจิมกระทู้เเละมาเเสดงความยินดีด้วย ที่จริงชลเขียนหนังสือได้นี่หว่า กั๊กๆ ไว้ทำไม สู้ต่อไปนะชล
ช่วงนี้กำลังพยายามจัดระบบบล็อกตัวเองใหม่ เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาโดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากความไร้รัฐไร้สัญชาติ บันทึกนี้เป็นบันทึกแรกในโกทูโน ที่เขียน แมคนเข้ามาให้กำลังใจเพียบเลย ขอบคุณทุกคนนะคะ ชลเองค่า