เมื่อวานข้าพเจ้าให้พี่นางไปถามเอายาผู้ป่วยให้ที่ห้องยา แต่ได้รับการบอกว่าได้คืนยาไปแล้ว เนื่องจากว่าเลยเวลามารับยาหากว่าไม่มารับเกินหกทุ่มเขาจะคืนยาเข้าสต๊อก ...และเภสัชกรยังฝากเอกสารมาให้ข้าพเจ้าได้ดูซึ่งเป็นมาตรฐานทางคุณภาพที่ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
ข้าพเจ้าไม่ได้สนใจดู...เพราะนี่เป็นสิ่งที่ "คน"ร่างขึ้นมา แต่ข้าพเจ้าสนใจเพียงว่าเราจะหาแนวทางช่วยเหลือแก้ไขให้คนไข้ได้อย่างไรที่จะไม่เป็นความซับซ้อนหรือยุ่งยาก ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่า "กระบวนการพัฒนาคุณภาพพึงเป็นกระบวนการที่เรียบง่ายหากแต่ได้ประโยชน์สูงสุด"... ข้าพเจ้าจึงเอ่ยถามน้องเภสัชฯในเชิงหารือว่า...
"เรามีหนทางอย่างไรที่จะแก้ไขหรือช่วยเหลือคนไข้ได้บ้าง โดยที่คนไข้ไม่ต้องกลับมาโรงพยาบาลเพื่อมาให้หมอสั่งยาให้ใหม่"...
เภสัชกรตอบข้าพเจ้าว่าไม่มี ต้องให้ผู้ป่วยมาตรวจใหม่และหมอสั่งยาให้ใหม่ ...
ข้าพเจ้าก็เลยถามว่า "หนทางที่ไม่ซับซ้อนและไม่ยุ่งยากมีไหม ...ประมาณว่าทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย" น้องเภสัชฯ บอกว่าไม่มีให้ข้าพเจ้าคุยกับหัวหน้า ซึ่งข้าพเจ้าก็ยินดีที่จะคุยด้วย...พอบอกว่าเราจะขอคุยกับหัวหน้า น้องเภสัชฯ ก็บอกว่า วันนี้หัวหน้างานลา...อ้าว ... เป็นงั้นไป
ในหัวของข้าพเจ้าตอนนั้นก็หมุนติ้วๆ จะทำอย่างไรดีที่หนึ่งจะต้องไม่ขัดแย้ง สองไม่ต้องตามผู้ป่วยมาพบแพทย์... ==> ข้าพเจ้าบอกให้พี่นางไปค้นบัตรมาใหม่และมาเขียนขอยาให้ผู้ป่วยใหม่และถือไปให้แพทย์ที่พอคุยกันได้สั่งยาให้โดยที่ไม่ต้องตรวจผู้ป่วย ด้วยความที่โชคดีได้แพทย์ที่ยอมสั่งยาให้ใหม่(แพทย์ที่ไม่ได้กอดมาตราฐานจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้) ข้าพเจ้าจึงไม่ต้องไปตามผู้ป่วยมาตรวจใหม่...พอตอนเย็นข้าพเจ้าจึงขับรถเอายาไปให้ผู้ป่วยที่บ้าน...
แต่เรื่องราวที่ได้สนทนากับน้องเภสัชฯ ทำให้ข้าพเจ้าได้ครุ่นคิดว่า ณ ตอนนี้โรงพยาบาลมุ่งทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพอย่างมากเพื่อให้ได้ผ่านการรับรอง แต่...บรรยากาศขององค์กรกลับผกผันกับกิจกรรมที่ทำ คนทำงานไม่มีความสุข ความคำนึงถึงผู้รับบริการมีน้อยลง แต่ความมุ่งในมาตรฐานและความซับซ้อนยุ่งยากในการงานมีมากขึ้น...
สภาวะเช่นนี้...ใช่สภาวะแห่งคุณภาพที่แท้จริงหรือ?
แต่ก็สภาวะเช่นนี้แหละที่เห็นได้ทั้วไปในองค์กรที่ผ่านการรับรองคุณภาพบริการ ว่าเป็นสถานบริการที่มีคุณภาพแต่ไปแต่ละที่ไม่เคยที่จะสัมผัสสภาวะแห่งความเกื้อกูลและกรุณาได้เลย...
เรากำลังรับรองอะไรกันอยู่เหรอนี่?...
๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓
เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยค่ะ อาการ งงๆ กังวล สงสัย อึดอัด จะเกิดกับเราเมื่อไปใช้บริการ
คะ หลาย รพ.เป็นอย่างนี้ พวกเราชาว รพ.ควรคิดถึงเป้าหมายที่แท้จริงในการพัฒนาก่อน แล้วค่อยหวังผ่าน ไม่ผ่าน และเราควรเป็นตัวเราให้มาก อยากเสนอวัฒนธรรมที่นอกจากการเรียนรู้ วัฒนธรรมความปลอดภัย เราควรเสริมด้วยวัฒนธรรมแห่งความเมตตา จะดีสุด ๆคะ จากQMRหน้าใหม่
ติดตามอ่านของ ดร.กระปุ๋มมานานแล้วคะ..อ่านเรื่องนี้แล้ว รู้ว่าครั้งนี้ happy ด้วยที่แก้ปัญหาได้ แต่ไม่รู้ว่าจะมีคนไข้อีกกี่คนที่จะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ....อยากรู้ ตอนต่อไปจังเลยคะ ว่าอาจารย์ใช้กุศลโลบายอย่างไร ในการปรับกระบวนการทำงาน....เอาใจช่วยคะ