วันที่ 8 ธันวาคม 2553 ผมได้นำคณะครูจากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดนำโดยคุณเอกพงษ์ ณ ระนอง และคุณศรัณยา มหากนก( โซเฟีย)ซึ่งเป็นตัวแทนของมหาลัยไปแนะแนวการเข้ารับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ให้กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากท่านผู้อำนวยการ ธงชัย นิยมโอสถ รวมทั้งคณะครูและนักเรียนทุกคนอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น ผมได้พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษาและโลกาภิวัฒน์ ช่วงท้ายผมยังได้ตั้งคำถามให้น้องๆตอบใน 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกผมถามน้องๆว่าจุดอ่อนในการศึกษาไทยมีอะไรบ้างบอกมา 3 ประเด็นและมีตัวแทนออกมาพูด 3 คนคือ
1.นางสาวกรทิตา บุษบงส์ ม.6/1
1.1.โรงเรียนจะสอนให้ท่องจำมีการปฏิบัติจริงน้อยหรือแทบไม่มีเลย
1.2.ส่วนใหญ่นักเรียนรัฐจะอ่อนภาษาและกลัวที่จะพูดกับชาวต่างชาติ
1.3.ครูส่วนใหญ่จะสอนแต่ในตำราอย่างเดียว
2.นางสาวจุฬาลักษณ์ รุ่งเรืองมงคล ม.6/2
2.1.ไม่ฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดนอกกรอบ
2.2.จำนวนครูกับนักเรียนต่อห้องไม่เหมาะสม
2.3.สอนแต่ในตำรา
3.นายไชยวัฒน์ ตะติยะสุนทร ม.6/6
3.1.ให้แต่ IQ แต่ให้ EQ น้อยมาก
3.2.ให้รู้จักจินตนาการน้อยเกินไป
3.3.วิชาที่เรียนในแต่ละวันมากเกินไป
ส่วนประเด็นที่ 2 ผมถามว่าในอีก 10 ปีข้างหน้ามีความเสี่ยงในด้านโลกาภิวัฒน์อย่างไรบอกมา 2 เรื่องและมีโอกาสในด้านโลกาภิวัฒน์อย่างไรบอกมา 2 เรื่องให้น้องๆคิดและเขียนส่งมา และทางโรงเรียนได้เลี้ยงอาหารกลางวันผมและคณะ อาหารอร่อยมาก
อีก 10 ปีข้่างหน้าถ้ามีโอกาส
1. เรียนมหาลัยจบเป็นครู - ดนตรี - ถ้ามีทุนเรียนต่อโท
2. เรียนจบทำงานเป็นครู
ความเสี่ยง
1. มีปัญหาเรื่องทุนในในการเรียนต่อ
1.จัดการกับโอกาสอีก 10ปีข้างหน้า
1. จะไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อให้ได้ประสบการณ์มากขึ้น และได้เรียนภาษาอื่น
2. อยากเป็นทูตระหว่างประเทศ
2.จัดการกับความเสี่ยงอีก 10 ปีข้างหน้า
1. อยากใช้ภาษาต่างๆให้มากขึ้น โดยเแพาะ ภาษาอังกฤษ
2. หาความรู้ให้ทันโลกมากขึ้น
ม.6/5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า
- ภายใน 10 ปีข้างหน้าจะวางแผนให้ตัวเองมีโอกาสทำในสิ่ที่เราไม่ได้ให้มันได้
ฝึกพูดอังกฤษให้คล้องกว่านี้
- จะทำให้ตัวเองเป็นนายตัวไม่เป็นลูกจ้างใคร
- วางแผนอนาคตชีวิตไว้ล่วงหน้า
ถ้ามีปัญหาจะแก้อย่างไร
- สิ่งไหนที่เราทำไม่ได้เราก็ต้องฝึกที่จะต้องทำให้ได้
- ภายใน 10ปีค ข้างหน้าเอาจะมีวิธีจัดการกับตัวเราอย่างไร
- ตั้งใจเล่าเรียนให้จบได้อย่างมีคุณภาพ
- เน้นภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาที่ 2
- วางแผนการดำรงชีวิตให้เป็นระเบียบ
- จัดการกับปัญหาความเสี่ยงได้อย่างไร
- เที่ยวให้น้อยลง
- สนใจเล่าเรียนใหห้มากขึ้น
- ทำเวลาว่างให้เป็นประโยชน์
- รู้จักการจัดการกับตัวเอง
- ภายใน 10ปีค ข้างหน้าเอาจะมีวิธีจัดการกับตัวเราอย่างไร
1. จะพยายามเรียนต่อทางด้านภาษาอังกฤษให้เก่งมากขึ้น
2. หางานที่ทำแล้วไม่เป็นลบูกจ้างใคร ใช้วิชาที่เราเรียนมาให้ได้ผลดี
3. วางแผนให้รอบคอบกับชีวิต
4. รู้จักคิดวิเคราะห์แยกแยะ
- จัดการกับปัญหาความเสี่ยงอย่างไร
1. ใช้สมองคิด คิดให้เยอะๆ
2.สิ่งที่คิดว่าไม่ดีก็ไม่ทำ
3. มุ่งมั่นทำแต่สิ่งที่ดี
4. รู้จักสังึคมพลเมืองในประเทศไทยเป็นอย่างดี
ใน 10 ปีข้างหน้าจะจัดการกับโอกาสและความเสี่ยงอย่างไร
1. ถ้ามีโอกาสไม่ว่าทั้ง การงาน และการเงิน หรือการใช้ชีวิตฉันจะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปฉันจะคว้ามันไว้ทุกอย่างเพราะถือว่ามันไม่ได้มาเกอดขึ้นบ่อยนัก
2. ความเสี่ยง เกี่ยวกับ ชีวิตทุกด้าน เพราะเราเกิดมาบนความเสี่ยง ดังนั้นจึงคิดว่า ไม่ว่าจะทำสิ่งใดฉันจะ ไม่ประมาณ จะมีสติจะใช้ปัญญา ทีจะพยายาทมหาความรู้ใหม่เสมอ ในการจัดการกับความเสี่ยงทุกๆอย่าง
ใน 10 ปีข้างหน้าจะจัดการกับโอกาสและความเสี่ยงอย่างไร
แน่นอนว่าในนอนาคตทุกคนบนโลกนี้ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักแน่นอนในขณะตอนนี้เราอ่อนกับภาษามาก เป็นอุปสรรค์มากกับการใช้ชีวิตปดระจำวันในอนาคตและเมื่อมีโอกาส เราต้องใฝ่เรียนภาษาและอนาคตอาจมีปัญหา ธุรกิจ การเมือง การเงิน ทำให้โอกาสเราลดน้อยลงนั้นอาจเป็นความเสี่ยงของเราในอนาคต
เรียนภาษาที่สองมากขึ้น เป็นภาษาที่เราสนใจ แดละเป็นประโยชน์ต่อตัวเรามากที่สุด และหาประสบการณ์ในการเรียน การทำงาน การทำงานเป็นกลุ่ม คิดนอกกรอบ ฝึกทักษะการแสดงออก ไม่กลัวกับปัญหา รู้จักแก้ปัญหา ใฝ่รู้ มีจริยธรรและสัตย์ซื่อต่อหน้าที่ มองโลกอย่างกว้างไกล ต้องมีความคิดไม่หยุดนื่ง เป็นคนคิดตลอดเวลา เป็นจอมฉวยโอกาสที่ดีเสมอ ไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านเราไป
เรียนภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ไปเรียนสถานบันที่เน้นหนักเรื่องภาษาอังกฤษ และไปแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากๆ จะได้พูดคุยหรือตอบโต้กับเขา หรือเราเข้ามหาลัยหลักสูตร 2 ภาษา
โอกาส
1. เริ่องการศึกษาด้านต่างๆ เช่น ภาษา และธุรกิจ
2.จะเป็นนักธุรกิจใหญ่ใน อาเซี่ยน เพราะคนทุกคนมีโอกาสเท่ากัน แต่ขึ้นอยู่
ความเสี่ยง
1.เรื่องการทุจริตในธุรกิจ ต่างๆ เพราะคนอื่นต่างมีความรู้ความเข้าใจมากแก้โดยเราต้องปลูกฝังให้คนเป็นคนดีตั้งแต่เด็ก
2. การเกิดปรมด่อย ถ้าเกิดศึกษาไม่ถึง ทำให้คิดมาก
โอกาส
1. จะเปิดร้านเป็นของตัวเอง ( เก็บเงิน, การบริหารการจัดการ
2. จะเรียนรู้ภาษาต่างประเทศให้มากขึ้น ( ตั้งใจศึกษา,ฝึกพูด ฝึกออก )
ความเสี่ยง
1.ต้องเรียนภาษาต่างประเทศมากขึ้น (ขยัน,ใฝ่รู้ใฝ่เรียน)
ต้องมีความกล้าแสดง ( เป็นตัวของตัวเอง )
ความเสี่ยงคือ รัฐบาลไม่เข้มแข็งพอที่จะบริหารประเทศและคนทะเลาะกันเองไม่สามัคคีกัน
โอกาสคือ เปลี่ยนให้ประเทศมีการศึกษาที่ดีขึ้นและมีการพัฒนาประเทศมากขึ้น
ความเสี่ยงคือ เลิกโกงกินและภาษาต้องมีอิทธิพลมากขึ้น
โอกาสคือ ปรับแปลี่ยนระบบของประเทศและระบบของการเมือง เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา
โอกาสคือ ต้องศึกษาให้มากกว่านี้และต้องพูดภาษาอังกฤษให้เก่ง
ความเสี่ยงคือ ทำทุกวิถีทางที่ทำให้ตัวเองอยู่รอดในสถานะนั้นให้ได้
โอกาสคือ จัดการเรื่องภาษาให้มากขึ้นให้รู้จักและใช้ภาษาในการดำเนินชีวิตประจำวันได้
โอกาสคือ เรียนภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเพื่อให้รู้จริงอ่านและเขียนได้รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้คนรักธรรมชาติมากขึ้น
โอกาสคือ เรียนภาษาให้มากกว่า 2 ภาษาเพื่ออนาคตของตัวเองเพราะในอนาคตจำเป็นอย่างมากต่อประชาชนทุกคน
ความเสี่ยงคือ ความทันสมัยของโลกเริ่มมากขึ้นซึ่งเกิดจากประชาชนบนโลกที่มีความคิดมากขึ้น
โอกาสคือ ความแปลี่ยนแปลงต่างๆมากมายบนโลก
ความเสี่ยงคือ เราต้องรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนั้นว่ามีความเสี่ยงอย่างไรและต้องพยายามให้ตัวเองอยู่รอด
โอกาสคือ พัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นอยากจะพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่มีคุณภาพ
ความเสี่ยงคือ ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดและตนเองชอบแม้ว่าจะมีความเสี่ยงคิดนอกกรอบทำหลายๆอย่าง
โอกาสคือ อยากศึกษาในสิ่งที่ตนเองชอบทำให้ดีที่สุดเพราะอนาคตไม่แน่นอน