เล่นกับเงา

คนนอกจากจะมีร่างกายเป็นธาตุ ยังมีสิ่งที่อยู่ควบคู่กัน นั้นคือวิญญาณ หรือบางทีก็เรียกว่าเงาตามตัว มีเรื่องราวกล่าวขานเกี่ยวกับเงาใว้หลายแง่มุม

      ก่อน พ.ศ. 2525 บ้านผมยังไม่มีไฟฟ้าใช้ดั้งนั้นจึงต้อง ตะเีกียง เพื่อให้แสงสว่างในยามมืดค่ำ สมัยนั้นผมยังเด็กแต่พอจำเรื่องราวไ้ด้บ้าง ตอนนั้นแถวบ้านจะมีไม่กี่ครัวเรือนอยู่ห่างๆกัน แต่ละบ้านจะมีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเต็มไปหมด ทั้งไม้ยืนต้นที่มีอยู่เดิมต้นใหญ่ 2 คนโอบ ผลไม้พืนเมืองที่เว้นไว้ กำชำ หว้า ลาน และปลูกเพิ่มเติม มะพร้าว มะปราง มะปริง  ละมุด หยี  เงาะ ส้มโอ ส้มแป้นเกลี้ยง ฯลฯ พืชผัก สมุนไพรขึ้นเต็มไปหมด แทบไม่มีี่ว่าง ริมรั่วจะนิยมปลูกไผ่ ต้นหนามเตย(สานเสื่อ) หลังบ้านของแต่ละบ้านส่วนใหญ่จะมีทางน้ำใหล หรือเรียกว่ามาบ จะนิยมปลูก ต้นสาคู (ทำจากมุงหลังคา)ใว้เป็นแนวรั้วบ้าน มาบจะมีพื้นที่กว้าง ตอนช่วงฤดูทำนาบางบ้านจะทำนาในมาบ ใช้วัวใช้ควายไถนา ในมาบ  จะมีสัตว์น้ำเต็มไปหมด กุ้ง หอย ปู ปลาช่อนลำตัวเท่าต้นหมาก ปลาดุกด้าง ดุกเนื้ออ่่อน ปลาหมอ ฯลฯ ในป่าสาคูจะเป็นที่ซับน้ำ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ แหล่งพืชผักนานานิด ต้นคล้า(เย็บจาก สานเสื่อ)ขึ้นปะปนกันในป่าสาคู บ้านไหนที่ขุดบ่อน้ำใว้ไกล้ต้นสาคูู น้ำจะไม่แห้งตลอดทั้งปีแม้จะขุดเพียงไม่กี่เมตร น้ำในบ่อจะเย็น ยิ่งตอนเที่ยงแดดร้อนจัดได้ตักน้ำในบ่อกับ หมาโอน(ภาชนะทำใว้ตักน้ำ) ดื่มจะได้รสชาติชุ่มคอชื่นใจ ขึ้นนอนบนขนำตากลมใกล้ๆ ป่าสาคู มันช่างสุขอุรา  ในหมู่บ้านตอนนั้นบรรยากาศช่างเงียบสงบ ไม่มีเสียงรถ เครื่องเสียงที่ดังกระหึ่ม เสียงสิ่งก่อสร้าง เสียงจอแจของผู้คนจำนวนมาก มีบ้างก็เสียนกร้อง เสียงกบ เสียงเขียด เสียงหริ่งเรไรตอนใกล้ค่ำ ตอนเย็นๆ ก่อไฟกลางโล่งแจ้ง หากะลามาตีกระทบกันจะมี ตัวยาดบินมาตามเสียงกะลาเคาะ มืดหน่อยก็ขึ้นบ้านติดตะเกียงเป็นแสงสว่าง แสงตะเกียงกระทบตัวสะท้อนแสงไปยังฝาผนังบ้านถึงเวลาเล่นกับเงา