...เมื่อไปถึง..โลกของผู้สร้าง..ก่อนตะวันตกดิน..เข้าไปในถ้ำ..ซึ่งตามคำบอกเล่าของชาวบ้านที่คุณยาย"นิด"เป็นผู้ฟังและเล่าต่อมา..ว่า ชาวบ้านไปเดินหาของป่ามาพบถ้ำนี้และได้เห็นหลังหมีไวๆ...เวลาที่เปลี่ยนผันไปเหมือน"ภาษา" จนกลายมาเป็นถ้ำ "รังหมี"จนจวบจนทุกวันนี้ ในถ้ำมีพระนอนองค์ใหญ่เกือบคับถ้ำ..ที่ธรรมชาติสร้าง..
...คืนนั้นพระจันทร์ สีแดงคล้ำ ..ลอยเหนือหมอกขาวหม่นเทา..สะท้อนแสงสลัวๆลงน้ำความมืดบดบังทุ่งข้าว ทิวเขา ด้วยความมืดมิด...(คงจะเหมือน จิตใจที่หม่นหมอง มองหาความสว่าง)...กระท่อมริมคูน้ำ..ตะคุ่มอยู่ในความมืด...จันทร์นั้นลอยสูงขึ้น..พ้นกลุ่มหมอก..ทอแสงเจิดจ้า...นุ่มนวล..ไม่ร้อนแรงดังแสงอาทิตย์..นกร้องก้อง วังเวง..แว่วแว่วดุเหว่าเสียงหวาน....(คืนนี้ไม่มีเสียงรถยนต์ที่ดังกระหึ่มเหมือนอย่างเคย...ในหูยายธี).....
...ท่ามกลางแสงจันทร์ .ข้างแรมต้นๆ..แสงนวลส่องให้เห็นทุ่งข้าวที่ถูกเก็บเกี่ยวไปแล้ว..ได้รางๆต้นไม้มองเห็นดำตะคุ่มๆ ..ยืนโดดเดี่ยวอยู่ใต้แสงจันทร์...ต้นไม้ต้นนั้นคงไม่..อาย..ที่โดนจันทร์..จูบ...
..ในโลกของผู้สร้าง ธรรมชาติ แลผู้อยู่อาศัย....พิษณุโลกกับวัดถ้ำรังหมี...ที่ยายธีได้สัมผัส.....