ที่พึ่งสุดท้าย
“ ยามแก่เฒ่าหวังเจ้าเฝ้ารับใช้ ยามป่วยไข้หวังเจ้าเฝ้ารักษา เมื่อถึงยามต้องตายวายชีวา หวังลูกช่วยปิดตา....คราสิ้นใจ” หลายคนคงคุ้นเคยกับบทกลอนข้างต้นและคงไม่ปฏิเสธว่า ลูกน้อยที่คุณเฝ้าฟูมฟักและรักดั่งแก้วตาดวงใจนั้น คือที่พึ่งสุดท้ายในบั้นปลายชีวิต แต่รู้ไหมสิ่งที่เกิดขึ้นกับตายายชราที่ฉันรู้จักทั้งสอง...ช่างน่าสงสารจับใจ
ท่ามกลางแสงแดดที่แผดจ้าของดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันนั้น บนถนนเบื้องหน้า..หญิงชรา รูปร่างผอมบาง กำลังเดินย่ำอยู่บนถนนด้วยเท้าอันว่างเปล่า นอกจากเสื้อและผ้าถุงเก่าๆที่สวมปกปิดบนร่างกายแล้วไม่มีวัตถุใดๆที่จะกั้นแสงแดดที่กำลังแผดเผาจากแสงอาทิตย์นั้นเลย....ฉันสงสัยในใจว่า ทำไมยายมาเดินตากแดด รองเท้าไม่ใส่ ไม่ร้อนหรืออย่างไร..ในระหว่างนั้นยายชราก็เดินแวะเข้ามาพร้อมกับร้องถามด้วยเสียงสั่นเครือและแหบแห้ง “เห็นอีมุกมาทางนี้หรือเปล่า” “จะเห็นได้ยังไงล่ะ ก็อีมุกมันตายไปตั้งนานแล้ว มาถามหาอยู่ได้ไป..ไป..กลับบ้านไปซะมันร้อน” เสียงร้องตอบไปด้วยความรู้สึกรำคาญของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านใกล้ๆที่ฉันนั่ง หญิงชรารีบเดินจากไปพร้อมๆกับเสียงรำพึงกับตัวเองเบาๆแต่จับใจความไม่ได้ เหตุการณ์นั้นก่อเกิดข้อสงสัยหลายอย่าง ดังนั้นฉันจึงไม่ยอมที่จะเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ ฉันไถ่ถามข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านจึงได้ข้อมูลว่า....ยายชราคนนั้นชื่อยายบัว สามีของแกก็ชื่อบัวเหมือนกัน ทุกวันนี้อยู่กันสองยายตา เพราะว่าลูกของแกทั้งสองคนเสียชีวิตไปหมดแล้ว
หากจะพูดถึงความทุกข์ยากลำบาก คงไม่มีใครเกินยายบัวเสียแล้วในวันนี้ เพราะวันแรกที่ฉันได้ไปเยี่ยมที่บ้าน ความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อยายบัวยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าทวีคูณ เมื่อได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ขัดสน ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก สภาพบ้านของยายบัวเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ฝาบ้านล้อมรอบด้วยไม้เก่าๆและสังกะสีบางส่วน ไม่มีหน้าต่างให้ระบายอากาศ บันไดขึ้นบ้านค่อนข้างสูงชันนั้นขาดการซ่อมแซม ใต้ถุนบ้านก็ระเกะระกะไปด้วยกองไม้ และกองฟืน..และโอ่งน้ำที่แตกบ้างไม่แตกบ้างตั้งอยู่เรียงราย..
นำภาพวัดมาอำนวยพรปีใหม่ให้คุณพระคุ้มครองครับ
ขอขอบพระคุณในความกรุณา และขอให้พรนั้นกลับคืนสู่ท่านด้วยค่ะ
อือ เนื้อหาดีนะคะ
ขอบคุณ..ที่ชม..เป็นกำลังใจของคนรากหญ้าได้ดีทีเดียวค่ะ
เข้ามาเยี่ยมชมครับ
เป็นกำลังให้ Facilator กลุ่ม 7 หนองหาน กู่แก้ว
พึ่งจะได้เคยสัมผัส FA เก่ง และดี ที่อยู่ รพ.
เทพมั่กๆๆ
หากมีโอกาส หวังว่าคงได้เรียนรู้ จากอาจารย์ อีกครัีบ
ขอบคุุณที่แวะมา หวังว่าจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานต่อนะคะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์อึ่ง
หากวันนี้ไม่ได้ย้ายมาทำงานที่ จ.อุดรธานี คิดว่า คงไม่มีโอกาสได้พบคนที่มีคุณภาพเช่นอาจารย์อึ่ง
ได้พบอาจารย์เป็นครั้งที่สอง ทำให้มีพลังมากยิ่งขึ้น เพราะที่อาจารย์ให้ความรู้ไว้ในห้องเรียนนั้น
ได้ถูกขยายความและเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นในวันนี้ นี่คือ R2R ที่สามารถจับต้องได้
หวังว่าหิ่งห้อยตัวน้อยๆ คงจะแพร่พันธุ์ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ชาวบ้านของพวกเราคงได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพตลอดไป
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย..ดีใจที่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์คนสำคัญที่มุ่งมั่นอีกคน..หวังไว้ว่าคงจะมาเป็น"เพื่อนหิ่งห้อย"ตัวน้อยๆและช่วยกัน"เปล่งแสง"ส่องสว่างกลางใจประชาชน...ไปด้วยกันนะคะ