เนื้อหาตั๋วเงิน

ตั๋วเงินปิดคอร์สอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว

เป็นครั้งที่สองที่พวกเราได้เรียนกับท่านอาจารย์ ยศ นาคะเกศ แห่ง ม.กรุงเทพฯ

(นายจุ่น กับน้องเปิ้ลเป็นศิษย์ เก่า ม.กรุงเทพฯ)

ท่านต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ เและฝากความประทับใจในการเรียนกับท่าน และเป็นขวัญใจของเราด้วยหล่ะ รับรองเรียนกับอาจารย์ สนุกได้ความรู้(สอบผ่านไม่ผ่าน อยู่ที่ตัวเราเเล้ว)

 

วันนี้เอาข้อสรุปมาตราต่างๆที่เกี่ยวข้องในวิชาตั๋วเงินทั้ง 51 ข้อ ที่อาจารย์สรุปไว้มาแบ่งปันค่ะ

1ลักษณะทั่วไปของตั๋วเงิน
  1. ตั๋วเงินเป็นสัญญา
  2. ตั๋วเงินเป็นตราสาร
  3. ตั๋วเงินมีวัตถุแห่งนี้เป็นการชำระเงิน
  4. ตั๋วเงินเป็นตราสารเปลี่ยนมือได้
  5. ตั๋วเงิน ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่
  6. ตั๋วเงินมีคู่สัญญาหลายฝ่าย
ประเภทของตั๋วเงิน ม.898
ตาม ป.พ.พ มี 3 ประเภท คือ
ตั๋วแลกเงิน (ผู้เกี่ยวข้อง คือ ผู้สั่งจ่าย-ผู้จ่าย-ผู้รับเงิน)
ตั๋วสัญญาใช้เงิน (ผู้เกี่ยวข้อง คือ ผู้ออกตั๋ว-ผู้รับเงิน)
เช็ค (ผู้เกี่ยวข้อง คือ ผู้สั่งจ่าย-ธนาคาร/ผู้จ่าย-ผู้รับเงิน)
2. ตั๋วเงินแต่ละประเภทก็ต้องมีรายการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน
- ตั๋วแลกเงิน ( ม.909 )
-ตั๋วสัญญาใช้เงิน ( ม.983 )
-เช็ค ( ม.988 )
มาตรา 898 อันตั๋วเงินตามความหมายแห่งประมวลกฎหมาย นี้มีสามประเภท ๆ หนึ่งคือ ตั๋วแลกเงิน ประเภทหนึ่งคือ ตั๋วสัญญา ใช้เงิน ประเภทหนึ่งคือเช็ค

 

2 คู่สัญญาในตั๋วเงินคู่สัญญาในตั๋วเงิน
เจ้าหนี้: มี
ผู้ทรง : มี
ผู้ทรงตามมาตรา 904
ผู้สืบสิทธิของผู้ทรง ( ทายาทผู้รับมรดกของผู้ทรง / นิติบุคคลที่ควบกิจการกัน) ที่ไม่จำเป็นต้องมีการโอนตั๋วเงินให้กันตามกฎหมาย
อื่น ๆ นอกจากผู้ทรง : มี
คู่สัญญาในตั๋วเงินที่เข้าถือเอา และใช้เงินตามตั๋ว ตามมาตรา 969
คู่สัญญาซึ่งต้องรับผิดและถูกไล่เบี้ย หรืออยู่ในฐานะจะถูกไล่เบี้ย ที่เข้าใช้เงินแล้วเรียกให้เขาสละตั๋วให้แก่ตน ตามมาตรา 970
ผู้สลักหลังโอนตั๋วไปแล้วต่อมากลับเป็นผู้รับสลักหลังตั๋วใบนั้นอีก ตามมาตรา 971
ผู้รับอาวัลที่ได้ใช้เงินแล้ว ตามมาตรา 940 ว.3
ผู้เข้าแก้หน้าที่ใช้เงินแทนผู้ทรงไปแล้ว ตามมาตรา 958 ว. 1 ( ตาม ม.967 )
ลูกหนี้: มี
ผู้สั่งจ่าย / ผู้สลักหลังตั๋วเงิน
ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
ผู้รับรองตั๋วแลกเงิน
ผู้รับอาวัล
ผู้สอดเข้าแก้หน้า
ธนาคารผู้จดรับรู้ในเช็ค
ผู้ทรง ตามมาตรา 904

 

3 การโอนตั๋วเงิน
ปพพ. มาตรา ๙๑๗(ตั๋วเงินชนิดระบุชื่อผู้รับโอน ม917วรรคแรก)
            อัน ตั๋วแลกเงิน ทุกฉบับ ถึงแม้ว่า จะมิใช่ สั่งจ่าย ให้แก่บุคคล เพื่อเขาสั่ง ก็ตาม ท่านว่า ย่อมโอนให้กัน ได้ด้วย สลักหลัง และ ส่งมอบ
            เมื่อ ผู้สั่งจ่าย เขียนลงใน ด้านหน้า แห่ง ตั๋วแลกเงิน ว่า " เปลี่ยนมือไม่ได้ " ดั่งนี้ ก็ดี หรือ เขียนคำอื่น อันได้ความเป็น ทำนองเช่นเดียวกันนั้น ก็ดี ท่านว่า ตั๋วเงินนั้น ย่อมจะโอนให้กัน ได้แต่โดย รูปการ และ ด้วยผลอย่าง การโอนสามัญ
            อนึ่ง ตั๋วเงิน จะ สลักหลัง ให้แก่ ผู้จ่าย ก็ได้ ไม่ว่า ผู้จ่าย จะได้ รับรอง ตั๋วนั้น หรือไม่ หรือ จะสลักหลัง ให้แก่ ผู้สั่งจ่าย หรือ ให้แก่ คู่สัญญา ฝ่ายอื่นใด แห่ง ตั๋วเงินนั้น ก็ได้ ส่วนบุคคลทั้งหลาย เหล่านี้ ก็ย่อมจะ สลักหลัง ตั๋วเงินนั้น ต่อไปอีกได้
ตั๋วเงินชนิดสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ  918,921มาตรา 918 ตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น ท่านว่าย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กัน
มาตรา 921
มาตรา 921 การสลักหลังตั๋วแลกเงินซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้นย่อมเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่าย
สองมาตรานี้เป็นบทบัญญัติเรื่องตั๋วผู้ถือเราไปใช้ในเรื่องเช็คด้วยตามมาตรา 989
ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย
ปพพ. มาตรา ๙๐๔
            อัน ผู้ทรง นั้น หมายความว่า บุคคล ผู้มี ตั๋วเงิน ไว้ในครอบครอง โดยฐานเป็น ผู้รับเงิน หรือ เป็น ผู้รับ สลักหลัง ถ้าและ เป็น ตั๋วเงิน สั่งจ่ายให้แก่ ผู้ถือ ๆ ก็นับว่า เป็น ผู้ทรง เหมือนกัน
917มาตรา 917 อันตั๋วแลกเงินทุกฉบับ ถึงแม้ว่าจะมิใช่สั่งจ่ายให้แก่ บุคคลเพื่อเขาสั่งก็ตาม ท่านว่าย่อมโอนให้กันได้ด้วยสลักหลังและส่งมอบ
920มาตรา 920 อันการสลักหลังย่อมโอนไปซึ่งบรรดาสิทธิอันเกิดแต่ ตั๋วแลกเงิน
ถ้าสลักหลังลอย ผู้ทรงจะปฏิบัติดั่งกล่าวต่อไปนี้ประการหนึ่ง ประการใดก็ ได้ คือ
(1) กรอกความลงในที่ว่างด้วยเขียนชื่อของตนเอง หรือชื่อบุคคลอื่น ผู้ใดผู้หนึ่ง
(2) สลักหลังตั๋วเงินต่อไปอีกเป็นสลักหลังลอย หรือสลักหลังให้ แก่บุคคลอื่นผู้ใดผู้หนึ่ง
(3) โอนตั๋วเงินนั้นให้ไปแก่บุคคลภายนอก โดยไม่กรอกความลง ในที่ว่าง และไม่สลักหลังอย่างหนึ่งอย่างใด
905 วรรคแรก ปพพ. มาตรา ๙๐๕
            ภายในบังคับ แห่ง บทบัญญัติ มาตรา ๑๐๐๘ บุคคล ผู้ได้ ตั๋วเงิน ไว้ในครอบครอง ถ้า แสดงให้ปรากฏสิทธิ ด้วย การสลักหลัง ไม่ขาดสาย แม้ถึงว่า การสลักหลัง รายที่สุด จะเป็น สลักหลังลอย ก็ตาม ท่านให้ถือว่า เป็น ผู้ทรง โดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อใด รายการสลักหลังลอย มี สลักหลัง รายอื่น ตามหลังไปอีก ท่านให้ถือว่า บุคคล ผู้ที่ ลงลายมือชื่อ ในการสลักหลัง รายที่สุดนั้น เป็นผู้ได้ไป ซึ่ง ตั๋วเงิน ด้วยการ สลักหลังลอย อนึ่ง คำสลักหลัง เมื่อ ขีดฆ่าเสียแล้ว ท่านให้ถือเสมือนว่า มิได้มีเลย
ประกอบกับ 919ปพพ. มาตรา ๙๑๙
            คำสลักหลังนั้น ต้องเขียนลงใน ตั๋วแลกเงิน หรือ ใบประจำต่อ และ ต้อง ลงลายมือชื่อ ผู้สลักหลัง
            การสลักหลัง ย่อมสมบูรณ์ แม้ทั้ง มิได้ระบุชื่อ ผู้รับประโยชน์ไว้ด้วย หรือแม้ ผู้สลักหลัง จะมิได้กระทำอะไร ยิ่งไปกว่า ลงลายมือชื่อ ของตน ที่ด้านหลัง ตั๋วแลกเงิน หรือ ที่ ใบประจำต่อ ก็ย่อมฟัง เป็นสมบูรณ์ ดุจกัน การสลักหลัง เช่นนี้ ท่านเรียกว่า " สลักหลังลอย "
สิทธิทั้งหลายอันเกิดจากตั๋วเงิน
ม.920วรรคแรกมาตรา 920 อันการสลักหลังย่อมโอนไปซึ่งบรรดาสิทธิอันเกิดแต่ ตั๋วแลกเงิน
การสลักหลังโอนโดยมีเงื่อนไข มาตรา 922 การสลักหลังนั้นต้องให้เป็นข้อความอันปราศจากเงื่อนไข ถ้าและวางเงื่อนไขบังคับลงไว้อย่างใด ท่านให้ถือเสมือนว่าข้อเงื่อนไขนั้น มิได้เขียนลงไว้เลย
การสลักหลังแต่พียงบางส่วน มาตรา 922วรรคสุดท้ายอนึ่ง การสลักหลังโอนแต่บางส่วน ท่านว่าเป็นโมฆะ
การลงข้อกำหนดลบล้างหรือจำกัดความรับผิด การลงข้อกำหนดลดละหน้าที่ให้แก่ผู้ทรง
มาตรา 915 ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินและผู้สลักหลังคนใด ๆ ก็ดีจะจด ข้อกำหนดซึ่งจะกล่าวต่อไปนี้ลงไว้ชัดแจ้งในตั๋วนั้นก็ได้ คือ
(1) ข้อกำหนดลบล้าง หรือจำกัดความรับผิดของตนเองต่อผู้ทรง ตั๋วเงิน
(2) ข้อกำหนดยอมลดละให้แก่ผู้ทรงตั๋วเงินซึ่งหน้าที่ทั้งหลาย อันผู้ทรงจะพึงต้องมีแก่ตนบางอย่างหรือทั้งหมด
การสั่งห้ามโอนตั๋วเงิน
ผู้สั้งจ่าย มาตรา 917 วรรคสองเมื่อผู้สั่งจ่ายเขียนลงในด้านหน้าแห่งตั๋วแลกเงินว่า "เปลี่ยนมือไม่ได้" ดั่งนี้ก็ดี หรือเขียนคำอื่นอันได้ความเป็นทำนองเช่นเดียวกันนั้นก็ดี ท่านว่าตั๋วเงินนั้นย่อมจะโอนให้กันได้แต่โดยรูปการและด้วยผลอย่างการ โอนสามัญ
ผู้สลักหลัง มาตรา 923 ผู้สลักหลังคนใดระบุข้อความห้ามสลักหลังสืบไปลง ไว้แล้วผู้สลักหลังคนนั้นย่อมไม่ต้องรับผิดต่อบุคคล อันเขาสลักหลัง ตั๋วแลกเงินนั้นให้ไปในภายหลัง

 

4. การเขียนข้อความลงบนตั๋วเงิน มาตรา 899มาตรา 899 ข้อความอันใดซึ่งมิได้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมาย ลักษณะนี้ ถ้าเขียนลงในตั๋วเงิน ท่านว่าข้อความอันนั้นหาเป็นผล อย่างหนึ่งอย่างใดแก่ตั๋วเงินนั้นไม่

 

5. การลงลายมือชื่อเอาไว้ในตั๋วเงินมาตรา 900 บุคคลผู้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินย่อมจะได้รับ ผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น
ถ้าลงเพียงแต่เครื่องหมายแต่อย่างหนึ่งอย่างใด เช่น แกงได หรือ ลายพิมพ์นิ้วมือ อ้างเอาเป็นลายมือชื่อในตั๋วเงินไซร้ แม้ถึงว่าจะมี พยานลงชื่อรับรองก็ตาม ท่านว่าหาให้ผลเป็นลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน นั้นไม่

 

6. การลงลายมือชื่อในฐานะตัวแทน มาตรา 901 ถ้าบุคคลคนใดลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงิน และมิได้ เขียนแถลงว่ากระทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่งไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้น ย่อมเป็นผู้รับผิดตามความในตั๋วเงินนั้น
การลงลายมือชื่อของผู้แทนนิติกรรม  มาตรา    70วรรค สองมาตรา 70  นิติบุคคลต้องมีผู้แทนคนหนึ่งหรือหลายคน ทั้งนี้ตามที่กฎหมายข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้งจะได้กำหนดไว้
  • ความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคล
  1. กรณีลายมือชื่อของคู่สัญญาในตั๋วเงินบางคนมาสมบูรณ์ มาตรา 902 ถ้าตั๋วเงินลงลายมือชื่อของบุคคลหลายคน มีทั้งบุคคล ซึ่งไม่อาจจะเป็นคู่สัญญาแห่งตั๋วเงินนั้นได้เลย หรือเป็นได้แต่ไม่เต็มผล ไซร้ ท่านว่าการนี้ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงความรับผิดของบุคคลอื่น ๆ นอกนั้น ซึ่งคงต้องรับผิดตามตั๋วเงิน
  2. การที่ผู้ทรงผ่อนเวลาให้กับผู้จ่ายมาตรา 903 ในการใช้เงินตามตั๋วเงิน ท่านมิให้ให้วันผ่อน
มาตรา 948 ถ้าผู้ทรงตั๋วแลกเงินยอมผ่อนเวลาให้แก่ผู้จ่ายไซร้ท่านว่า ผู้ทรงสิ้นสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้เป็นคู่สัญญาคนก่อน ๆ ซึ่งมิได้ตกลงใน การผ่อนเวลานั้น
มาตรา 906 คำว่าคู่สัญญาคนก่อน ๆ นั้น รวมทั้งผู้สั่งจ่ายหรือ ผู้ออกตั๋วเงินและผู้สลักหลังคนก่อน ๆ ด้วย
  1. คุณสมบัติของผู้ทรง มาตรา 904มาตรา 904 อันผู้ทรงนั้น หมายความว่า บุคคลผู้มีตั๋วเงินไว้ใน ครอบครองโดยฐานเป็นผู้รับเงิน หรือเป็นผู้รับสลักหลัง ถ้าและเป็น ตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ๆ ก็นับว่าเป็นผู้ทรงเหมือนกัน
  2. 10.       ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฏหมาย มาตรา 905 วรรคแรก มาตรา 905 ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติ มาตรา 1008 บุคคลผู้ได้ตั๋วเงินไว้ในครอบครอง ถ้าแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลัง ไม่ขาดสาย แม้ถึงว่าการสลักหลังรายที่สุดจะเป็นสลักหลังลอยก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อใดรายการสลักหลัง ลอยมีสลักหลังรายอื่นตามหลัง ไปอีกท่านให้ถือว่าบุคคลผู้ที่ลงลายชื่อ ในการสลักหลังรายที่สุดนั้นเป็นผู้ได้ซึ่งตั๋วเงินด้วยการสลักหลังลอย อนึ่ง คำสลักหลัง เมื่อขีดฆ่าเสียแล้ว ท่านให้ถือว่าเสมือนว่ามิได้มีเลย
การขีดฆ่าคำสลักหลัง มาตรา 905วรรคแรก ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติ มาตรา 1008 บุคคลผู้ได้ตั๋วเงินไว้ในครอบครอง ถ้าแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลัง ไม่ขาดสาย แม้ถึงว่าการสลักหลังรายที่สุดจะเป็นสลักหลังลอยก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อใดรายการสลักหลัง ลอยมีสลักหลังรายอื่นตามหลัง ไปอีกท่านให้ถือว่าบุคคลผู้ที่ลงลายชื่อ ในการสลักหลังรายที่สุดนั้นเป็นผู้ได้ซึ่งตั๋วเงินด้วยการสลักหลังลอย อนึ่ง คำสลักหลัง เมื่อขีดฆ่าเสียแล้ว ท่านให้ถือว่าเสมือนว่ามิได้มีเลย
มาตรา 970วรรคท้าย ผู้สลักหลังทุกคน ซึ่ง เข้าถือเอา และ ใช้เงิน ตามตั๋วแลกเงินแล้ว จะขีดฆ่า คำสลักหลัง ของตนเอง และ ของเหล่าผู้สลักหลัง ภายหลังตนนั้นเสีย ก็ได้
การเรียกร้องเอาตั๋วเงินคืนจากผู้ทรง
ตั๋วระบุชื่อ 905 วรรคสองถ้าบุคคลผู้หนึ่งผู้ใดปราศจากตั๋วเงินไปจากครอบครอง ท่านว่าผู้ ทรงซึ่งแสดงให้ปรากฏสิทธิของตนในตั๋วตามวิธีการดั่งกล่าวมาใน วรรคก่อนนั้น หาจำต้องสลักตั๋วเงินไม่ เว้นแต่จะได้มาโดยทุจริต หรือได้มาด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ตั๋วผู้ถือ 905 วรรคท้ายอนึ่ง ข้อความในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับตลอดถึงผู้ทรงตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือด้วย

 

11.ความหมายของคำว่า คู่สัญญาคนก่อนๆ มาตรา 906
        มาตรา 906 คำว่าคู่สัญญาคนก่อน ๆ นั้น รวมทั้งผู้สั่งจ่ายหรือ ผู้ออกตั๋วเงินและผู้สลักหลังคนก่อน ๆ ด้วย

 

12.ใบประจำต่อมาตรา  907
มาตรา 907 เมื่อใดไม่มีที่ในตั๋วเงินซึ่งจะสลักหลังได้ต่อไปไซร้ ท่านอนุญาตให้เอากระดาษแผ่นหนึ่งผนึกต่อเข้ากับตั๋วเงินเรียกว่าใบ ประจำต่อนับเป็นส่วนหนึ่งแห่งตั๋วเงินนั้น
การสลักหลังในใบประจำต่อครั้งแรกต้องเขียนคาบบนตั๋วเงินเดิมบ้างบน บประจำต่อบ้าง

 

ตั๋วแลกเงิน

 

13.ความหมายของตั๋วแลกเงิน มาตรา 908
      มาตรา 908 อันว่าตั๋วแลกเงินนั้น คือหนังสือตราสาร ซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้สั่งจ่าย สั่งบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จ่ายให้ใช้เงินจำนวนหนึ่ง แก่บุคคลคนหนึ่ง หรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าผู้รับเงิน

 

14.รายการต่างๆที่ต้องมีในตั๋วแลกเงิน มาตรา 909 ,มาตรา910
 มาตรา 909 อันตั๋วแลกเงินนั้น ต้องมีรายการดั่งกล่าวต่อไปนี้ คือ
(1) คำบอกชื่อว่าเป็นตั๋วแลกเงิน
(2) คำสั่งอันปราศจากเงื่อนไขให้จ่ายเงินเป็นจำนวนแน่นอน
(3) ชื่อหรือยี่ห้อผู้จ่าย
(4) วันถึงกำหนดใช้เงิน
(5) สถานที่ใช้เงิน
(6) ชื่อหรือยี่ห้อผู้รับเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ
(7) วันและสถานที่ออกตั๋วเงิน
(8) ลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย
และมาตรา 910มาตรา 910 ตราสารอันมีรายการขาดตกบกพร่องไปจากที่ท่านระบุบัง คับไว้ใน มาตรา ก่อนนี้ ย่อมไม่สมบูรณ์เป็นตั๋วแลกเงิน เว้นแต่กรณีดั่งจะกล่าว ดังต่อไปนี้ คือ
ตั๋วแลกเงินซึ่งไม่ระบุเวลาใช้เงิน ท่านให้ถือว่าพึงใช้เงินเมื่อได้เห็น
ถ้าสถานที่ใช้เงินมิได้แถลงไว้ในตั๋วแลกเงิน ท่านให้ถือเอาภูมิลำเนาของ ผู้จ่ายเป็นสถานที่ใช้เงิน

ถ้าตั๋วแลกเงินไม่แสดงให้ปรากฏสถานที่ออกตั๋ว ท่านให้ถือว่าตั๋วเงินนั้นได้ ออก ณ ภูมิลำเนาของผู้สั่งจ่าย
ถ้ามิได้ลงวันออกตั๋ว ท่านว่าผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย คนหนึ่งคนใดทำ การโดยสุจริต จะจดวันที่ถูกต้องแท้จริงลงก็ได้

 

15 การกำหนดดอกเบี้ยลงในตั๋วเงิน มาตรา 911
     มาตรา 911 ผู้สั่งจ่ายจะเขียนข้อความกำหนดลงไว้ว่าจำนวนเงินอันจะ พึงใช้นั้นให้คิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้ และในกรณีเช่นนั้น ถ้ามิได้กล่าวลงไว้เป็น อย่างอื่น ท่านว่าดอกเบี้ยย่อมคิดแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน

 

16.บุคคลที่เกี่ยวข้องกับตั๋วแลกเงินในเบื้องต้น มาตรา .912
       มาตรา 912 อันตั๋วแลกเงินนั้นจะออกสั่งให้ใช้เงินตามคำสั่งของ ผู้สั่งจ่ายก็ได้
อนึ่ง จะสั่งจ่ายเอาจากตัวผู้สั่งจ่ายเอง หรือสั่งจ่ายเพื่อบุคคล ภายนอกก็ได้

 

17 วันที่ถึงกำหนดใช้เงิน มาตรา 913
มาตรา 913 อันวันถึงกำหนดของตั๋วแลกเงินนั้น ท่านว่าย่อมเป็น อย่างใดอย่างหนึ่งดั่งกล่าวต่อไปนี้ คือ
(1) ในวันใดวันหนึ่งที่กำหนดไว้ หรือ
(2) เมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้นับแต่วันที่ลงในตั๋วนั้น หรือ

 

18 ความผูกพันของผู้สั่งจ่าย และผู้สลักหลังมาตรา 914
มาตรา 914 บุคคลผู้สั่งจ่ายหรือสลักหลังตั๋วแลกเงินย่อมเป็นอัน สัญญาว่าเมื่อตั๋วนั้นได้นำยื่นโดยชอบแล้วจะมีผู้รับรอง และใช้เงินตาม เนื้อความแห่งตั๋วถ้าและตั๋วแลกเงินนั้นเขาไม่เชื่อถือโดยไม่ยอมรับรอง ก็ดีหรือไม่ยอมจ่ายเงินก็ดี ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังก็จะใช้เงินแก่ผู้ทรง หรือแก่ผู้สลักหลังคนหลังซึ่งต้องถูกบังคับให้ใช้เงินตามตั๋วนั้น ถ้า หากว่าได้ทำถูกต้องตามวิธีการในข้อไม่รับรองหรือไม่จ่ายเงินนั้นแล้ว
(3) เมื่อทวงถาม หรือเมื่อได้เห็น หรือ
(4) เมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้นับแต่ได้เห็น

 

19.การที่ถูกฟ้องในมูลตั๋วเงินยกข้อต่อสู้กับผู้ทรงมาตรา 916มาตรา 916 บุคคลทั้งหลายผู้ถูกฟ้องในมูลตั๋วแลกเงินหาอาจจะ ต่อสู้ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกัน เฉพาะบุคคลระหว่าง ตนกับผู้สั่งจ่ายหรือกับผู้ทรงคนก่อน ๆ นั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะ ได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล

 

20.การรับรองตั๋วแลกเงิน มาตรา 927 ,928, 931, 934 ,935, 937
  มาตรา 927 อันตั๋วแลกเงินนั้นจะนำไปยื่นแก่ผู้จ่าย ณ ที่อยู่ของผู้จ่าย เพื่อให้รับรองเมื่อไร ๆ ก็ได้ จนกว่าจะถึงเวลากำหนดใช้เงิน และผู้ทรงจะ เป็นผู้ยื่น หรือเพียงแต่ผู้ที่ได้ตั๋วนั้นไว้ในครอบครองจะเป็นผู้นำไปยื่นก็ได้
ในตั๋วแลกเงินนั้น ผู้สั่งจ่ายจะลงข้อกำหนดไว้ว่าให้นำยื่นเพื่อรับรองโดย กำหนดเวลาจำกัดไว้ให้ยื่น หรือไม่กำหนดเวลาก็ได้
ผู้สั่งจ่ายจะห้ามการนำตั๋วแลกเงินยื่นเพื่อรับรองก็ได้ เว้นแต่ในกรณีที่
เป็นตั๋วเงินอันได้ออกสั่งให้ใช้เงินเฉพาะ ณ สถานที่อื่นใดอันมิใช่ภูมิลำเนาของ ผู้จ่าย หรือได้ออกสั่งให้ใช้เงินในเวลาใดเวลาหนึ่ง นับแต่ได้เห็น
อนึ่ง ผู้สั่งจ่ายจะลงข้อกำหนดไว้ว่ายังมิให้นำตั๋วยื่นเพื่อให้รับรองก่อน ถึงกำหนดวันใดวันหนึ่งก็ได้
ผู้สลักหลังทุกคนจะลงข้อกำหนดไว้ว่า ให้นำตั๋วเงินยื่นเพื่อรับรองโดย กำหนดเวลาจำกัดไว้ให้ยื่น หรือไม่กำหนดเวลาก็ได้ เว้นแต่ผู้สั่งจ่ายจะได้ ห้ามการรับรอง
 มาตรา 928 ผู้ทรงตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินเมื่อสิ้นระยะเวลากำหนด อย่างใดอย่างหนึ่งนับแต่ได้เห็นนั้น ต้องนำตั๋วเงินยื่นเพื่อให้รับรองภายใน หกเดือนนับแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน หรือภายในเวลาช้าเร็วกว่านั้นตามแต่ ผู้สั่งจ่ายจะได้ระบุไว้
 มาตรา 929 ภายในบังคับบทบัญญัติ มาตรา 927 ผู้ทรงตั๋วแลกเงิน มีสิทธิที่จะยื่นตั๋วเงินแก่ผู้จ่ายได้ในทันใดเพื่อให้รับรอง ถ้าและเขาไม่ รับรองภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงไซร้ ผู้ทรงก็มีสิทธิที่จะคัดค้าน
 มาตรา 930 ในการยื่นตั๋วแลกเงินเพื่อให้เขารับรองนั้น ผู้ทรง ไม่จำต้องปล่อยตั๋วนั้นให้ไว้ในมือผู้จ่าย
อนึ่ง ผู้จ่ายจะเรียกให้ยื่นตั๋วแลกเงินอีกเป็นครั้งที่สองในวันรุ่งขึ้น แต่วันที่ยื่นครั้งแรกนั้นก็ได้ ท่านห้ามมิให้คู่กรณีที่มีส่วนได้เสียยกเอา การที่มีอนุวรรตน์ตามคำเรียกอันนี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ เว้นแต่การเรียก นั้นได้ระบุในคำคัดค้าน
 มาตรา 931 การรับรองนั้นพึงกระทำด้วยเขียนลงไว้ในด้านหน้า แห่งตั๋วแลกเงินเป็นถ้อยคำสำนวนว่า "รับรองแล้ว" หรือความอย่าง อื่นทำนองเช่นเดียวกันนั้น และลงลายมือชื่อของผู้จ่าย อนึ่งแต่เพียง ลายมือชื่อของผู้จ่ายลงไว้ในด้านหน้าแห่งตั๋วแลกเงิน ท่านก็จัดว่าเป็น คำรับรองแล้ว
 มาตรา 932 ตั๋วแลกเงินฉบับใดเขียนสั่งให้ใช้เงินในกำหนดระยะเวลา อย่างใดอย่างหนึ่งนับแต่วันที่ลงในตั๋วเงินนั้น แต่หากมิได้ลงวันไว้ก็ดี หรือตั๋วเงินฉบับใดสั่งให้ใช้เงินในกำหนดระยะเวลาอย่างใดอย่างหนึ่ง นับแต่ได้เห็น แต่หากคำรับรองตั๋วนั้นมิได้ลงวันไว้ก็ดี ตั๋วแลกเงิน เช่นว่ามานี้ท่านว่าผู้ทรงจะจดวันออกตั๋วหรือวันรับรองลงตามที่แท้จริง ก็ได้ แล้วพึงให้ใช้เงินตามนั้น
อนึ่ง ท่านบัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่ผู้ทรงทำการโดยสุจริตแต่ลงวัน คลาดเคลื่อนไปด้วยสำคัญผิด และในกรณีลงวันผิดทุกสถาน หากว่า ในภายหลังตั๋วเงินนั้นตกไปยังมือผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ตั๋วเงินจะเสียไปเพราะเหตุก็หาไม่ ท่านให้คงเป็นตั๋วเงินที่ใช้ได้ และ พึงใช้เงินกันเสมือนดั่งว่าวันที่ได้จดลงนั้นเป็นวันที่ถูกต้องแท้จริง
 มาตรา 933 ถ้าการรับรองมิได้ลงวัน ท่านให้ถือเอาวันสุดท้าย แห่งระยะเวลาอันกำหนดไว้เพื่อรับรองนั้นเป็นวันรับรอง
 มาตรา 934 ถ้าผู้จ่ายเขียนคำรับรองลงในตั๋วแลกเงินแล้ว แต่หาก กลับขีดฆ่าเสียก่อนตั๋วเงินนั้นหลุดพ้นไปจากมือตนไซร้ ท่านให้ถือเป็น อันว่าได้บอกปัดไม่รับรอง แต่ถ้าผู้จ่ายได้แจ้งความเป็นหนังสือไปยัง ผู้ทรง หรือคู่สัญญาฝ่ายอื่นซึ่งได้ลงนามในตั๋วเงินว่าตนรับรองตั๋วเงิน นั้นก่อนแล้วจึ่งมาขีดฆ่าคำรับรองต่อภายหลังไซร้ ท่านว่าผู้จ่ายก็คง ต้องผูกพันอยู่ตามเนื้อความที่ตนได้เขียนรับรองนั้นเอง
 มาตรา 935 อันการรับรองนั้นย่อมมีได้สองสถาน คือรับรองตลอดไป หรือรับรองเบี่ยงบ่าย
การรับรองตลอดไป คือยอมตกลงโดยไม่แก้แย้งคำสั่งของผู้สั่งจ่ายแต่ อย่างหนึ่งอย่างใดเลย
ส่วนการรับรองเบี่ยงบ่ายนั้น กล่าวเป็นเนื้อความทำผลแห่งตั๋วเงินให้ แผกไปจากที่เขียนสั่งไว้
กล่าวโดยเฉพาะก็คือว่า ถ้าคำรับรองมีเงื่อนไขก็ดี หรือรับรองแต่เพียง บางส่วนก็ดี ท่านว่าเป็นรับรองเบี่ยงบ่าย
 มาตรา 936 คำรับรองเบี่ยงบ่ายนั้น ผู้ทรงตั๋วแลกเงินจะบอกปัดเสีย ก็ได้ และถ้าไม่ได้คำรับรองอันไม่เบี่ยงบ่าย จะถือเอาตั๋วเงินนั้นเป็นอันขาด ความเชื่อถือรับรองก็ได้
ถ้าผู้ทรงรับเอาคำรับรองเบี่ยงบ่าย และผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังมิได้ให้ อำนาจแก่ผู้ทรงโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้รับเอาคำรับรองเบี่ยง บ่ายเช่นนั้นก็ดีหรือไม่ยินยอมด้วยในภายหลังก็ดี ท่านว่าผู้สั่งจ่ายหรือ ผู้สลักหลังนั้นๆย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดตามตั๋วเงินนั้น แต่บท บัญญัติทั้งนี้ท่านมิให้ใช้ไปถึงการรับรองแต่บางส่วน ซึ่งได้บอกกล่าว ก่อนแล้วโดยชอบ
ถ้าผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังตั๋วเงินรับคำบอกกล่าวการรับรองเบี่ยงบ่าย แล้วไม่โต้แย้งไปยังผู้ทรงภายในเวลาอันสมควร ท่านให้ถือว่าผู้สั่งจ่าย หรือผู้สลักหลังนั้นเป็นอันได้ยินยอมด้วยกับการนั้นแล้ว
 มาตรา 937 ผู้จ่ายได้ทำการรับรองตั๋วแลกเงินแล้วย่อมต้องผูกพัน ในอันจะจ่ายเงินจำนวนที่รับรองตามเนื้อความแห่งคำรับรองของตน

 

21 การอาวัลตั๋วเงิน 
 มาตรา 938 ตั๋วแลกเงินจะมีผู้ค้ำประกันรับประกันการใช้เงินทั้งจำนวน หรือแต่บางส่วนก็ได้ ซึ่งท่านเรียกว่า "อาวัล"
อันอาวัลนั้นบุคคลภายนอกคนใดคนหนึ่งจะเป็นผู้รับ หรือแม้คู่สัญญา แห่งตั๋วเงินนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้รับก็ได้
 มาตรา 939 อันการรับอาวัลย่อมทำให้กันด้วยเขียนลงในตั๋วแลก เงินนั้นเอง หรือที่ใบประจำต่อ
ในการนี้พึงใช้ถ้อยคำสำนวนว่า "ใช้ได้เป็นอาวัล" หรือสำนวนอื่นใด ทำนองเดียวกันนั้น และลงลายมือชื่อผู้รับอาวัล
อนึ่ง เพียงแต่ลงลายมือชื่อของผู้รับอาวัลในด้านหน้าแห่งตั๋วเงินท่าน ก็จัดว่าเป็นคำรับอาวัลแล้ว เว้นแต่ในกรณีที่เป็นลายมือชื่อของผู้จ่าย หรือผู้สั่งจ่าย
ในคำรับอาวัลต้องระบุว่ารับประกันผู้ใด หากมิได้ระบุ ท่านให้ถือ ว่ารับประกันผู้สั่งจ่าย
 มาตรา 940 ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคล ซึ่งตนประกัน
แม้ถึงว่าความรับผิดใช้เงินอันผู้รับอาวัลได้ประกันอยู่นั้น จะตกเป็น ใช้ไม่ได้ด้วยเหตุใด ๆ นอกจากเพราะทำผิดแบบระเบียบ ท่านว่าข้อ ที่สัญญารับอาวัลนั้นก็ยังคงสมบูรณ์
เมื่อผู้รับอาวัลได้ใช้เงินไปตามตั๋วแลกเงินแล้ว ย่อมได้สิทธิในอัน จะไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลซึ่งตนได้ประกันไว้ กับทั้งบุคคลทั้งหลายผู้รับ ผิดแทนตัวผู้นั้น

 

22 การใช้เงินตามตั๋ว

 

การใช้เงิน

 

 มาตรา 941 อันตั๋วแลกเงินนั้น ย่อมจะพึงใช้เงินในวันถึงกำหนด และถึงกำหนดวันใดผู้ทรงต้องนำตั๋วเงินไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินในวันนั้น
 
มาตรา 942 อันจะบังคับให้ผู้ทรงตั๋วแลกเงินรับใช้ก่อนตั๋วเงินถึง กำหนดนั้น ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่
อนึ่ง ผู้จ่ายคนใดใช้เงินไปแต่ก่อนเวลาตั๋วเงินถึงกำหนด ท่านว่า ย่อมทำเช่นนั้นด้วยเสี่ยงเคราะห์ของตนเอง
 
มาตรา 943 อันการถึงกำหนดแห่งตั๋วแลกเงินซึ่งสั่งให้ใช้เงินเมื่อ สิ้นระยะเวลาอันใดอันหนึ่งนับแต่วันได้เห็นนั้น ท่านให้กำหนดนับแต่วัน รับรองหรือวันคัดค้าน
ถ้าไม่มีคำคัดค้าน และคำรับรองมิได้ลงวัน ท่านให้ถือว่าผู้รับรอง ได้ให้คำรับรองนั้นในวันท้ายแห่งกำหนดเวลาซึ่งจำกัดไว้ตามกฎหมาย หรือตามสัญญาเพื่อการยื่นตั๋วนั้น
 
มาตรา 944 อันตั๋วแลกเงินซึ่งให้ใช้เงินเมื่อได้เห็นนั้น ท่านว่าย่อม จะพึงใช้เงินในวันเมื่อยื่นตั๋ว ทั้งนี้ต้องยื่นให้ใช้เงินภายในกำหนดเวลา ซึ่งบังคับไว้ เพื่อการยื่นให้รับรองตั๋วเงินชนิดให้ใช้เงินในเวลาใดเวลาหนึ่ง ภายหลังได้เห็นนั้น
 
มาตรา 945 การใช้เงินจะเรียกเอาได้ต่อเมื่อเวนตั๋วแลกเงินให้ ผู้ใช้เงินจะให้ผู้ทรงลงลายมือชื่อรับเงินในตั๋วเงินนั้นก็ได้
 
มาตรา 946 อันตั๋วแลกเงินนั้น ถ้าเขาจะใช้เงินให้แต่เพียงบางส่วน ท่านว่าผู้ทรงจะบอกปัดเสียไม่ยอมรับเอาก็ได้
ถ้าและรับเอาเงินที่เขาใช้แต่เพียงบางส่วน ผู้ทรงต้องบันทึกข้อความ นั้นลงไว้ในตั๋วเงิน และส่งมอบใบรับให้แก่ผู้ใช้เงิน
 
มาตรา 947 ถ้าตั๋วแลกเงินมิได้ยื่นเพื่อให้ใช้เงินในวันถึงกำหนดไซร้ ท่านว่าผู้รับรองจะเปลื้องตนให้พ้นจากความรับผิด โดยวางจำนวนเงินที่ ค้างชำระตามตั๋วนั้นไว้ก็ได้
 
มาตรา 948 ถ้าผู้ทรงตั๋วแลกเงินยอมผ่อนเวลาให้แก่ผู้จ่ายไซร้ท่านว่า ผู้ทรงสิ้นสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้เป็นคู่สัญญาคนก่อน ๆ ซึ่งมิได้ตกลงใน การผ่อนเวลานั้น
 
มาตรา 949 ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติ มาตรา 1009 บุคคลผู้ใช้เงินในเวลาถึงกำหนดย่อมเป็นอันหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ตนจะได้ทำการฉ้อฉลหรือมีความประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรง อนึ่ง บุคคลซึ่งกล่าวนี้จำต้องพิสูจน์ให้เห็นจริงว่าได้มีการ สลักหลังติดต่อกันเรียบร้อยไม่ขาดสาย แต่ไม่จำต้องพิสูจน์ลายมือ ชื่อของเหล่าผู้สลักหลัง

 

 23 การไล่เบี้ยสิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงิน

 

มาตรา 959 ผู้ทรงตั๋วแลกเงินจะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บรรดาผู้สลักหลัง ผู้สั่งจ่าย และบุคคลอื่น ๆ ซึ่งต้องรับผิดตามตั๋วเงินนั้นก็ได้คือ
(ก) ไล่เบี้ยได้เมื่อตั๋วเงินถึงกำหนดในกรณีไม่ใช้เงิน
(ข) ไล่เบี้ยได้แม้ทั้งตั๋วเงินยังไม่ถึงกำหนดในกรณีดั่งจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(1) ถ้าเขาบอกปัดไม่รับรองตั๋วเงิน
(2) ถ้าผู้จ่ายหากจะได้รับรองหรือไม่ก็ตาม ตกเป็นคนล้มละลาย หรือได้งดเว้นการใช้หนี้ แม้การงดเว้นใช้หนี้นั้นจะมิได้มีคำพิพากษา เป็นหลักฐานก็ตาม หรือถ้าผู้จ่ายถูกยึดทรัพย์และการยึดทรัพย์นั้นไร้ผล
(3) ถ้าผู้สั่งจ่ายตั๋วเงินชนิดไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดรับรองนั้น ตกเป็นคน ล้มละลาย
มาตรา 967 ในเรื่องตั๋วแลกเงินนั้น บรรดาบุคคลผู้สั่งจ่ายก็ดีรับรอง ก็ดีสลักหลังก็ดี หรือรับประกันด้วยอาวัลก็ดี ย่อมต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง
ผู้ทรงย่อมมีสิทธิว่ากล่าวเอาความแก่บรรดาบุคคลเหล่านี้เรียงตัว หรือรวมกันก็ได้ โดยมิพักต้องดำเนินตามลำดับที่คนเหล่านั้นมาต้อง ผูกพัน
สิทธิเช่นเดียวกันนี้ ย่อมมีแก่บุคคลทุกคนซึ่งได้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน และเข้าถือเอาตั๋วเงินนั้น ในการที่จะใช้บังคับเอาแก่ผู้ที่มีความผูกพันอยู่ แล้วก่อนตน
การว่ากล่าวเอาความแก่คู่สัญญาคนหนึ่ง ซึ่งต้องรับผิดย่อมไม่ตัดหน ทางที่จะว่ากล่าวเอาความแก่คู่สัญญาคนอื่น ๆ แม้ทั้งจะเป็นฝ่ายอยู่ใน ลำดับภายหลังบุคคลที่ได้ว่ากล่าวเอาความมาก่อน
มาตรา 970 คู่สัญญาทุกฝ่ายซึ่งต้องรับผิดและถูกไล่เบี้ย หรืออยู่ใน ฐานะจะถูกไล่เบี้ยได้นั้น อาจจะใช้เงินแล้วเรียกให้เขาสละตั๋วเงินให้แก่ตนได้ รวมทั้งคำคัดค้านและบัญชีรับเงินด้วย
ผู้สลักหลังทุกคนซึ่งเข้าถือและใช้เงินตามตั๋วแลกเงินแล้วจะขีดฆ่าคำ สลักหลังของตนเองและของเหล่าผู้สลักหลังภายหลังตนนั้นเสียก็ได้
มาตรา 971 ผู้สั่งจ่ายก็ดี ผู้รับรองก็ดี ผู้สลักหลังคนก่อนก็ดีซึ่งเขา สลักหลังหรือโอนตั๋วแลกเงินให้อีกทอดหนึ่งนั้น หามีสิทธิจะไล่เบี้ยเอา แก่คู่สัญญาฝ่าย ซึ่งตนย่อมต้องรับผิดต่อเขาอยู่กันก่อนแล้วตามตั๋ว เงินนั้นได้ไม่

 

24 การทำคำคัดค้าน
       มาตรา 960 การที่ตั๋วแลกเงินขาดรับรองหรือขาดใช้เงินนั้น ต้องทำให้ เป็นหลักฐานตามแบบระเบียบด้