โพชฌงค์ 7 กับการจัดการความรู้
ความหมายและองค์ประกอบของโพชฌงค์ 7
โพชฌงค์ 7 คือ กุญแจที่จะปลดปล่อยเราให้ออกมาจากคุกของอารมณ์ คุกที่กักขังเราไว้ คุกที่ควบคุมกักขังตัวเรานั้น ไม่ใช่เป็นคนอื่น ใครอื่น สิ่งอื่น หรือที่อื่นๆ แต่เป็นตัวเราเองที่เรากักขังตัวเองไว้ ในอารมณ์ใดๆ โดยที่เราไม่รู้เท่าทันและขังตัวเองเอาไว้ในสุข ทุกข์และเวทนา โพชฌงค์ 7 ประกอบด้วย
1. สติสัมโพชฌงค์(ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับเรื่อง)
2. ธัมมวิจยะสัมโพชฌงค์( ความเฟ้นธรรม,ความสอดส่องค้นหาธรรม )
3. วิริยะสัมโพชฌงค์(ความเพียร)
4. ปีติสัมโพชฌงค์(ความอิ่มใจ)
5. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์(ความสงบกายสงบใจ)
6. สมาธิสัมโพชฌงค์(ความมีใจตั้งมั่น,จิตแน่วในอารมณ์)
7. อุเบกขาสัมโพชฌงค์(ความมีใจเป็นกลางเพราะเห็นตามเป็นจริง)
การจัดการความรู้
ความรู้เป็นทรัพยากรเพียงอย่างเดียวที่ยิ่งใช้ยิ่งมีเพิ่ม ผู้จัดการความรู้ที่เป็นระดับมืออาชีพ ปัจจุบันจะต้องเผชิญปัญหาและความคาดหวังที่สูงมาก เพราะความรู้ใหม่เกิดขึ้นในอัตราทะลุทะลวง ความรู้มีวงจรชีวิตที่สั้นลง (ล้าสมัยง่าย) และการจัดการสมัยใหม่ ไม่ว่าจะวงการใดๆ ล้วนแต่ใช้ความรู้ที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ
ทุกคนที่ดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ควรก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง การรู้ทางโลกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การรู้ทางธรรมเพื่อหลุดพ้นจากกิเลส โดยการนำหลักโพชฌงค์ 7 มาปฏิบัติเพื่อหาแนวทางการดำรงชีวิตที่มีความสุขตามสถานภาพและบทบาทของเราเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
กระบวนการประยุกต์โพชฌงค์ 7 กับการจัดการความรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ คือ ทุกคนควรระงับความโลภ โกรธ หลง แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เนื่องจากหลักโพชฌงค์ 7 มีหลายประการ ข้าพเจ้าจึงประยุกต์และระลึกถึงโดยสรุปเป็นคำว่า “ว่าง” และฝังลึกภายในจิตใจ ณ ขณะนี้ การวางตนให้ “ว่าง” จากทุกอย่างเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การว่างไม่ได้หมายความว่าไม่ทำไม่สนใจ แต่ว่างจากการมองโลกแบบลบและมองคนแบบทฤษฎี X เปลี่ยนมามองโลกทางบวกและมองคนแบบทฤษฎี Y สามารถครองตน ครองคนและ ครองงาน เกิดความสุข สงบ สามารถรับสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นคน งาน สิ่งของ นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ และเกิดการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ
ข้าพเจ้าในฐานะข้าราชการคนหนึ่งคิดว่า “ความรู้ที่มี ไม่สำคัญเท่าความรู้ที่นำไปใช้” ข้าพเจ้าจะนำหลักการ SWOT มาใช้กับหลักโพชฌงค์ 7 การว่างทำให้มีสติสามารถดำเนินการวิเคราะห์ SWOT อย่างเป็น
กลาง รู้จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค เพื่อให้ตนเองและองค์กรมี “หัวใจใหม่ ชีวิตใหม่” ที่ดีกว่าปัจจุบัน สามารถจัดการองค์ความรู้และนำความรู้คู่คุณธรรมสู่การพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืนและประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คนเราไม่ควรจะรู้ทางโลกเพียงอย่างเดียว จะต้องรู้ทางธรรมด้วยเพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลส ซึ่งการนำหลักโพชฌงค์มาใช้ในการจัดการความรู้ มีประโยชน์อย่างยิ่งที่เราจะได้ใช้ความรู้ให้เกิดคุณค่า