งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 60 ที่จังหวัดอุดรธานี   เมื่อวันที่ 24-26 ธันวาคม 2553 ของปีเก่าที่ผ่านมานั้น มีอีกหลายอย่างที่ดิฉันยังไม่ได้นำเสนอ และดูเสมือนว่า การไปร่วมงานครั้งนี้ ยังมีนัยที่สำคัญต่อการเรียน การสอน ที่เรียกว่า “ความรู้นอกตำรา” ที่เด็กๆสามารถใฝ่หาได้ด้วยตัวเอง

            ดิฉันนำนักเรียนไปร่วมกิจกรรมทุกครั้งมักจะให้ได้นักเรียนแสดงออกซึ่งความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนที่ต้องรับผิดชอบเอง และส่วนที่เด็กต้องแสวงหา ก็นักเรียนไม่ผิดหวังในประเด็นนี้นะคะ เพราะว่านักเรียนได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ในการอธิบายผลงานภายในบู๊ทของตัวเองได้ดีมาก การออกมาต้อนรับท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมก็ทำได้ดี ช่วงที่ต้อนรับท่านประธานในพิธีที่เยี่ยมชมบู๊ท นักเรียนก็ต้อนรับเอง อีกทั้งยังได้เดินชมตามบู๊ทต่างอีกด้วย

            แต่สิ่งที่ดิฉันจะนำเสนอในบันทึกนี้ ถือว่าเป็นเป็นทึกแรกของปี 2554 ดิฉันตั้งใจให้เป็นบันทึกแห่งความสมานฉันท์ต้อนรับปีใหม่นี้ด้วย จริงๆแล้วแนวคิดในเรื่องของโรงเรียนสมานฉันท์นั้น ท่านผู้อำนวยการประพันธ์  ทักษิโณ ท่านมีแนวอยู่แล้ว ท่านได้ปรึกษากับดิฉันในเรื่องนี้ว่าท่านอยากทำให้เป็นโรงเรียนสมานฉันท์ ด้วยเหตุว่า โรงเรียนร่องคำ เป็นโรงเรียนในภาคอีสานเป็นถิ่นที่ไม่มีมุสลิมอาศัยอยู่เลย  หากเป็นโรงเรียนที่ภาคใต้ ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดที่มีมุสลิมอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก มันก็ไม่แปลกอะไร ฉะนั้นโรงเรียนร่องคำ ที่มีครูกว่า 100 คน นักเรียนมากกว่า 2,000 คน อยู่ท่ามกลางชุมชนที่ไม่ใช่มุสลิม มีดิฉันเป็นครูมุสลิมสอนอยู่เพียง 1 คน มีความรักความสามัคคี ไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ทำงานร่วมกับทุกคนได้ดี ร่วมทั้งผู้บริหารในทุกระดับ และปัจจุบันที่โรงเรียนก็มีนักเรียนมุสลิม 1 คน เป็นนักเรียนเพียงหนึ่งเดียว ที่เข้ากันได้ดีกับคุณครู และเพื่อนๆทุกคน

            งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 60 ที่จังหวัดอุดรธานี ที่ผ่านมานั้น  ดิฉันได้มีโอกาสนำนักเรียนไปรับประทานอาหาร ที่เพื่อนมุสลิมที่อยู่ใน จ.อุดรธานี เลี้ยงในมื้อที่จะกลับ...ที่ จ.อุดรฯมีมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง มูลนิธิเพื่อการศึกษา และพัฒนามุสลิมอีสาน ของ ดร.ปรีดา  ประพฤติชอบก็อยู่ที่นี่ ซึ่งในวันแรกดิฉันก็ไปทานอาหารมื้อแรกที่มูลนิธิฯมีคุณอามีนะฮ์ สะมาเด๊ะ ต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีป้าซัลมา กุ๊กนานาชาติ มาทำอาหารอีสานให้รับประทาน ตรงนี้ดิฉันได้รู้จักกับคุณลุงอามานอีกท่านหนึ่ง ป้าซัลมาก็คือภรรยาของท่าน

 ...วันสุดท้ายก่อนจะกลับ ดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยม อ.ภควรรณ(ฮามีดะฮ์)  อ่อนคำ จากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี ท่านสอนที่คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตรงนี้เป็นสถานที่แข่งขันแอบิค ซึ่งท่านก็เป็นเจ้าภาพอยู่ตรงนั้น จากนั้นก็ไปที่บ้านของ ลุงอามาน...ป้าซัลมาไปทำงานที่ซาอุดิอารเบีย กว่า 20 ปีจึงได้เรียนรู้วัฒนธรรมทั้งของอาหรับ และอิสลามเป็นอย่างดี เรื่องอาหารอาหรับและการจัดสำรับแบบประเพณีอาหรับ ต้องบอกว่าระดับเซียน ประมาณว่าคนอาหรับมาอีสานงง แบบไปไม่เป็นเลยละ...

           ที่บ้านของลุงอามานและป้าซัลมานี้เอง ดิฉันได้นำนักเรียนทั้ง 5 คน มาทานอาหารตามความต้องการของทั้งสองท่าน โชคดีมากที่นักเรียนได้มีโอกาสพบกับคุณอามีนะฮ์และครูสอนศาสนาของมูลนิธิฯชื่อครูอับดุลเลาะฮ์ เป็นชาวเบตง จ.ยะลา  นักเรียนทั้ง 5 คนนับถือพุทธศาสนา เจ้าภาพเป็นมุสลิม ความสมานฉันท์เกิดขึ้น ณ.ตรงนี้อย่างน่าอบอุ่นยิ่ง นักเรียนสามารถเรียนรู้ ในเรื่องต่างวัฒนธรรม ได้อย่างลงตัว ดิฉันถือว่าสิ่งที่ท่านผู้อำนวยการอยากให้เกิดขึ้น นักเรียนได้ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

           ในขณะที่ทางภาคใต้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ซึ่งสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนให้กับภาพลักษณ์ของมุสลิมโดยทั่วไป แต่ที่ภาคอีสานมีภาพแห่งความสมานฉันท์เกิดขึ้นอย่างน่าประทับใจ

          ดิฉันขอนำภาพแห่งความสมานฉันท์นั้นมาให้ทุกท่านได้ชมค่ะ

ไปเยี่ยมชมบู๊ทอื่นๆ

ขอหล่อแบบเดี่ยวๆ

อ.ภควรรณ  อ่อนคำ

 

สบู่นมแพะอาร์เคของโรงเรียนคือของฝากที่มีค่าค่ะ

 

คุณอามีนะฮ์ ลงมือสับเองค่ะ

 

ครูอับดุลเลาะฮ์ก็ลงมือเองเช่นกัน

 

บรรยากาสมื้อสมานฉันท์

 

ครูอับดุลเลาะฮ์ "มากันนาซิ"(กินข้าว)กับน้องๆ

 

กินไปคุยไป

 

ได้ภาษายาวีหลายคำ

อย่างน้อยได้"มากันนาซิ"มาหนึ่งคำ ไม่อดข้าวแล้ว

ได้ยินแว่วๆว่าจะไปเที่ยวเบตงกันแล้ว...

 

เป็นมื้อที่อบอุ่นมาก

ป้าซัลมา(ซ้ายสุด)ป้าอามีนะฮ์(กลาง)นำนักเรียนไปดูวิธีการชงชาเพื่อต้อนรับแขกแบบอาหรับ

 

สอนวิธีการยกชา

 

ให้นักเรียนรินชา

 

เพื่อเสริฟให้แขกที่มาเยียน

 

เหตุการณ์นี้สมมุติให้ลุงอามาน ป้าซัลมา ป้าอามีนะฮ์ และดิฉัน เป็นผู้มาเยี่ยมเยียน ซึ่งนักเรียนทำได้ดีมาก นี่คือตำรานอกห้องเรียน

 

ลุงอามานดื่มชาที่นักเรีนเสริฟให้ด้วยความยินดี ถึงกับน้ำตาซึมเลยค่ะ

 

(ภาพบน-ล่าง)ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรม

 

(ภาพบน-ล่าง)นักเรียนสามารถเรียนรู้การอยู่ร่วมสังคมได้เร็วมาก ช่วยเก็บและล้างโดยที่ไม่ต้องบอกเลย ครูเลยปลื้มมากๆ

 

แน่นอนค่ะ สิ่งที่นักเรียนได้มอบเป็นการตอบแทนน้ำใจคือสบู่นมแพะอาร์เคของโรงเรียน

จากขวา-ป้าซัลมา ลุงอามาน (บ้านอยู่ไม่ไกลจากทุ่งศรีเมือง) และป้าอามีนะฮ์ ในภาพกำลังรับมอบสบู่นมแพะอาร์เค สินค้าคุณภาพ(ผู้ใช้บอกค่ะ)