ระบบบริหารงานภายในสถาบัน

ระบบบริหารงานภายในสถาบัน

 

        ระบบราชการไทย ได้นำระบบ P.C. มาใช้ตั้งแต่ปี 2518 เป็นการจำแนกตำแหน่ง (Position Clas- sification) หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า P.C มุ่งเน้นตามหน้าที่ความรับผิดชอบตามความยากง่ายของงาน ภายใต้โครงสร้างมาตรฐานกลาง 11 ระดับ มีโครงสร้างบัญชีอัตราเงินเดือนเพียงบัญชีเดียวที่ใช้กันทุกตำแหน่งในระบบข้าราชการพลเรือน    ซึ่ง ที่ผ่านมาส่งผลให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการประเมินผลงานของข้าราชการแต่ละ ตำแหน่ง ดังนั้นการปรับปรุงระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนใหม่จึงเกิดขึ้น ภายใต้แนวคิดที่จะให้ระบบจำแนกตำแหน่งออกเป็นหลายประเภทตำแหน่ง  หรือ หลายแท่งเพื่อแยกบัญชีเงินเดือนแต่ละประเภทออกจากกัน มีความยืดหยุ่นในการปรับอัตราเงินเดือนให้สอดคล้องกับตลาดและการบริหารผลงาน การจ่ายค่าตอบแทนตามความรู้ความสามารถของข้าราชการแต่ละประเภท รวมทั้งสะท้อนค่างานของตำแหน่งในแต่ละประเภทได้อย่างแท้จริง

          การ จัดระบบจำแนกตำแหน่งเป็นหลายแท่งดังกล่าว จึงเป็นยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐอย่างหนึ่งโดยการปรับ ปรุง พ.ร.บ. ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 สำนักงาน ก.พ. ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542-2543  ได้จัดเวทีหารือร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกลุ่มๆ ไป เช่น เรื่องระบบจำแนกตำแหน่ง  การแต่งตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม และยังดำเนินการศึกษาวิจัย พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน 2551 ประกาศใช้ 26 มกราคม. 2551 สำนักงาน ก.พ.และส่วนราชการดำเนินการจัดตำแหน่งและจัดคนลงระบบใน 1 ปี (ภายใน 25 มกราคม 2552) ก.พ.ได้ ประกาศบัญชีตำแหน่งตามประเภทสายงาน ประเภทระดับตำแหน่ง มีผลให้ข้าราชการพลเรือนในสังกัด ก.พ. ได้เข้าสู่ระบบแท่งใหม่ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2551 ได้มีการพิจารณาความดีความชอบเลื่อนขั้นเงินเดือนตามระบบใหม่ ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2553 เป็นต้นมา ตามการจำแนกกลุ่มประเภทที่ ก.พ.กำหนด

          สำหรับการบังคับใช้กับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา  คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.)  ในการประชุมครั้งที่ 4/2552  เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552  มี มติเห็นชอบแนวทางการปรับระบบบริหารงานบุคคล ได้จัดทำเป็น ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานการจำแนกตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2552  ประกาศ ณ วันที่ 9 กันยายน  พ.ศ.  2552  และ ได้เสนอคณะรัฐมนตรีปรับปรุงบัญชีเงินเดือนและอัตราเงินประจำตำแหน่ง ตลอดจนการได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนในสถาบัน อุดมศึกษา โดยใช้แนวทางเทียบเคียงกับ ก.พ.  และ ดำเนินการขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.พ.,สำนักงบประมาณ ก.ง.ช., กรมบัญชีกลาง ฯ ซึ่งตามที่คาดจะนำเสนอ ครม.ประมาณ 27 ตค. 2552 ประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 เป็นต้นไป โดยให้มีการดำเนินการจัดการที่กระทบสิทธิประโยชน์ด้านบริหารงานบุคคลให้แล้ว เสร็จภายในวันที่ 31ตุลาคม 2552  

          ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้เวียนแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษา   เนื่อง จากปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงอัตราเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่ง ตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง หรือตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนให้สอดคล้องกับตำแหน่งข้า ราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่ปรับปรุงใหม่   รวม ทั้งการได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดม ศึกษา ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังนั้นเพื่อมิให้มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์และการบริหารงานบุคคลในสถาบัน อุดมศึกษา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน  2552  จึงให้สถาบันอุดมศึกษารับเรื่องของข้าราชการที่เสนอขอกำหนตำแหน่งเพื่อสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้นไว้ก่อน  และทาง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะแจ้งให้ทราบต่อไป

          มติที่ประชุม คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ครั้งที่ 6/2552 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2552  เห็นชอบให้ดำเนินการบริหารงานบุคคลระบบใหม่ ดังนี้

1. ให้สภาสถาบันอุดมศึกษา ดำเนินการด้านบริหารงานบุคคลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.พ.อ.กำหนดไว้เดิมไปพลางก่อน  ในส่วนของการออกคำสั่งต่าง ๆ นั้น  ให้ ดำเนินการหลังจากวันที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้เรื่องการปรับระบบบริหารงานบุคคลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดม ศึกษามีผลบังคับใช้แล้ว  โดยให้มีผลย้อนหลังตามวันที่สภาสถาบันอุดมศึกษามีมติต่อไป

2.      กรณีการโอนข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาด้วยกัน เนื่องจากจะต้องแจ้งการบุบเลิกตำแหน่งไปยัง คปร. ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี   ดังนั้นการใช้อัตราว่างจึงต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว  และให้สถาบันอุดมศึกษาดำเนินการออกคำสั่งให้และรับโอนได้  โดย ให้มีการแก้ไขคำสั่งในเรื่องตำแหน่งให้ถูกต้องตามระบบจำแนกตำแหน่งใหม่ต่อไป หลังจากวันที่ ครม.มีมติปรับระบบบริหารงานบุคคลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว

          และมติที่ประชุม คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.) ครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553  พิจารณา เห็นว่าการปรับระบบบริหารงานบุคคลอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรี และการกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ระบบบริหารงานบุคคลใหม่ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นร้อยละของฐานในการคำนาณ ดังนั้นเพื่อมิให้กระทบกับสิทธิประโยชน์ของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดม ศึกษา จึงมีมติให้สถาบันอุดมศึกษาดำเนินการบริหารงานบุคคลที่ ก.พ.อ.กำหนดไว้เดิม และออกคำสั่งต่างๆ ตามปกติได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติให้เรื่องการปรับระบบบริหารงานบุคคลข้า ราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา รวมถึงการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน 2553 ให้สถาบันอุดมศึกษาดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการเดิมไปก่อน

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การบริหารสถาบันการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ



ความเห็น (0)