หนังสือรวมงานเขียนของอาจารย์นพที่จะพิมพ์เป็นที่ระลึกงานเสวนาแสดงมุทิตาจิตต่ออาจารย์นพเนื่องในโอกาสที่อาจารย์มีอายุ ๖๕ ปี เป็นความตั้งใจที่จะทำของ "พี่สถาพร" หรือ "คุณสถาพร ลิ้มมณี" ซึ่งเป็นนิติศาสตร์บัณฑิตธรรมศาสตร์รุ่น ๑๔ ซึ่งก็มีความคุ้นเคยกับอาจารย์นพนิธิมานานเช่นกัน และพี่สถาพรก็เลือกให้เราเป็นคนเขียนคำนำหนังสือ อาจเพราะเราเป็นลูกศิษย์ที่คุยกับอาจารย์นพมาตั้งแต่เราอายุแค่ ๑๙ ปี ยังเรียนอยู่ในชั้นปีที่ ๑ และตั้งแต่ท่านเป็นรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา แล้วก็เรียนกฎหมายระหว่างประเทศกับท่านทั้งในระดับปริญญาตรีและโท และกลับมาทำงานในภาควิชากฎหมายระหว่างประเทศกับท่านจนถึงวันนี้ ซึ่งเรามีอายุ ๕๓ ปี ในขณะที่ท่านอาจารย์นพอายุ ๖๕ ปี เรารู้จักท่านมา ๓๔ ปี
เรื่องแรกที่เราเรียนจากอาจารย์นพนิธิก็คือเรื่องของเสรีภาพของมนุษย์ที่จะเชื่อ สำหรับนักศึกษาในยุคหลังวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ เรามีความเจ็บช้ำน้ำใจในการกระทำหลายอย่างของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แต่พวกเราก็อาจโชคดีที่มีรองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาอย่างอาจารย์นพ หลายปีต่อมา เมื่อเรากลับไปทบทวนเรื่องที่เคยคุยหรือเถียงหรือประชดผู้บริหารมหาวิทยาลัยในสมัยนั้น เราก็เริ่มเข้าใจว่า การคิดให้ตกและการดำเนินชีวิตให้เหมาะสมกับภาวะวิสัยที่อยู่รอบตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เหตุผลนิยมที่เป็นอัตวิสัยอย่างเดียวไม่อาจเป็นจริงได้ ต้องเอาเหตุผลนิยมที่เป็นภาวะวิสัยมาคิดประกอบด้วย
เรื่องต่อมาที่เราเรียนจากอาจารย์นพ ก็คือ กฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิมนุษยชน และตัวเราเองก็ได้ใช้วิชาชีพนี้ในการทำงานเมื่อเรียนจบ และได้ใช้วิชาชีพนี้เลี้ยงชีวิตของตัวเองและครอบครัว ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนมากมายในเวลาต่อมา
คงมิใช่เราคนเดียวที่เป็นผลผลิตจากการสอนของอาจารย์นพนิธิ นักศึกษากฎหมายทั้งที่เรียนที่ธรรมศาสตร์และนอกธรรมศาสตร์จำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นคนคงได้มีโอกาสเรียนรู้จากท่าน และจำนวนไม่น้อยที่ได้รับกำลังใจจากท่านในการดำเนินชีวิต
ในปี พ.ศ.๒๕๕๓ นี้ อาจารย์นพของเราก็มีอายุครบ ๖๕ ปีแล้วค่ะ หากจะพิจารณาจากความสดชื่นของอาจารย์นพ เราก็คงไม่เชื่อว่า ผู้ชายคนนี้มีอายุเลย ๖๐ ปีไปหลายปีแล้ว อาจารย์นพยังสอนหนังสือได้เหมือนเมื่อ ๓๐ ปีก่อน ยังล้อเล่นกับทุกคนที่เดินสวนทางกัน ยังดูหนุ่มน้อย ทั้งที่ผมมีสีอ่อนลง ไม่ดำเหมือนก่อนๆ แม้อาจารย์นพจะดูเหมือนมีสุขภาพที่ดีเลิศ แต่ด้วยวัย ๖๕ ปีแล้ว คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ก็ไม่กล้าที่จะร้องขอให้อาจารย์ยังคงทำงานประจำอีกต่อไป อาจารย์น่าจะได้มีโอกาสพักผ่อน อาจารย์น่าจะได้มีโอกาสเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ อดใจหายเสียมิได้ที่จะไม่มีอาจารย์นพผู้แสนอารมณ์ดีมาเดินไปเดินมาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเริ่มพูดถึงการจัดงานเสวนาวิชาการเพื่อแสดงมุทิตาจิตในโอกาสที่อาจารย์กรุณาทำงานสอนมาจนอายุ ๖๕ ปี (คงไม่ลืมว่า ตอนที่อาจารย์นพมีอายุครบ ๖๐ ปี เราก็มีงานเสวนาแสดงมุทิตาจิตกันไปแล้วรอบหนึ่ง) เราก็พบว่า อาจารย์นพของเราก็คงยืนยันที่จะยังมาเดินไปเดินมาที่คณะของเราอยู่ดี อาจจะไม่ทุกวัน แต่ก็จะไม่หยุดสอนกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมืองและกฎหมายสิทธิมนุษยชนสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี หรือแม้ในชั้นปริญญาโท ก็ยังคงจะมาสอนปัญหากฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชน ใจที่หายไป ก็เลยกลับมาตามเดิม แม้หน้าที่ราชการที่มีจะหมดไปสองรอบแล้ว แต่อาจารย์นพก็ยังคงมีความรักผูกพันกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คำว่า "เกษียณอายุการทำงาน" คงเป็นคำที่อาจารย์นพไม่รู้จัก
แต่อย่างไรก็ตาม อีกครั้งหนึ่ง เราที่เป็นลูกศิษย์ก็ยังอยากทำงานเสวนาวิชาการเพื่อแสดงมุทิตาจิตเนื่องในโอกาสที่อาจารย์นพมีอายุครบ ๖๕ ปี อยู่ดี และก็คงจัดเสวนาแสดงมุทิตาจิตต่อไปตอนที่อาจารย์นพมีอายุครบ ๗๐ ปี อีกครั้งหนึ่ง หรือแม้ตอน ๗๕ ปี หรือต่อๆ ไปก็ตาม ....
ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์นพมานานตั้แต่ พ.ศ.๒๕๑๙ จนถึงปัจจุบัน เราสังเกตเห็นว่า อาจารย์นพไม่อ้วนขึ้นเลยในแง่เนื้อหนังมังสา แต่ในแง่ของภูมิปัญญาและอารมณ์ ท่านมีความลุ่มลึกและชัดเจนมากขึ้นในทุกปีที่ผ่านไป เมื่อไหร่ที่เราขอหารือการแก้ปัญหา เมื่อนั้น เราก็จะได้ทางออกของปัญหาที่นุ่มนวลและเหมาะสมกับสภาวะของสังคมไทย งานระงับข้อพิพาททางกฎหมายในประเทศไทยคงจะใช้วิธีการแบบวัตถุนิยมแบบตะวันตกไม่ได้ แต่การใช้จิตใจแบบตะวันออกจนเกินไป ก็จะเป็นการละเลยการแก้ไขปัญหาที่สาเหตุ การหารือกับอาจารย์นพจึงมักจะทำให้เรามองเห็นทางออกที่เหมาะสมเสมอๆ เราสังเกตว่า อาจเป็นเพราะอาจารย์เข้าใจทั้งตะวันตกและตะวันออกอย่างดี ลองอ่านรวมงานเขียนของท่านในหนังสือเล่มนี้ซิคะ แล้วจะเข้าใจในสิ่งที่เล่าถึง
ขอให้อาจารย์นพมีความสดชื่นแจ่มใสมีความสุขอีกนานเท่านาน และเผยแพร่ความรู้กฎหมายเพื่อสร้างสันติสุขให้แก่สังคมไทยและสังคมโลกต่อไปอีกนานเท่านานค่ะ
-------------------------------------------------------
พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตราา สายสุนทร
๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๒.๕๑ น.
http://www.facebook.com/note.php?saved&¬e_id=10150097506558834
อ.นพนิธิ อายุครบ 65 ปีแล้ว ยังหนุ่มแน่นและมีพลังมาก ขอให้อาจารย์แข็งแรง สุขภาพดีและยังประโยชน์ต่อสังคมเรื่อยไปนะครับ