ช่วงชีวิตของคนเรามีกันคนละ 1,000 เดือนเท่านั้นเอง...
1. ช่วงแรก 250 เดือน คือ ช่วงวัยเด็ก
หน้าที่คือ เรียนหนังสือ....ซึ่งต้องใช้เงิน
2. ช่วงที่สอง 500 เดือน คือ ช่วงวัยผู้ใหญ่ วัยหนุ่ม วัยสาว
หน้าที่คือ ทำงาน หาเงิน....เก็บเงินและใช้เงิน
3. ช่วงสุดท้าย 250 เดือน คือ ช่วงวัยเกษียณ
ควรพักผ่อนอยู่อย่างสบาย....ซึ่งต้อง....ใช้เงิน
มีเพียงช่วงที่สองเท่านั้น คือช่วงทำงานที่สามารถเก็บเงินได้ ทั้งๆ ที่เป็นช่วงที่แบกรับภาระมากที่สุด เป็นช่วงที่ก่อร่างสร้างตัว สร้างครอบครัว (ช่วงอายุ 20-60 ปี = 40 ปี) ดังนั้น คนในช่วงนี้จึงต้องเก็บเงินระยะยาว 20 ปี เพื่ออนาคตทางการศึกษาของลูก จากชั้นอนุบาล กระทั่งจบปริญญาตรี และต้องเก็บเงินระยะยาวอีก 20 ปี เพื่อเตรียมไว้ให้ตัวเองยามเกษียณอายุ มิฉะนั้นคงจะลำบากน่าดูถ้าต้องทำงานอยู่อีกในวัยผู้สูงอายุ
เก้าอี้สามขา...องค์ประกอบในการหารายได้
ขาที่หนึ่ง....ความสามารถ...ยังคงอยู่ตลอด แต่หาก...สะดุดหยุดลงล่ะ !!
ขาที่สอง....เวลา หาก...หมดเร็วไปล่ะ !! หรือ หาก...อยู่นานไปล่ะ !!
ขาที่สาม....สุขภาพ ต้องแข็งแรง แต่หาก...เจ็บป่วยหนักขึ้นมาล่ะ !!
- ครอบครัวส่วนใหญ่มีรายได้มาจากทางเดียว เช่น ทำงานกินเงินเดือน หรือค้าขายมีกำไร
- บางครอบครัวสามีอาจหารายได้คนเดียว หรือเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
- เป็นไปได้ไหมที่ภัยชีวิตอาจจะเกิดขึ้น ทำให้รายได้สะดุดหยุดลง แต่รายได้ยังคงอยู่หรือเพิ่มขึ้น
- เงินฝากธนาคารก็ยังไม่มากพอ หลักทรัพย์ บ้าน รถ ที่ดิน ก็ยังผ่อนอยู่...แล้วใครจะรับผิดชอบภาระเหล่านี้?
กรมธรรม์ประกันชีวิต จึงเป็น...ขาที่สี่....มีไว้เพื่อบรรเทาหากเกิดความเดือดร้อนขึ้น
สรุปประกันชีวิตคือ...
- เมื่อคุณเจ็บ..เราช่วย
- เมื่อคุณป่วย..เราให้
- เมื่อคุณตาย..เราจ่าย
- เมื่อคุณสบาย..เราคืนเงินให้คุณ
- หากคุณอายุยืน หรือพิการ เราเลี้ยงดูให้
"คุณเห็นด้วยไหมว่า มีกรมธรรม์ไว้ในครอบครอง เหมือนมีเงินสดสำรองไว้ในครอบครัว"